ตร.เตรียมออกหมายจับ มือวางระเบิดป่วนกรุงฯเพิ่มอีก 1 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางตำรวจเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 คน โดยเป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 2 ราย ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมมีคำสั่งให้โอนสำนวนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองบังคับการปราบปราม

วันนี้ (14 ส.ค.62) พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุง เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ทางตำรวจเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 คน โดยเป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 2 ราย ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้

โดยเป็นคนละกลุ่มและไม่รู้จักกัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลและรู้ชื่อแล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการวางระเบิดบริเวณจุดใด รวมถึงเป็นเครือข่ายไหน ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชันจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน จะมีการแถลงข่าวให้ทราบอย่างเร็วสุดน่าจะเป็นวันนี้ (14 ส.ค.) หรือไม่ก็ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ส.ค. นี้ เนื่องจากต้องดำเนินการขั้นตอนต่างๆเรียบร้อยก่อน

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชันจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมมีคำสั่งให้โอนสำนวนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินคดี

ปภ.เผย สถานการณ์น้ำท่วม ใน 8 จังหวัด คลี่คลายแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในช่วงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ถึงปัจจุบัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 8 จังหวัด
  • ปภ.แจ้งว่า สถานการณ์ ณ ขณะนี้คลี่คลายแล้ว พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน สตูล ตราด ระนอง ปัตตานี กาญจนบุรี เชียงใหม่ และอุดรานี รวม 20 อำเภอ 58 ตำบล 111 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 577 หลัง โรงเรียน 2 แห่ง เรือ 2 ลำ วัด 1 แห่ง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (จังหวัดสตูล) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ซึ่ง ปภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ขอบคุณ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง

‘อนุทิน’ ประชุมร่วมเกษตรกร หารือแนวทางปลูกกัญชาทางการแพทย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับเกษตรกรเกี่ยวกับการผลิตและใช้กัญชาทางการแพทย์
  • ชี้หากประสบความสำเร็จเรื่องผลักดันกัญชาทางการแพทย์ จะเข้าสู่การนำกัญชามาผลิตเป็นสินค้าต่างๆ

วานนี้ (13 ส.ค.62) ที่ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมร่วมกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์มารุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นเกี่ยวกับการผลิตและใช้กัญชาทางการแพทย์

นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์เป็นลำดับแรก หากประสบความสำเร็จ จะเข้าสู่การนำกัญชามาผลิตเป็นสินค้าต่างๆ เรื่องกัญชาต้องเดินหน้าเป็นขั้น เป็นตอน และไม่กระทบกับสุขภาพของคนไทย รวมไปถึงสังคมไทย ส่วนที่มีการอ้างกฎบัติ WHO ว่ากัญชาเป็นยาเสพติด ผิดกฎหมาย ขอย้ำว่า ถ้านำมาใช้ทางการแพทย์ สามารถทำได้ หลายชาติ ไม่แคร์เรื่องนี้กันแล้ว

ในส่วนของภาคเกษตรกร เรารู้ว่าเกษตรกรไทยมีความสามารถ และภาครัฐต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกรไทย แทนที่การนำของกลางมาใช้ แต่ทั้งนี้ ที่สุดแล้ว การปลูก ก็ต้องควบคุมโดยรัฐ การนำมาใช้ก็ต้องผ่านการรับรองโดยรัฐเช่นกัน

สำหรับนโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น เพื่อใช้รักษาโรค ยังเป็นเป้าหมายของตน นอกจากนั้น เรื่องการนิรโทษกรรมผู้ป่วยที่ครอบครองกัญชา ซึ่งจะหมดลงในวันที่ 21 สิงหาคม ตนจะไปดูแลเรื่องดังกล่าว

“การปลูกกัญชา รวมไปถึงกิจกรรมทั้งหลาย ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดยภาครัฐเท่านั้น ทั้งการตรวจสอบคุณภาพ การรับซื้อ การสกัด การจำหน่ายจ่ายแจก และต้องเริ่มจากเรื่องการแพทย์ก่อน ทั้งนี้ อะไรที่เป็นประโยชน์ เราไม่ขัดขวาง”

ด้านนายประพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าเราพร้อมผลักดันนโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์ ส่วนใครที่มาอ้างกฎหมายสากล อยากให้ไปตรวจสอบที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ที่เขาให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจกันแล้ว

นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถปลูกกัญชาได้สะดวกขึ้น ทุกวันนี้ ตนร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทย ปลูกนำร่องไว้ 5 ไร่ ลงทุนเองหลายบาท เพราะอยากให้สังคมรู้ว่าคนไทยปลูกได้ และปลูกเก่งไม่แพ้ต่างชาติเลย ซึ่งเกษตรกรไทยท่านอื่น ไม่ได้มีแนวคิดแบบตน ถ้าขาดการช่วยเหลือ รับรองไม่มีใครกล้าลงทุน

นายประพัฒน์ กล่าวต่อว่า ต้องการให้มีการลงทะเบียนสายพันธุ์กัญชา เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ คนไทยปลูกกัญชาพันธุ์ไหนบ้าง และอยากให้ผ่อนปรนเรื่องวิจัยกัญชา เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงรัฐมนตรี ที่เป็นผู้อนุญาต สวนทางกับจำนวนความต้องการวิจัยศึกษาที่มีมากมาย จนเกิดสภาวะคอขวด นอกจากนั้น อยากให้ดูแลเรื่องการนิรโทษกรรมกัญชาแก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการรักษาโรค

ขณะที่นายแพทย์มารุต กล่าวตอบข้อสงสัยเรื่องการปลูกกัญชาของเกษตรกรว่า ปัจจุบันนี้ เกษตรกรสามารถูกได้ ในเงื่อนไขที่ต้องร่วมมือกับทางสถาบันทาบการแพทย์ และสถาบันการศึกษา โดยผลิตนั้น ต้องเป็นไปเพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นสำคัญ