ญี่ปุ่นจ่อขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เมืองหลวง-ปริมณฑลเริ่มต้น 1,000 เยนต่อชั่วโมง

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเฉลี่ยชั่วโมงละ 900 เยน
  • การขึ้นค่าแรงครั้งนี้ ถือว่าเป็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมา
  • หอการค้ำญี่ปุ่น แสดงความกังวล ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้

คณะกรรมการพิจารณาค่าแรงของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแห่งประเทศญี่ปุ่น มีการประชุมอภิปรายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่่าประจ่าปี โดยแสดงอัตราค่าแรงขั้นต่่าต่อชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 27 เยนเป็น 901 เยน ซึ่งถือว่าเป็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมา

ทั้งนี้หากค่าแรงขั้นต่ำเป็นไปตามเกณฑ์ใหม่นี้ จะทำให้ผู้ประกอบการในเขตกรุงโตเกียวและจังหวัดคานากาวะ จะมีค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมงสูงเกิน 1,000 เยน

ภาพประกอบข่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าแรงของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งมีสัดส่วนของกลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้าร่วมการประชุมจะเสนออัตราการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่่าร่วมกันเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวได้แสดงอัตราค่าแรงขั้นต่่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ชั่วโมงละ901 เยน ซึ่งปรับขึ้นจากเดิม โดยเป็นผลจากการประชุมอภิปรายตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งมีการประกาศอัตราค่าแรง ขั้นต่ำให้ประชาชนทราบ จากการตรวจสอบอัตราค่าแรงขั้นต่ำใหม่แยกตามกลุ่มจังหวัด พบว่าค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละกลุ่มจังหวัดมีความแตกต่างกันไปโดยในเขตกรุงโตเกียวจะมีอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 1,011 เยน

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงขั้นต่ำมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันภายในระยะเวลา 3 ปีจนถึงปีที่ผ่านมา คิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมีเป้าหมายที่จะเพิ่มค่าแรงขั้นต่่าเฉลี่ยทั่วประเทศเป็นจ่านวน 1,000 เยนต่อชั่วโมงโดยเร็ว ซึ่งในครั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะแจ้งการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทั่วประเทศให้กลุ่มผู้ประกอบการรับทราบต่อไป

ภาพประกอบข่าว
  • หอการค้ำญี่ปุ่น แสดงความกังวลต่อผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ระหว่างการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าแรงของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ประธานหอการค้าญี่ปุ่น ได้แสดงความเห็นต่อประเด็นการน่าเสนอการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่่าเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่่ำเฉลี่ยทั่วประเทศปรับขึ้น

ทั้งนี้ การมีมติให้ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจำนวนมากเช่นนี้ โดยไม่พิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงและปัจจัยรอบด้าน อาจจะทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงเพิ่มมากขึ้น หรือสร้างความกังวลเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และเศรษฐกิจภูมิภาค

เมื่อมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่่า รัฐบาลย่อมต้องออกมาตรการป้องกันการขึ้นราคาสินค้าของผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อนำไปชดเชยค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น

คนไทยในฮ่องกง ทยอยเดินทางกลับ หลังเหตุประท้วงปิดสนามบิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุประท้วง ปิดสนามบินนานาชาติฮ่องกง เพื่อแสดงออกในการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน
  • การปิดสนามบินทำให้สายการบินต่าง ๆ ต้องยกเลิกทุกเที่ยวบินหลายระลอก และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วง
  • ขณะนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินในท่าอากาศยานฯ กลับมาเป็นปกติแล้ว เพราะมีผู้ประท้วงเหลืออยู่อย่างบางตา

ความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง หลังผู้ประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากฮ่องกงไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ เข้าปิดล้อมสนามบินนานาชาติฮ่องกง กระทั่งการเดินทางผ่านอากาศยานเป็นอัมพาตอยู่หลายระลอกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่าหลังศาลฮ่องกงไม่อนุญาตให้ชุมนุมในสนามบิน ทำให้ปัจจุบันเหลือจำนวนผู้ชุมนุมไม่มากแล้ว ขณะนี้ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว ส่วนผู้โดยสารชาวไทยที่ยังตกค้างในท่าอากาศยานเมื่อคืนนี้ ทยอยเดินทางออกจากฮ่องกง โดยเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อกลับประเทศไทยแล้ว เหลือเพียง 3 คน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ได้ประสานกับการบินไทยให้เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงบ่ายหรือค่ำวันนี้ (14 สิงหาคม 2562)

ภาพประกอบข่าว : เหตุปะทะกันภายในสนามบินฮ่องกง ระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมกันนี้สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบว่ายังมีผู้โดยสารรายอื่น ๆ ที่มีกำหนดเดินทางออกจากฮ่องกงวันนี้โดยสายการบินอื่น ๆ อาทิ สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินเอธิโอเปีย ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานการเดินทางกลับแล้ว

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ซสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงได้โพสต์ข้อความขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านได้แก่ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทีมประเทศไทย ณ เมืองฮ่องกง ทุกคน และที่สำคัญคนไทยทุกท่านที่สามัคคีและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมแรงกายแรงใจ ส่งผลให้คนไทยทุกคนสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้โดยสวัสดิภาพ

อย่างไรก็ตามจากการประเมินสถานการณ์ที่ประชุมเห็นว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งเครื่องบินพิเศษไปช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้าง เนื่องจากสามารถเดินทางกลับได้โดยสายการบินพาณิชย์ อย่างไรก็ตามขอให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปฮ่องกงในระยะนี้ รวมทั้งให้ตรวจสอบเที่ยวบินกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงก่อนการเดินทาง

สาวโฆษณา แจ้งความตำรวจ บก.ปอท. ถูกฉกรูปลงประกาศเว็บหาคู่

ประเด็นน่าสนใจ

  • พนักงานสาวฝ่ายโฆษณา บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งถูกคนร้ายฉกเอารูปพร้อมข้อมูลส่วนตัวไปสมัครลงประกาศเว็บหาคู่
  • ผู้ร้องยืนยันไม่เคยคิดนำข้อมูลลงเว็บประเภทดังกล่าว
  • เจ้าตัวสงสัยอาจจะเป็นแฟนเก่าของเพื่อนชายที่หวังกลั่นแกล้ง
  • พร้อมกันนี้ผู้ร้องได้วอนคนที่ได้รับข้อมูลไปอย่าหลงเชื่อหรือส่งต่อเพราะเดือดร้อนต้องชี้แจงว่าเป็นเรื่องไม่จริง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ บก.ปอท. น้องน้ำส้ม กรชนก สีใส พนักงานฝ่ายโฆษณาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.เปตอง ด่านปรีดา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น.โดนคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครนำเอารูปภาพตลอดจนข้อมูลส่วนตัวของตนไปสมัครในเว็บไซด์หาคู่แห่งหนึ่ง

น่าเชื่อว่าจะเอาไปจากเฟซบุ๊กบัญชีชื่อ Konchanok Seesai ปกติตนตั้งค่าเป็นสาธารณะใครก็เขามาดูได้ ซึ่งมีการนำรูปภาพในชุดว่ายน้ำไปลงประกอบด้วย ตอนนี้จึงต้องตั้งค่าเปลี่ยนเป็นส่วนตัว

โดยคนร้ายที่เอารูปไปสมัครมีการเขียนข้อความแนะนำตัวว่า”น้ำส้มค่าาา ใครเหงาโทรมาคุยกันนะคะ 0800- – – 123″ ซึ่งเป็นเบอร์มือถือของตน

สร้างความเข้าใจผิด คิดว่าตนเองเป็นคนลงประกาศหาคู่ สร้างความเดือดร้อนให้ตนมาก ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.ซึ่งเป็นวันแรกที่คนร้ายเอารูปและข้อมูลตนไปลงประกาศก็มีผู้ชายโทร. มาสอบถามวันๆ นับสิบราย ถามว่าตนเหงาเหรอ อยากมีเพื่อนคลายเหงาหรือเปล่า ตนก็ต้องปฏิเสธชี้แจงไปว่าไม่ได้ประกาศหาคู่ ไม่เหงาอะไร

เมื่อสอบถามกลับไปก็ทราบว่าเขาได้รายละเอียดมาจากเว็บไซด์ดังกล่าวตนจึงติดต่อไปยังแอดมินเว็บไซด์ดังกล่าว ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ ทางแอดมินเว็บไซด์ดังกล่าวจึงถอดข้อมูลและรูปของตนออกจากเว็บไซด์แล้ว แต่ก็ยังมีคนโทร.มาอยู่เรื่อยๆ

เมื่อเช้าจึงไปพบพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ซึ่งเป็นท้องที่ที่ตนพักอยู่ ได้รับคำแนะนำให้มาแจ้งความที่ บก.ปอท.จะรวดเร็วกว่า ตนจึงเดินทางมาแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.ทันที น้องน้ำส้ม กล่าวต่อ นอกจากเอารูปไปสมัครหาคู่แก้เหงาแล้ว ยังพบว่ามีความพยายามจะเข้ามาแฮกเฟซบุ๊กและไลน์ รวมทั้งไอจี.ของตนด้วย แต่ตนตั้งระหัสไว้สองชั้น ทำให้คนร้ายไม่สามารถแฮกเอาไปได้

ด้าน ร.ต.ท.เปตอง รับแจ้งความไว้ก่อนประสานฝ่ายสืบสวนให้ตรวจสอบร่อยรอยคนร้าย ก่อนประสานพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น้องน้ำส้ม กรชนก กล่าวหลังพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.แล้วก็สบายใจขึ้นบ้างหลังจากที่นอนไม่หลับมาสามคืนแล้ว กลัวว่าคนร้ายจะเอาไปลงเว็บอื่นๆ อีก รวมทั้งเอาไปแอบอ้างให้เราเสียๆ หายๆ เช่นไปหยิบยืมเงินคนนั้นคนนี้ จะเป็นความเดือนร้อนตามมมาอีก สร้างความกังวลใจให้เรามาก

อยากฝากบอกคนที่ไปเห็นข้อมูลที่คนร้ายเอาไปปลอมหลอกใครต่อใครว่าตนเดือดร้อนมาก ทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัวในชีวิตประจำวันเดือดร้อนไปหมด มีผู้ชายติดต่อเข้ามามากจนน้ำส้มไม่สามารถทำงานได้เลย ต้องปิดการสื่อสารทุกอย่างทั้งไลน์ อะไรต่ออะไร ปกติงานของเราที่ให้ลูกค้าแอดไลน์มาคุยธุรกิจก็ต้องปิดรับเพิ่มเพื่อนไป เดือดร้อนเสียหายไปหมดอยากจะขอความเห็นใจคนที่กลั่นแกล้งตนขอร้องให้หยุดการกระทำเถอะ ตนคิดว่าคนทำน่าจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ขอความเห็นใจต่างคนต่างอยู่เถอะ ตนจิตตกมากเลย ชีวิตประจำวันการงานย่ำแย่ไปหมด ขอความเห็นใจเถอะค่ะ