แม่เผย ‘น้องการ์ตูน’ เหยื่อเมาแล้วขับผ่านมา 5 ปี คู่กรณีไร้การเยียวยา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’น้องการ์ตูน’ เหยื่อเมาแล้วขับ เหตุการณ์ผ่านมา 5 ปีแล้ว แต่คู่กรณีไร้การเยียวยา
  • คดีนี้ถึงที่สุดแล้ว ศาลตัดสินให้จำเลยจำคุก 1 ปี และจ่ายเงินชดใช้กว่า 6 ล้าน
  • ที่ผ่านมาได้รับเพียงเงินค่าซ่อมแซมร้าน 40,000 บาท และอีก 200,000 บาท ได้จากการวางเงินประกันตัวของคู่กรณี

นางสาวศรัญญา ชำนิ แม่ของน้องการ์ตูน เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เธอต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว และต่อสู้เพื่อลูกสาวมาตลอด ในด้านกระบวนการยุติธรรม เธอต่อสู้จนชนะคดี โดยศาลสั่งจำคุกคู่กรณีเป็นเวลา 1 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 6 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง เธอไม่เคยได้รับการเยียวยาจากคู่กรณีเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง ได้รับเพียงเงินค่าซ่อมแซมร้าน 40,000 บาท และอีก 200,000 บาท ได้จากการวางเงินประกันตัวของคู่กรณี ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายตอนที่น้องการ์ตูนรักษาตัวในโรงพยาบาล

ทั้งนี้แม่น้องการ์ตูน เคยโพสต์ระบายความในใจว่า เป็นหนี้โรงพยาบาลที่รักษาลูกสาว เกือบ 2 ล้านบาท และเกือบต้องถูกยึดบ้าน แต่ในที่สุด ก็ได้พลังน้ำใจจากโลกโซเชียลฯ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือประมาณ 7 ล้านบาท ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติมาได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยจ้างทนายความเพื่อให้ไปสืบทรัพย์จากคู่กรณี เพื่อจะให้เข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ แต่ก็ไม่เป็นผล ทนายความจึงแนะนำว่าให้เก็บเงินเอาไว้ดูแลลูกสาวจะดีกว่า

ปัจจุบันแม่น้องการ์ตูนยังคงเปิดร้านสเต็กอยู่ที่ย่านราษฎร์บูรณะ และยังเปิดร้านขายข้าวแกง ชื่อร้านข้าวหอมแกงร้อน บริเวณใกล้ๆกัน แต่ละวัน ต้องตื่นตั้งแต่ 5 นาฬิกา เพื่อมาเตรียมกับข้าวไว้ขาย เนื่องจากรายจ่ายที่ต้องดูแลลูกสาวในแต่ละเดือน สูงถึง 60,000 บาท เธอยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการเยียวยาจากคู่กรณีแม้แต่บาทเดียว ที่ทำร้ายความรู้สึกมากกว่านั้นคือ ไม่เคยได้ยินคำขอโทษที่จริงใจแม้แต่คำเดียว ส่วนตอนนี้ ไม่คาดหวังอะไรจากคู่กรณีแล้ว

สำหรับอาการของน้องการ์ตูน ขณะนี้ ยังคงทรงตัว ดวงตาสองข้างมองไม่เห็น แต่ยังคงได้ยินเสียงเรียก และตอบสนองโดยการยิ้มและหัวเราะ ส่วนอาหารที่ทานได้ ก็จะเป็นอาหารเหลวสลับกับนมเท่านั้น สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้ คือน้องการ์ตูนมีอาการชักเกร็งเป็นบางครั้ง ทำให้ต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่อยากช่วยเหลือครอบครัวน้องการ์ตูน ในเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าอาหารเหลว นม ค่ารถไปพบแพทย์โรงพยาบาล สามารถบริจาคได้ที่ เลขที่บัญชี 978-2-19066-8 ธ.กสิกรไทย ชื่อบัญชี ศรัญญา ชำนิ สาขาเอกชัยบางบอน

เตรียมจ่ายเงินเยียวยา 99.8 ล้าน ประมงพื้นบ้านประสบเหตุพายุ ‘ปาบึก’

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมประมง เตรียมจ่ายงบเยียวยาประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้(นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี)
  • เงินเยียวยาดังกล่าว มีขึ้นเพื่อเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากพายุ “ปาบึก”
  • ภายในเดือนสิงหาคม 2562 นี้

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากกรณีเหตุภัยพิบัติพายุโซนร้อน “ปาบึก” พัดถล่มหลายพื้นที่ของประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณเขตชายฝั่ง 22 จังหวัด เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับกระทบอย่างหนัก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากเครื่องมือประมงได้รับความเสียหาย อีกทั้งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำถูกทำลาย โดยเฉพาะแนวปะการังน้ำตื้นและปะการังเทียมได้ถูกคลื่นซัดกระหน่ำจนเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ความชุกชุมของชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่อยู่บริเวณชายฝั่งลดลง จนเป็นสาเหตุให้ชาวประมงพื้นบ้านต้องออกไปทำการประมงไกลฝั่ง มีค่าใช้จ่ายในการทำประมงสูงขึ้น ใช้เวลานานขึ้นและมีความเสี่ยงภัยมากขึ้น

ภาพเหตุการณ์พายุ ‘ปาบึก’

กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการปกป้อง คุ้มครอง และให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและชุมชนประมงท้องถิ่น จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนประมงพื้นบ้านขึ้น

ล่าสุดได้รับอนุมัติงบประมาณจำนวน 99,800,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้าน 65 ชุมชน ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี

ภาพเหตุการณ์พายุ ‘ปาบึก’

กรมประมงจะทำการจ่ายเงินดังกล่าว เพื่อให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นทั้ง 65 แห่ง ได้นำไปพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งตามความต้องการของชุมชนภายในเดือนสิงหาคม 2562 นี้

นอกจากนี้ กรมประมง วางเป้าหมายการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบคลุมองค์กรชุมชนประมงพื้นบ้านในพื้นที่ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล รวมทั้งสิ้น 467 ชุมชน ภายในปี 2564

สนทช.แจงแม่น้ำโขงแห้ง เหตุสปป.ลาว- จีนผลิตไฟฟ้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยืนยัน แม่น้ำโขงแห้งไม่ได้เกิดจากการเพราะปล่อยน้ำให้ชาวนาทำนาปลังมากจนเกินไป
  • สาเหตุเนื่องจากจีนกักน้ำ พร้อมกับทางสปป.ลาวอยู่ระหว่างทดสอบผลิตไฟฟ้า
  • เบื้องต้นได้ประสานทั้งสองประเทศแล้ว คาดภายใน 2-3วันสถานการณ์น้ำแล้งจะเริ่มดีขึ้น ส่วนสาเหตุน้ำแล้งทั่วประเทศ เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 30 ขณะที่ปลายเดือนสิงหาคมสถานการณ์ภัยแล้งจะค่อยๆดีขึ้น

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำแล้งในประเทศไทย ว่า สถานการณ์น้ำทั่วประเทศโดยรวมขณะนี้มีอยู่ร้อยละ 47 ซึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานจะมีน้ำน้อย

เนื่องจากช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมามีการปลูกพืชมากกว่าแผนที่วางไว้ 1.2 ล้านไร่ จึงต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่เก็บไว้ใช้ช่วงฤดูฝนจนทำให้น้ำหลังสิ้นสุดฤดูแล้งที่ผ่านมาน้อยกว่าปีก่อนถึง 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งปีนี้มีฝนน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงร้อยละ 30 นอกจากนี้ฝนที่ตกในช่วงนี้ กลับไม่ตกในพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้เขื่อนต่างๆต้องระบายน้ำออกมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือการเกษตรกร

ส่วนที่มีการคาดการณ์กันว่า เหตุที่น้ำที่กักเก็บไว้มีน้อยกว่าที่ควรเพราะก่อนหน้านี้มีการปล่อยน้ำออกมาจำนวนมาก เพื่อทำนาปรังโดยเฉพาะ ยืนยันว่าไม่ใช่ความจริงแต่เนื่องจากผลผลิตในช่วงนั้นมีราคาค่อนข้างดี หากภาครัฐเข้าไปห้ามอาจเกิดเป็นประเด็นทางการเมืองได้ และสาเหตุหลักเนื่องจากปริมานน้ำฝนที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วงหน้าแล้วปีถัดไปจะต้องมีการคุมเข้มการเพาะปลูก เพราะต้องกันน้ำไว้อุปโภคบริโภค ซึ่งการแก้ไขคือ ต้องเร่งทำฝนหลวง พร้อมกับการขุดน้ำบาดาลเพิ่ม และทำฝายชะลอน้ำพร้อมขุดลอกแหล่งเก็บกักน้ำ

ส่วนสาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งนั้น เนื่องจากประเทศจีนลดการปล่อยน้ำในแม่น้ำโขงลงครึ่งหนึ่งเมื่อวันที่ 5 ก.ค. และเริ่มปล่อยน้ำอีกครั้งวันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป ประกอบกับทางสปป.ลาวมีการทดสอบปั่นกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี ทำให้ต้องลดการระบายน้ำ จนระดับน้ำแม่น้ำโขงลดลงกะทันหัน ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังสปป.ลาวให้หยุดการทดสอบแล้ว คาดภายใน2-3วันนี้ระดับน้ำจะกลับสู่ภาวะปกติ