ถอดบทเรียน จากการตายของพะยูน “มาเรียม”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผลการผ่าพิสูจน์ซากพบเศษพลาสติกในกระเพาะอาหารมาเรียม
  • เลขานุการมูลนิธิอันดามัน เรียกร้องทุกฝ่ายให้ความสำคัญต่อปัญหาขยะพลาสติก หลังพบเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พะยูนมาเรียมตาย

สภาพชายหาดหาดยาว ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ แหล่งหญ้าทะเลของจังหวัด ที่ฝูงพะยูนมักเข้ามาหากิน ขณะนี้พบขยะหลายประเภท ตั้งแต่พลาสติกจนไปถึงอุปกรณ์ทำประมงจำนวนมาก ลอยมาติดตามแนวชายหาดระยะทาง 3 กิโลเมตร

เครือข่ายสมาคมคนรักเลกระบี่ ที่รับทราบข่าวการตายของพะยูนมาเรียม โดยพบขยะพลาสติกในท้องตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้เมื่อพะยูนมาเรียมเห็นพวกแพลงตอน หรือตะไคร่น้ำสีเขียว ที่จับตัวอยู่กับถุงพลาสติก

จึงคิดว่าเป็นอาหารเหมือนปลาประเภทอื่น ที่เคยเห็นตอนออกทะเลเข้ามาตอดกินแล้วจังหวะหายใจจึงดูดเอาพลาสติกเหล่านี้เข้าไปด้วย พร้อมเรียกร้องให้การตายของมาเรียมเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมารักทะเลให้มากขึ้นอย่าทิ้งขยะลงในทะเล

นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ เลขานุการมูลนิธิอันดามัน จังหวัดตรัง และสมัชชาองค์กรเอกชน ด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า จากกรณีการตายของพะยูนมาเรียม ซึ่งผลการผ่าพิสูจน์ซากพบเศษพลาสติกในกระเพาะอาหารนั้น เป็นการสะท้อนให้เป็นว่าขณะนี้ปัญหาขยะกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกแล้ว

เนื่องจากร้อยละ 80 ของขยะในทะเล มาจากขยะบนฝั่ง โดยเฉพาะพลาสติกที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กๆ หรือไมโครพลาสติก ได้ปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง หอย และขณะนี้ได้ย้อนกลับมาสู่คน เมื่อมีการบริโภคสัตว์ทะเลเหล่านั้น

ด้าน รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การตายของมาเรียมทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เห็นถึงแนวทางที่จะปฏิบัติช่วยเหลือลูกสัตว์กำพร้าว่าควรต้องทำอย่างไร ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพราะว่าบางทีธรรมชาติ ไม่ได้สวยงาม หรือดีอย่างที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีพวกมลภาวะต่างๆ เกิดขึ้น หรือว่าขยะต่างๆ เกิดขึ้น

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับการสตัฟฟ์ซากมาเรียมนั้น องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จะเป็นฝ่ายดำเนินการ เมื่อแล้วเสร็จจะนำมาจัดแสดงที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตต่อไป

นอกจากกรณีของพะยูนมาเรียมแล้ว ล่าสุดยังมีการพบซากพะยูนลอยมาเกยตื้นที่บริเวณอ่าวต้นไทร ด้านทิศตะวันตกของไร่เลย์ ท้องที่หมู่ 2 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพะยูนเพศเมีย น้ำหนัก 300 กิโลกรัมโดยประมาณ ความยาวลำตัว 260 เซนติเมตร ความกว้างรอบลำตัว 150 เซนติเมตร ความกว้างครีบหาง 80 เซนติเมตร

มีร่องรอยบาดแผลบนลำตัว มีรอยช้ำที่ใบพายด้านซ้าย เขี้ยวมีครบทั้ง 2 คู่ ลักษณะซากที่พบเป็นซากสดสภาพสมบูรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป ทั้งนี้ตลอดระยะ 5 เดือนที่ผ่านมา พบพะยูนเกยตื้นตายในทะเลกระบี่แล้วรวม 6 ตัว

เปิดใจเจ้าบ่าวเคราะห์ร้ายหลังงานแต่งงานถูกมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตี

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในงานแต่งงานในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิต 63 คนซึ่งกลุ่มไอเอสออกมาอ้างความรับผิดชอบในเวลาต่อมา
  • เจ้าบ่าวและเจ้าสาวของงานรอดชีวิตทั้งคู่ แต่ญาติพี่น้องที่มาร่วมงานเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
  • เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการเจรจาสันติภาพในอัฟกานิสถานระหว่างสหรัฐฯ และกลุ่มตอลีบัน

หลังเกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตาย ก่อเหตุโจมตีงานแต่งงานในกรุงคาบูล เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 63 คน ซึ่งนับเป็นเหตุนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของอัฟกานิสถานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มตอลิบานกำลังทำข้อตกลงในช่วงสุดท้ายของเพื่อลดการประจำการของทหารสหรัฐในอัฟกานิสถาน และกลุ่มตอลิบานก็ออกมาประกาศว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุโจมตีครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กลุ่มติดอาวุธ‘รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย’ หรือ กลุ่มไอเอส ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Telegram ซึ่งสื่อเป็นกระบอกเสียงของกลุ่ม อ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในงานแต่งงาน ครั้งนี้

ทั้งนี้เจ้าบ่าวของงานวิวาห์สีเลือดครั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ Mirwais Elmi หลังเหตุโจมตีว่า ตัวเขาและเจ้าสาวรอดชีวิตจากแรงระเบิดมาได้ แต่พี่ชาย และญาติคนอื่น ๆ ของเขาเสียชีวิตจากเหตุระเบิดหลายคน เขาสูญเสียความหวังและคิดว่าในชีวิตคงจะไม่สามารถกลับมามีความสุขได้อีก ส่วนทางด้านพ่อของเจ้าสาว ระบุว่าครอบครัวของพวกเขา สูญเสียสมาชิกในครอบครัวจากการโจมตีไปกว่า 14 คน

การเจรจาสันติภาพในอัฟกานิสถาน ?

ตัวแทนของกลุ่มตอลิบานและสหรัฐอเมริกาได้เจรจากันในเมืองหลวงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในรัฐนิวเจอร์ซีย์ว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯมีกองทหารประมาณ 14,000 คนในอัฟกานิสถานและเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนาโต้ โดยนายทรัมป์เผยว่าเขาต้องการถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวระบุถึงการถอนกองกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนกลุ่มตอลิบานจะเริ่มเจรจากับคณะผู้แทนชาวอัฟกานิสถานในกรอบของความสงบสุข ในการหยุดยิง

ม.กรุงเทพจัดเต็มความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในงาน OPEN HOUSE BU 2019

น้องๆ มัธยมทั่วประเทศเตรียมตัวให้พร้อมกับงาน Open House BU 2019 ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Main Campus ภายใต้คอนเซปต์ “เมื่อความคิดสร้างสรรค์ผสานกับเทคโนโลยี อนาคตแบบไหนก็ไร้ขีดจำกัด” มาค้นหาสิ่งที่ชอบ อาชีพที่ใช่จากประสบการณ์จริงของรุ่นพี่และอาจารย์ พร้อมกิจกรรม Workshop อีกมากมาย

น้องๆ สายใจรักบริการห้ามพลาด! ที่คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว ไปร่วมสัมผัสกับประสบการณ์จริงที่ห้องปฏิบัติการเครื่องบินจำลองบนสายการบิน BU AIR พร้อมชมห้องปฏิบัติการการโรงแรม รวมถึงบริษัททัวร์จำลอง ให้น้องๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง

สายผดุงความยุติธรรม อินกับความถูกต้อง ต้องมาที่คณะนิติศาสตร์ ชมห้องปฏิบัติการศาลจำลอง ชมสาธิตการพิพากษากฎหมายยุคใหม่ และทดลองว่าความเอง บอกได้คำเดียวว่าไม่ควรพลาด!

สายไอที ชอบเทคโนโลยีล้ำๆ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ตื่นตาตื่นใจไปกับการโชว์ผลงานของนักศึกษา ไม่ว่าจะหุ่นยนต์ ระบบปฏิบัติการ และอีกมากมาย รวมถึงสนุกกับการสร้างนวัตกรรมเชิงโต้ตอบ อย่างเกมและสื่ออื่นๆ เรียนรู้การออกแบบสร้างสรรค์ที่ให้น้องๆ จะได้ลงมือทำจริง

อยากเป็นวัยรุ่นเงินล้าน ชอบธุรกิจ คิดอะไรเป็นเงินเป็นทองต้องมาที่คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์และการลงทุน ที่จัดกิจกรรม Workshop สุดเซอร์ไพรส์ พร้อมรู้ลึกรู้จริงด้านการวางแผนการเงินให้น้องๆ ได้มีแรงบันดาลใจในการเป็นวัยรุ่นเงินล้านตามแบบฉบับของตัวเอง

กลุ่มเด็กสร้างสรรค์เป็นคนมีของ ชอบลองสิ่งใหม่ เก็บไว้ไม่ได้แล้ว! มาที่คณะนิเทศศาสตร์ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ขนอุปกรณ์จริงแบบจัดเต็ม พร้อมโชว์สนุกสุดเซอร์ไพรส์ ที่ตื่นตาทั้งแสง สี เสียง และเอฟเฟคจัดเต็ม ห้ามพลาดแม้แต่วันเดียว

ก้าวเข้าสู่โลกไร้พรมแดน ด้วยกิจกรรมมากมายจากหลักสูตรนานาชาติ (BUI) และหลักสูตรนานาชาติจีน (BUCI) ที่จะนำน้องๆ ไปสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมจากนักศึกษาต่างชาติ บอกได้เลยว่า ฟุตฟิตฟอไฟ ไฟแล่บอย่างแน่นอน

ยังมีกิจกรรมจากคณะและสาขาอื่นๆ อีกมากมายที่รอต้อนรับน้องๆ ทุกคนอยู่ที่งาน OPEN HOUSE BU 2019 จัดขึ้นในวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8:00 น. – 15:30 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Main Campus แล้วมาเจอกัน!

คลิกลงทะเบียนเข้าร่วมงาน www.bu.ac.th/openhouse/th/