“นิ้ง-กุลสตรี” เตรียมปลูกถ่าย Stemcell

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตนางเอกชื่อดัง ยุค 90 “นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา”ป่วยโรคแปลกหาสาเหตุไม่พบ
  • ล่าสุดย้ายเข้า รพ.ศิริราชปิยะมหาการุณ
  • แพทย์เตรียมปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

อดีตนางเอกชื่อดัง ยุค90 “นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา” ในวัย 46 ปี ที่หันหลังให้วงการบันเทิงไปเป็นแอร์โฮสเตส ล่าสุดล้มป่วยกระทันหันโดยยังหาสาเหตุไม่พบ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยะมหาการุณ

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ถึงอาการของโรคที่เป็นผ่านโซเชียลมีเดียระหว่างการรักษาตัว ว่า มีรอยช้ำตามผิวเป็นสีเขียวอ่อนๆ หลายจุดตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการเบื้องต้นที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังแพทย์เจาะเลือดไปตรวจแล้วแต่ยังไม่สามารถหาสาเหตุของโรคได้ จากนั้นจึงประสานขอย้ายโรงพยาบาลในการรักษามาที่โรงพยาบาลศิริราชปิยะมหาการุณ

ซึ่งการรักษามี 3 คอร์ส โดยมีท่อเจาะติดกับเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นแขนและต้องติดตัวท่อชิ้นนี้กลับบ้าน อีกทั้งยังห้ามโดนน้ำไปตลอดช่วงที่ทำการรักษา และข้อสำคัญคือต้องระวังการติดเชื้อในช่วงนี้ ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรักษา ก่อนจะเข้ารับการปลูกถ่าย Stemcell ในช่วงการรักษาคอร์สที่ 3 ซึ่งอาจใช้ของตนเองหรือน้อง หรืออาจจะต้องใช้Stemcell ของผู้ที่นำมาบริจาค แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นโรคใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้าอาการป่วยของนิ้ง กุลสตรี ทางสายการบินไทยแอร์เอเชียซึ่งเป็นต้นสังกัด จะมีการแถลงความชัดเจนอีกครั้ง

ส่องงบประมาณ 5 ปี หลังสิ้นสุด ‘รัฐบาล คสช.’

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาล คสช. ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณโดยผ่านร่างฯ ของ สนช. กว่า 14 ล้านล้านบาท
  • งบประมาณตั้งแต่ พ.ศ. 2558 – 2562 โดยจำแนกตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน

หลังหมด คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.อย่างเป็นทางการ แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเปิดเผยออกมา แต่หากไปย้อนดูการผ่านร่างงบประมาณ ของสนช.ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านงบแล้ว กว่า 14 ล้านล้านบาท

ตลอดวานนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานว่า สำนักงบประมาณได้มีหนังสือเวียนระบุ งบประมาณ ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 – 2562 งบประมาณรายจ่ายรวมของประเทศมี จำนวน ทั้งสิ้น 14,324,000 ล้านล้านบาท โดยจำแนกตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ดังนี้

  • ด้านความมั่นคง 1,507,085.6 ล้านบาท
  • ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2,115,569.7 ล้านบาท
  • ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 2,662,491.6 ล้านนาท
  • ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม1,990,403.7 ล้านบาท
  • ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 559,973.8 ล้านบาท
  • ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 3,698,009.5 ล้านบาท

ซึ่งหากดูก็จะสอดคล้องกับ งบประมาณรายจ่าย ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ได้มีมติเห็นชอบ พระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายและ งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติม ปี 2558 – 2562 จำนวน 8 ฉบับ

โดยปี ปี 2558 วงเงิน 2,575,000 ล้านล้านบาท ปี 2559 วงเงิน 2,720,000 ล้านล้านบาท และ งบประมาณเพิ่มเติมฯ 56,000 หมื่นล้านบาท ปี 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านล้านบาท และเพิ่มเติมฯ 190,000 แสนล้านบาท ปี 2561 วงเงิน 2,900,000 ล้านล้านบาท และ งบประมาณเพิ่มเติมฯ 150,000 แสนล้านบาท รวมถึงล่าสุด งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3,000,000 ล้านล้านบาท

รมว.ยุติธรรม ประเดิมงานแรก สั่งช่วยเหลือเหยื่อแพรวา 9 ศพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • รมว.ยุติธรรมทราบเรื่องแล้ว เหยื่อแพรวา9ศพไม่ได้รับการเยียวยา
  • สั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายและการสืบทรัพย์
  • ขู่ฟ้องศาลเป็นบุคคลล้มละลาย หากคิดไม่ชดใช้

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังเหยื่อในคดีสาวขับซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้บนทางด่วน จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมมีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ได้ออกมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับการเยียวยาจากผู้ก่อเหตุ หลังเวลาเลยผ่านมา 9 ปีนั้น

วานนี้ (17 ก.ค. 2562) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเข้าไปช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายในคดีดังกล่าว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดี

ให้ตามสืบว่าผู้ก่อเหตุมีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อนำออกขายทอดตลาด นำเงินมาเฉลี่ยคืนตามความเสียหาย แต่ถ้าผู้ก่อเหตุมีทรัพย์สินไม่เพียงพอ ก็ให้ทำการยื่นเรื่องฟ้องศาลให้เป็นบุคคลล้มละลายห้ามทำธุรกรรม และเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 3 ปี

ทั้งนี้นอกจากสั่งเจ้าหน้าที่กรมบังคดีไปตามสืบทรัพย์แล้ว ยังสั่งให้เจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นค่าทนายความและการสืบทรัพย์ให้แก่เหยื่อในคดีดังกล่าวด้วย เพราะขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่บังคับคดีไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ต้องให้ผู้เสียหายยื่นฟ้องขอให้ศาลขอหมายบังคับคดีก่อน เพื่อจะได้มีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์จำเลยได้

โดย นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวก็เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหายมากที่สุด และเป็นบรรทัดฐานในสังคม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางกระทรวงยุติธรรมอยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาไกล่เกลี่ยหาทางออกจะดีกว่า

เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยได้ และกระทรวงยุติธรรมก็พร้อมที่จะเป็นตัวกลาง ไม่อยากให้ไปถึงขั้นสืบทรัพย์บังคับคดี เนื่องจากเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้เวลานาน

ข้อมูลจาก The Reporters