คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง UN จะหารือปม ‘แคชเมียร์’ แบบลับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี จะจัดการประชุมเพื่อหารือประเด็นแคว้นแคชเมียร์แบบลับ ๆ
  • ก่อนหน้านี้อินเดียเพิกถอนสถานะพิเศษของแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดกรณีพิพาทกับปากีสถาน
  • มาตรการนี้สร้างความไม่พอใจให้ปากีสถานอย่างหนัก

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี จะจัดการประชุมเพื่อหารือประเด็นแคว้นชเมียร์ โดยการประชุมจะมีขึ้นแบบลับในเวลา 21.00 น. วันนี้ ตามเวลาประเทศไทย โดยมีผู้นำโปแลนด์ ซึ่งเป็นประธานปัจจุบันของยูเอ็นเอสซีตามวาระหมุนเวียน เป็นประธานการประชุม

ทว่าการประชุมหารือเกี่ยวกับแคว้นแคชเมียร์ในที่ประชุมยูเอ็นเอสซี ซึ่งแคว้นแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย และอีกส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของปากีสถาน นับตั้งแต่ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ เมื่อปี 2490 ทั้งนี้ การประชุมยูเอ็นเอสซี เกี่ยวแคว้นแคชเมียร์ มีขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2508 แต่การประชุมครั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นการประชุมด้านความมั่นคงแบบเต็มรูปแบบ แต่จะเป็นการหารือแบบลับ

กสญ. ฮ่องกง เตือนคนไทย 17-18 สิงหาคมนี้ฮ่องกงมีประท้วงใหญ่

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง เตือนคนไทยในฮ่องกงหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมประท้วงในวันที่ 17-18 ส.ค.นี้
  • แนะนำให้ลงทะเบียนคนไทยในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลติดต่อหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันนี้ (16 ส.ค.2562) สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ได้รับรายงานว่าจะมีการจัดชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ในวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. และวันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค.2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

การเดินขบวนประท้วงโดยกลุ่มครูและอาจารย์ในฮ่องกง เริ่มเวลา 11.00 น. ผู้ชุมนุมจะรวมตัวกันที่ Chater Garden ย่าน Central เพื่อเดินขบวนไปที่ ที่ทำการรัฐบาลฮ่องกงในย่าน Admiralty

การเดินขบวนประท้วงในเขตเกาลูน เริ่มเวลา 15.30 น. จากท่าเรือ Hung Hom Ferry Pier ไปที่สวน Sung Wong Toi เกาลูนซิตี้
การเดินขบวนประท้วง เริ่มเวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมจะรวมตัวกันที่ Victoria Park ย่าน Causeway Bay เพื่อเดินขบวนไปที่ย่าน Central (ผ่านย่าน Wan Chai และย่าน Admiralty)

อย่างไรก็ตามสถานกงสุลใหญ่ฯ ขอให้คนไทยในฮ่องกง และคนไทยที่จำเป็นจะต้องเดินทางมาฮ่องกงในช่วงดังกล่าว โปรดหลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วงและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือคนไทยที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง และนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาฮ่องกง ลงทะเบียนคนไทยในต่างประเทศเพื่อเป็นข้อมูลติดต่อหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสามารถลงทะเบียน online ได้ที่ www.consular.go.th/main/th/register หรือทางเว็บไซต์ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่ www.thai-consulate.org.hk หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถประสานสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+852) 6821-1545 หรือ (+852) 6821-1546 และ Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (+66) 2-572-8442

เลขาธิการ กสม. ชื่นชม รมว. สธ.-รมช. กษ. ประกาศจุดยืนยกเลิก ‘พาราควอต’

ประเด็นน่าสนใจ

  • เลขาธิการ กสม. ชื่นชม รมว. สธ. – รมช. กษ. ประกาศจุดยืนยกเลิก ‘พาราควอต’
  • ชงนำข้อเสนอแนะ กสม. ไปใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิในการมีสุขภาพดีของประชาชน

นายโสพล จริงจิตร เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช. กษ.)ประกาศสนับสนุนการยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ภายในปี 2562 นี้

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ในภาคการเกษตรมีความเกี่ยวพันโดยตรงต่อสุขภาพอนามัยและวิถีชีวิตของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการให้ประชาชนทุกคนมีความปลอดภัย และมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี

ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนในประเด็นการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย เช่น พาราควอต ต่อคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการวัตถุอันตราย แล้ว โดยเสนอให้กำหนดให้พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 18 คือ ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง

นายโสพล กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีความชัดเจนในการห้ามใช้สารเคมีพาราควอต เช่น สหภาพยุโรป ศาลแห่งสหภาพยุโรปมีคำสั่งยกเลิกการใช้พาราควอต เนื่องจากข้อกังวลด้านสุขภาพและการประเมินความปลอดภัยในสารเคมี ส่วนสหรัฐอเมริกา มีการฟ้องร้องเป็นคดีเกี่ยวเนื่องกับอันตรายต่อสุขภาพที่สืบเนื่องจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีส่วนประกอบของพาราควอต และศาลพิพากษาให้บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสารเคมีดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายเนื่องด้วยพยานหลักฐานชี้ชัดว่าปัญหาสุขภาพเกิดจากสารเคมีทางการเกษตรดังกล่าวจริง

ในทวีปเอเชีย มีประเทศที่ห้ามใช้แล้ว เช่น กัมพูชา จีน คูเวต ลาว เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม ส่วนประเทศที่จำกัดการใช้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แต่เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลในขณะนี้ได้ประกาศจุดยืนในการยกเลิกการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด

“แม้ปัจจุบันยังมีข้อโต้แย้งและไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เช่น พาราควอต เป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่ แต่ในมุมสิทธิมนุษยชนแล้ว สิทธิการมีชีวิตอยู่และการมีชีวิตอย่างมีคุณภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ การดำเนินการใดที่จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงและเอื้อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพและได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ถือเป็นการดำเนินการที่รัฐสมควรกระทำ

ดังนั้น สำนักงาน กสม. จึงขอสนับสนุนการยกเลิกการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายดังกล่าว และขอแสดงความชื่นชมต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องดังกล่าว โดยหวังว่ารัฐบาลจะได้นำข้อเสนอแนะของ กสม. ไปพิจารณาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายโสพล กล่าว