ผู้ว่าฯบึงกาฬ ลุยเปิดงาน ‘บึงกาฬเทรดแฟร์ ครั้งที่ 3’ รวมของดีของเด่นกว่า 30 ร้านค้า

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน “บึงกาฬเทรดแฟร์ ครั้งที่ 3” รวมของดีของเด่น จ.บึงกาฬ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง 19 สิงหาคม 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 20.30 น.

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน “บึงกาฬเทรดแฟร์ ครั้งที่ 3” โดยกล่าวว่า ผู้ประกอบการของจังหวัดบึงกาฬส่วนใหญ่เกินร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ความเป็นไปได้ในการที่จะพัฒนาศักยภาพของธุรกิจการค้า และบริการเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ด้วยตนเองในยุคของการเปิดเสรีทางการค้า

รวมทั้งการได้รับผลกระทบ จากภาวะชะลอตัวทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างเป็นไปได้ยาก อีกทั้งเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการนํา ประเทศเข้าสู่ Thailand 4.0 และสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถการค้าและการ ลงทุนของจังหวัด โดยการเพิ่มศักยภาพการค้า การลงทุน การตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ

ดังนั้น จึงมีความจําเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการ ภาครัฐจึงจําเป็นต้องเข้ามาให้การสนับสนุนเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตและ ผู้ประกอบการโดยการเสริมสร้างประสบการณ์ทางการตลาด ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของ จังหวัดด้วยการจัดงานแสดงสินค้าของจังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตสื่อถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ การจําหน่ายสินค้าของ จังหวัดบึงกาฬ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวม 30 คูหา แบ่งเป็นสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ สินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย, สินค้าประเภทของฝากที่ระลึก ของใช้ของตกแต่งบ้าน, และ สินค้า ประเภทอาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ผลไม้

อาทิ สับปะรดหวานแม่วันใส, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้า คราม, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกก, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพลาสติก, ผลิตภัณฑ์ จากหนัง, ข้าวสาร, ข้าวเม่า, ขนมไทย, ลูกหยียักษ์, ส้มตํารสเด็ด ฯลฯ โดยทุกวันพบกับโปรโมชั่นสินค้าราคา พิเศษ ลดสูงสุดถึง 30%, การแสดงดนตรีจาก โก่อาร์ม ปาร์ตี้โต๊ะ, การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน,

และชม มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง วันที่ 16 สิงหาคม พบกับ เบล ขนิษฐา เจ้าของเพลงดัง “เทพบุตรใจหมา” และ วันที่ 18 สิงหาคม พบกับ ปราโมทย์ วิเลปะนะ ศิลปินดังยุค 90 เจ้าของเพลง “แค่คนอีกคน” ซึ่งการจัดงานจะ มีขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 20.30 น.

เกิดน้ำป่าไหลหลาก ที่น้ำตกนางรอง จ.นครนายก

แฟนเพจ เรื่องจริงนครนายก รายงานว่า ที่น้ำตกนางรอง เกิดน้ำป่าไหลหลากตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นต้องปักธงแดง เพื่อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด จนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนที่น้ำตกวังตะไคร้กับน้ำตกสาริกา ลงเล่นได้ตามปกติ

ทั้งนี้ น้ำตกนางรอง ตั้งอยู่ที่ตำบลหิน อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยว

พยากรณ์อากาศ จ.นครนายก

เปิดวิธีการรับสิทธิ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ คลัง เสนอมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าที่ประชุม ครม.
  • แจกเงิน 1,500 เที่ยวทั่วไทย เป็นหนึ่งในมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
  • คนได้รับสิทธิ์ 1,500 ต้องลงทะเบียนให้ได้ก่อน 10 ล้านคน

จากกรณีที่กระทรวงการคลัง เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ด้วยการให้เงินไปเที่ยวช้อปทั่วไทยจำนวน 1,500 บาทเพื่อกระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ, การเพิ่มเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)

เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า และการลดดอกเบี้ยพิเศษเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนหลังเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากหวังว่าจะให้มีการจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้นนั้น

ทีมข่าวจะพาไปสำรวจดูว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นตอน และการดำเนินการอย่างไรบ้าง

1.มาตรการแจกเงิน 1,500 บาท กระตุ้นการอุปโภคบริโภค และการลงทุนในประเทศ

จะใช้เม็ดเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท และให้สิทธิกับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ 10 ล้านคนแรกเท่านั้น กล่าวคือใครลงทะเบียนได้ก่อน ก็สามารถเข้าถึงมาตรการนี้ ด้วยการโอนเงินเข้าในระบบ e-payment ของธนาคารกรุงไทย

ซึ่งผู้รับเงินต้องมีคุณสมบัติ ต้องเป็นประชาชนคนไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนเงื่อนไขคือต้องใช้เงินในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ยอมนำเงินมาใช้ ก็จะถูกเรียกเก็บคืนสู่รัฐ

และผู้มีสิทธิต้องไปใช้เงินยังที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ใช่ในจังหวัดที่ตัวเองอาศัย ส่วนเรื่องระบบลงทะเบียนนั้นยังอยู่ในระหว่างการหารือ ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด

2. มาตรการแจกเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า แบ่งเป็นการแจกเงิน 3 ลักษณะคือ

2.1 เพิ่มเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านทางบัตรเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวมเป็น 1,000 บาท

2.2 เพิ่มเงินให้แก่ผู้สูงอายุที่ถือบัตรคนจน และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป 2 เดือน รวมเป็นเงิน 1,000 บาท

2.3 เงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรให้แก่ผู้ถือบัตรคนจนที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มีอายุ 0-6 ปี เป็นเวลา 2 เดือน ๆ ละ 300 บาท รวมเป็นเงิน 600 บาท

ซึ่งจากมาตรการทั้งหมด มีการใช้งบประมาณไปรวมกว่า 20,000 ล้านบาท และเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับเงินที่ได้รับอยู่แล้วในแต่ละเดือน ทำให้ในช่วง 2 เดือนที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรับเงินเพิ่มอีกคนละ 1,000-2,600 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะถูกโอนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยอัตโนมัติ

3.มาตรการบรรเทา ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จะเป็นในรูปแบบการลดดอกเบี้ย คลายหนี้สิน และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการเพาะปลูก