พิษพายุ ‘โพดุล’ กระทบหลายจังหวัดบ้านเรือนเสียหาย น้ำป่าไหลหลาก

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุตุนิยมวิทบาได้ออก ประกาศแจ้งเตือน “พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” โดยในวันนี้ (30 ส.ค.62) หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก
  • ที่ บ้านหนองอีบุตร ต.หนองอีบุตร อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เกิดฝนฟ้าคะนองลมกระโชกทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน และล้มทับบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย
  • จ.มุกดาหาร น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถนน และไร่นาของชาวบ้าน ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด เกิดน้ำเอ่อล้นในตัว อ.เมือง บางเส้นทางรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

มีรายงานว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา พายุ ‘โพดุล’ พัดถล่มในพื้นที่บ้านหนองอีบุตร ต.หนองอีบุตร อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เกิดฝนฟ้าคะนองลมกระโชกทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน และล้มทับบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย ซึ่งบ้านเรือนประชาชนบางหลัง หลังคาได้หลุดปลิวว่อน และไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้ที่ล้มพาดสายไฟ และขวางการจราจร เพื่อใช้งานได้โดยเร็ว

นอกจากนี้เมื่อเวลาประมาณ 7.00 น. ยังมีรายงานด้วยว่าถนนเส้น กาฬสินธุ์-มุกดาหาร บริเวณบ้านนาไคร้ ถนนขาดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ช่วงบริเวณทางเบี่ยง จุดสร้างสะพานใหม่น้ำท่วมขัง และไหลผ่านถนนบริเวณภูมะตูม โดยระดับน้ำยังคงที่ และคาดว่าจะสูงขึ้นเนื่องด้วยฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณถนนทุ่งศรีเมืองทุ่งมน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

จ.มุกดาหาร น้ำเอ่อล้นท่วมถนนซอยรังสรรค์ – อ.ดอนตาล กระแสน้ำป่าไหลเข้าท่วมไร่นาชาวบ้าน

มีรายงานว่า ที่ซอยรังสรรค์ ชุมชนแก้วกินรี อ.เมือง จ.มุกดาหาร น้ำจากคลองร่องปอ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำเอ่อขึ้นมายังถนน ขณะที่ถนนหลวงสายหลักมุกดาหาร-ดอนตาล บริเวณบ้านดง บ้านคำดู่ ต.บ้านแก้ง อ.ดอนตาล กระแสน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากเอ่อล้นท่วมถนน และไร่นาของชาวบ้านบริเวณสองฝั่งถนน ได้รับความเสียหาย

จ.ร้อยเอ็ด พายุฝนโพดุลถล่ม น้ำไหลหลาก ท่วมขังหลายเส้นทาง

ที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล เช่นกัน โดยบริเวณทางหลวงสายหลัก ร้อยเอ็ด-อ.จตุรพักตรพิมาน บริเวณบ้านแก่นทราย หมู่ 14 ตำบลรอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เนื่องจากน้ำท่วมไหลบ่า ขณะที่ถนนสายร้อยเอ็ด-โพนทอง ช่วงก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. มีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเจ้าหน้าที่ค่อยอำนวยความสะดวกพร้อมแจ้งให้ใช้เส้นทางเลี่ยง

ขณะที่ บ้านคำชะอี ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มีรายงานต้นไม้หักโค่น บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย

ขอบคุณ : ปภ.จังหวัดกาฬสินธุ์ , แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด , ศูนย์ข่าวอุบัติภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ Dino News Kalasin

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คาดพายุโพดุลเข้าไทยเช้านี้ ทั่วไทยฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก-หนักมากบางแห่ง

เผยโฉม รถเกราะสไตรเกอร์ หลังเดินทางถึงไทยแล้วเมื่อวานนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • กองทัพบก สั่งซื้อรถเกราะสไตรเกอร์ จำนวน 37 คัน จากสหรัฐ
  • การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยทหารราบของกองทัพไทย

เพจ Smart Soldiers String Army ได้มีการเผยแพร่ภาพ ขณะรถเกราะ Stryker M1126 ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว หลังจากที่กองทัพบกได้จัดสรรงบประมาณกว่า 2,960 ล้านบาท ในการจัดซื้อรถรุ่นดังกล่าวจากกองทัพสหรัฐ เข้ามาเสริมศักยภาพทางการทหารให้กับหน่วยทหารราบของไทย

โดยการรับมอบรถเหราะใหม่ดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางไปรับมอบด้วยตนเอง ณ สนามบินดอนเมืองด้วย

ขณะที่เพจดังกล่าวระบุว่า เผยโฉม รถเกราะ Stryker ที่มาถึง ดอนเมือง โดยเครื่องบินลำเลียงC-17 ที่ลำเลียง มาลำละ2 คัน รวม4 คันแรก ที่บินมาจาก Hawaii

โดยมี บิ๊กแดง พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พร้อมด้วย Admiral Phil Davidson, Commander of United States Indo-Pacific Command- ผบ.USINDOPACOM ต้อนรับ

โดยจะนำส่ง ทบ. ล็อตแรก 10 คัน และทำพิธี ส่ง 12 กย.นี้ ที่ บก.ทบ. ก่อนนำเข้าประจำการ ร.112 พล.ร.11 รวม 2 กองพัน ราว 120 คัน โดย 70 คันแรก ส่งมอบหมดภายใน ปีนี้ และอีก 50 คัน ส่งมอบหมดภายในปีหน้า ในจำนวนนี้ เป็นรถ ที่สหรัฐให้เพิ่มพิเศษ รวม 40 คัน

ยืนยัน การจัดซื้อรถเกราะเป็นไปตามแผน

สำหรับการจัดซื้อ รถเกราะ Stryker M1126 เป็นไปตามแผนเสริมสร้างความสมบูรณ์ของกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) จ.ฉะเชิงเทรา ตามร่างแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2569 ในส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างส่วนกำลังรบของกองทัพบก

โดยได้กำหนดแผนงานเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับ พล.ร.11 จากเดิมจัดหน่วยแบบกองพลทหารราบมาตรฐาน เป็นการจัดหน่วยแบบกองพลทหารราบเบา โดยมีระยะการดำเนินการตั้งแต่ปี 2560-2571 เพื่อให้กองทัพบกมีหน่วยกำลังรบที่เหมาะสมเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

ซึ่ง รถเกาะ Stryker M1126 ถือเป็นยานเกราะล้อยางแบบที่ 3 ของกองทัพบกไทยที่เตรียมนำเข้าประจำการ ต่อจากยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 และยานเกราะล้อยาง VN-1 โดยแต่ละรุ่นก็จะมีลักษณะการใช้งานในหลากหลายภารกิจ แตกต่างกันไปตามสมรรถนะและขีดความสามารถใช้ในภารกิจลำเลียงทหารราบเข้าสู่พื้นที่การรบ ผลิตโดยบริษัท General Dynamics Land Systems ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 350 เเรงม้า น้ำหนักรถอยู่ที่ 16.47 ตัน ตัวรถยาว 6.95 เมตร กว้าง 2.72 เมตร สูง 2.64 เมตร หุ้มด้วยเกราะกันกระสุนขนาด 14.5 มม.

สามารถบรรทุกทหารราบได้ 9 นาย พลประจำรถ 2 นาย อาวุธหลัก (ที่คาดว่าน่าจะติดตั้งมาให้ด้วย) เบื้องต้นคือป้อมปืนรีโมทขนาด 12.7 มม., เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. พร้อมด้วยท่อยิงระเบิดควัน ระยะทำการ 530 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม.

และเมื่อนำมาใช้ในภารกิจลำเลียงทหารราบเข้าสู่พื้นที่การรบ Stryker จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บและสูญเสียต่อทหาร จากอาวุธยิงชนิดต่างๆ ได้ และยังเป็นการออมกำลัง

ลดความเหนื่อยล้าของทหารแทนการเคลื่อนกำลังด้วยการเดินเท้า เมื่อเข้าสู่พื้นที่สู้รบ พื้นที่ฝึกซ้อมหรือปฏิบัติภารกิจแล้ว ทหารราบจะมีสมรรถนะในการรบและปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็ม

ราคาไม่แพงแต่คุ้ม

สำหรับรถเกราะสไตรเกอร์ ที่กองทัพจัดซื้อมานั้น จากแหล่งข่าวรายงานว่า ถือเป็นราคาที่ไม่แพง เนื่องจากรถเกราะสไตรเกอร์ นี้ปรกติแล้วมีเพียงสหรัฐฯ ชาติเดียวที่มีรถเกราะ M1126 Stryker นี้เข้าประจำการ ซึ่งสมรรถนะของรถรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ดี ทำให้กองทัพสหรัฐฯ มีประจำการอยู่มากกว่า 4 พันคัน

ส่วนสาเหตุของการที่ทางสหรัฐฯ เลือกที่จะขายรถให้กับทางประเทศไทยนั้น คาดว่ามาจากการลดภารกิจนอกประเทศ จึงทำให้มีส่วนที่จำเป็นต้องระบายรถสำรองออกมา นอกจากนี้ สหรัฐฯ เองยังต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาติในอาเซียน

นอกจากนี้คาดว่า จะมีการฝึกอบรมการใช้งานรถเกราะสไตรเกอร์นี้หลังจากมีการส่งมอบเรียบร้อย ไปจนถึงช่วงเดือน พ.ย. 2562 นี้ โดยกองทัพสหรัฐฯ อีกด้วย

ข้อแตกต่างระหว่าง “รถเกราะ” หรือ “ยานเกราะ” กับ “รถหุ้มเกราะ”

สำหรับข้อแตกต่างของสองประเภทนี้ หากเทียบง่ายๆคือ ยานเกราะ นั้นคือเอาโครงสร้างที่เป็นเกราะอยู่แล้ว นำมาทำให้เป็นรถที่เคลื่อนที่ได้ (โครงตัวถังที่ขึ้นรูปเป็นเกราะ ทำให้วิ่งได้)

ส่วน รถหุ้มเกราะนั้น คือการนำโครงพื้นฐานที่เป็นรถเดิม มาเสริมเกราะให้มีความปลอดภัยมากขึ้นในภายหลัง (โครงรถที่วิ่งได้ มาเสริมเกราะ)

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (30 ส.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมาก กับมีลมแรงบางแห่ง
  • ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหล ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้
  • พายุโซนร้อนโพดุล ขึ้นฝั่งประเทศเวียดตามแล้วเมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้ และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวเมื่อเวลา 04.00 น.

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางแห่ง

สำหรับทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองดงฮอย ประเทศเวียดนามแล้ว เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้ (30 สิงหาคม 2562) จากนั้นได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศลาว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่บริเวณแขวงคำม่วน ประเทศลาว คาดว่า เคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยบริเวณจังหวัดนครพนมในเช้าวันนี้ และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศลาว ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก กับมีลมแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.