“ไม่มีใครไม่เคยพ่ายแพ้” ดราม่าเจ้าขุน ควรระวังติงแรงไปจะเป็น Cyberbullying

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพจดังแนะจะแสดงความเห็นตักเตือน เจ้าขุน จักรภัทร ควรระวังไม่อย่างนั้นจะเป็น Cyberbullying
  • เหตุการณ์นี้เป็นข้อคิดให้คนรู้จักความพ่ายแพ้ และจัดการกับอารมณ์นั้น

จากเหตุการณ์ดรามาในการแข่งขันชกมวย 10 fight 10 หลัง เจ้าขุน จักรภัทร วรรธนะสิน ลูกชายของ เจ เจตริน นักร้องชื่อดังและโปรโมเตอร์จัดการแข่งขัน ได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันดังกล่าว จนส่งผลทำให้คนที่ติดตามรายการออกมาแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนั้น

ล่าสุดเพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา ได้มีการโพสต์ข้อคิด ที่ได้จากเรื่องที่เกิดขึ้นทำนองว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสอนให้รู้ว่าทุกคนต้องเคยเจอกับความพ่ายแพ้และผิดหวังด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ การมีสติเพียงพอที่จะจัดการอารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้น

รวมถึงผู้ปกครองและครอบครัวควรให้กำลังใจมากกว่าที่จะตำหนิต่อหน้าธารกำนัล เพราะอาจทำให้เกิดการฝังใจได้ ขณะเดียวกันการตักเตือนในเชิงสร้างสรรค์ และการ Cyberbullying มีเพียงเส้นบางๆ กั้น หากจะแสดงความเห็นวิจารณ์ก็ควรระวังด้วย เพราะหากใส่อารมณ์ส่วนตัวมากเกินไป อาจเป็นการ Cyberbullying โดยไม่ตั้งใจได้

ไม่มีใครไม่เคยพ่ายแพ้และไม่เคยทำผิดพลาด

เมื่อวานมีประเด็นที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย เรื่องราวของการแข่งขันชกมวยรายการหนึ่งที่ภายหลังการแข่งขันมีการวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมาอย่างรุนแรง นั่นคือกรณีของเจ้าขุน ลูกชายของคุณเจเจตริน ที่ชกมวยแล้วแพ้น็อคให้กับน้องแบงค์ ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือ มีการวิจารณ์ว่าเจ้าขุนมีปฏิกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่างๆ

สิ่งที่ควรพิจารณาต่อมาคือ เจ้าขุนก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำผิดพลาดและพ่ายแพ้ ก็เหมือนกับพวกเราทุกคนนั่นแหละ ไม่นับที่เจ้าขุนอายุ 16 ปี เขายังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มาก และมีความหุนหันพลันแล่น ไม่คิดหน้าคิดหลังได้

แทนที่จะวิจารณ์รุนแรง น่าจะดีกว่าถ้าเรานำเหตุการณ์นี้มาสอนใจตัวเองและลูกหลานที่กำลังเติบโต ว่าในวันที่รู้สึกแย่ ผิดหวังเสียใจ ตรงนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการมีสติเพียงพอที่จะจัดการอารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้น

ภาพและข้อความจาก เข็นเด็กขึ้นภูเขา

เลขาธิการ กสม. หวัง สตช. เร่งดำเนินคดี “เอกชัย อิสระทะ” ถูกคุกคาม-กักขัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เลขาธิการ กสม. หวัง สตช. เร่งดำเนินคดีกรณี “นายเอกชัย อิสระทะ” ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์คุกคาม-กักขังในการร่วมเวทีประชาพิจารณ์โครงการเหมืองหิน จ. พัทลุง
  • แนะกระทรวงอุตฯ ให้จัดเวทีใหม่ รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและประกันความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม

วันที่ 13 ส.ค.62 นายโสพล จริงจิตร เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่คุกคามและควบคุมตัวไปกักขัง พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารและทรัพย์สินติดตัวไว้เป็นเวลาครึ่งวัน ภายหลังจากที่นายเอกชัยแสดงเจตจำนงเข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นการขอประทานบัตรโครงการขอสัมปทานเหมืองแร่หินปูนของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562

นายโสพล ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) มีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายเอกชัย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเข้าข่ายหน่วงเหนี่ยวกักขังอันเป็นความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา ยิ่งเมื่อคำนึงว่านายเอกชัยเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ซึ่งหน่วยงานของรัฐควรให้ความสำคัญต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับนายเอกชัย ยิ่งไปกว่านั้น

ผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งที่จะเข้าไปรายงานข่าวก็ถูกข่มขู่คุกคาม โดยมีการขอมิให้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในเวทีด้วย ซึ่งสะท้อนว่าผู้กระทำการมิได้มีความเคารพหรือเกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด

“สำนักงาน กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะเร่งสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในกรณีนี้โดยเร็ว รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของนายเอกชัย ในขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการนี้ มิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ประชาชนและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบในการมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลความเห็น

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ควรพิจารณาทบทวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โครงการดังกล่าวในครั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีการรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างถูกต้องครบถ้วน ตลอดจนประกันความปลอดภัย และเสรีภาพในการมีส่วนร่วมและแสดงความเห็นตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายรับรอง” นายโสพล กล่าว

ครม. เห็นชอบตั้งข้าราชการการเมือง พบอดีตนักการเมืองตบเท้าทำงานเพียบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่ประชุมครม. เห็นชอบตั้งข้าราชการการเมือง
  • ตำแหน่งที่น่าสนใจคือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุขเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (13 ส.ค. 2562) ที่ประชุมได้มีมติให้มีการแต่งตั้งข้าราชการในตำแหน่งต่างๆ ส่งผลทำให้ มีอดีตนักการเมืองชื่อดังตบเท้าเข้าทำงานกันถ้วนหน้า ดังนี้

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

  1. นายไชยยศ จิรเมธากร ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง รองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)
  2. นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)

กระทรวงกลาโหม

พลเอก พลภัทร วรรณภักตร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

  1. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  2. นายยุพ นานา ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กระทรวงพาณิชย์

  1. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  2. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
  3. นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  4. นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กระทรวงวัฒนธรรม

  1. นายเวียง วรเชษฐ์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  2. นายพิกิฏ ศรีชนะ ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)

นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  1. นายอลงกรณ์ พลบุตร ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. นายธนา ชีรวินิจ ให้ดำรงตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  3. นางสาวทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน)
  4. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน)
  5. นายธนสาร ธรรมสอน ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า)

กระทรวงคมนาคม

  1. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายถาวร เสนเนียม)
  2. นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายถาวร เสนเนียม)
  3. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ)

กระทรวงมหาดไทย

  1. นายอนุชา โมกขะเวส ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี)
  3. นายวิเชียร จงชูวณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายทรงศักดิ์ ทองศรี)
  4. พลตำรวจตรี ธารา ปุณศรี ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  5. นายวิรัช ร่มเย็น ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี)
  6. นายสุกรี มะเต๊ะ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายทรงศักดิ์ ทองศรี)

กระทรวงยุติธรรม

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กระทรวงสาธารณสุข

  1. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  2. นายเรวัต อารีรอบ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงอุตสาหกรรม

นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2562 เป็นต้น

สำหรับตำแหน่งอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่นี่ >>