แม่น้องการ์ตูน ส่งข้อความถึง น้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม คู่กรณีจากเหตุเมาแล้วขับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • แม่น้องการ์ตูน เปิดใจหลังผ่าน 5 ปี แต่ไร้เยียวยาจากคู่กรณีเหตุเมาแล้วขับ
  • ฝากถึงคู่กรณีอยากให้มีจิตสำนึก ไม่ต้องชดใช้ทั้งหมด แค่ห่วงใยมาดูแลบ้าง

จากกรณี นางสาวศรัญญา ชำนิ แม่น้องการ์ตูน ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊กของร้านสเต๊กตัวเอง ภายหลังเกิดอุบัติเหตุที่ นางสาวน้ำผึ้ง ใจเสงี่ยม ขับรถกระบะพุ่งชนร้านสเต๊ก บริเวณปากซอยเอกชัย 119 เขตบางบอน เมื่อช่วงปี 2557 จนทำให้สามีเสียชีวิต

ส่วนน้องการ์ตูน ลูกสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงจนถึงปัจจุบัน แต่ภาระกลับมาตกที่แม่น้องการ์ตูนต้องตามสืบทรัพย์เอง หลังศาลฎีกาตัดสินจำคุกนางสาวน้ำผึ้ง เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมให้จ่ายเงินชดใช้ 6 ล้านบาท เมื่อปี 2559

กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ปี จนนางสาวน้ำผึ้งออกมาจากคุกแล้ว แต่ทางครอบครัวของน้องการ์ตูนยังไม่ได้รับการติดต่อจากนางสาวน้ำผึ้ง และยังไม่ได้รับเงินชดใช้เยียวยาแต่อย่างใด

ก่อนที่เวลาต่อมา จะมีภาพของนางสาวน้ำผึ้ง ใช้ชีวิตหรูหรา ด้วยการสวมใส่ทองเส้นใหญ่ ห้อมล้อมไปด้วยรถยนต์คัน และบิ๊กไบค์คันใหม่ หลังจากที่เขาออกมาจากคุก แถมสืบทราบว่าครอบครัวเปิดโต๊ะสนุกเกอร์อยู่ที่ย่านเอกชัย รวมถึงมีธุรกิจเขียงหมู แต่ทำไมถึงไม่มีทรัพย์สิน เพื่อเยียวยาให้น้องการ์ตูน หรือเป็นความตั้งใจไม่ชดใช้กันแน่นั้น

ล่าสุด แม่น้องการ์ตูน ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และกระแสข่าวดังกล่าวผ่านทางรายการข่าวทันข่าวเช้า ช่อง MONO29 ซึ่งช่วงหนึ่งแม่น้องการ์ตูนเผยว่า

ตอนนี้ปลงกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อภัยให้กับผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพียง แต่หวังลึกๆ ว่า สักวันหนึ่งผู้ก่อเหตุคงมีจิตสำนึกยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัว และน้องการ์ตูนบ้าง

แม้ว่าไม่มีเงินจำนวนมากมาชดใช้ตามคำสั่งศาล แต่ก็อยากให้เขามาดูแลนำของใช้ที่จำเป็นสำหรับน้องมาให้บ้างก็พอ ซึ่งความหวังนี้อาจจะดูริบหรี่แต่ก็ยังหวังอยู่ เพราะหากเขายังคิดไม่ได้เราก็คงทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี

ฝังกลบช้างป่าเพศผู้วัย 4 ปี ถูกไฟช็อต ล้มกลางสวนผลไม้ชาวบ้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชุดสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฯ ฝังกลบช้างป่าเพศผู้วัย 4 ปี ถูกไฟช็อตล้มกลางสวนผลไม้ชาวบ้าน
  • จากการผ่าพิสูจน์ซาก พบร่องรอยไหม้บริเวณลิ้นด้านบน อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์ได้นำอวัยวะภายในส่งตรวจห้องแล็ปอย่างละเอียดอีกครั้ง

วันที่ 13 ส.ค.62 นายอยู่ เสนาธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 รายงานผลกรณี พบช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ถูกไฟฟ้า 220 โวลล์ ช็อตล้ม(ตาย)กลางสวนผลไม้ของชาวบ้าน ว่า

สืบเนื่องจาก วันที่ 12 ส.ค. 2562 เวลา 07.00 น นายสิทธิชัยฯ ได้รับแจ้งจากชุดเฝ้าระวังช้างป่าเขาสอยดาว มีช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ถูกไฟฟ้า 220 โวลล์ ช็อตล้ม (ตาย) กลางสวนผลไม้ของชาวบ้าน

จากการตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นสวนผลไม้ของชาวบ้าน อ.เขาคิชฌกูฎ ติดกับชายเขาเนื้อที่กว่า 40 ไร่ เบื้องต้น พบเป็นช้างป่าเพศผู้ งายาวประมาณ 30 เซนติเมตร อายุประมาน 4 ปี น้ำหนักประมาน 2.5 ตัน ล้ม(ตาย)อยู่ใกล้โคนต้นทุเรียนกลางสวน ในสภาพขาหลังด้านขวา ทับเกี่ยวกับสายไฟฟ้า ขนาด 220 โวลล์ และหลอดไฟแสงจันทร์ตกอยู่บนพื้น

โดยที่บริเวณใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ ยังพบร่องรอยของโขลงป่ากว่า 10 ตัว กระจายหากินเป็นวงกว้าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งประสานพนักงานสอบสวน สภ.เขาคิชฌกูฏ เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย และได้ประสานให้สัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ไปพิสูจน์ซากเพื่อหาสาเหตุการตาย

ต่อมาเวลา 17.00 น. สัตวแพทย์ ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง และชุดสัตวบาล ประจำ สบอ.2 (ศรีราชา) เจ้าหน้าที่ขสป. เขาสอยดาว พนักงานสอบสวน สภ.เขาคิชฌกูฏ ร่วมตรวจสอบและดำเนินการตามกฏหมาย ผลการเข้าตรวจสอบ พบเป็นช้างป่าเพศผู้ มีงาทั้งสองข้าง อายุประมาณ 4 ปี น้ำหนักประมาณ 2,500 กิโลกรัม ล้ม (ตาย)

ณ บริเวณ ม.8 ต.จันทร์เขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่า ช้างป่าได้ออกหากินบริเวณสวนทุเรียน และได้ดึงสายไฟฟ้าจนขาด (สายไฟที่ต่อกับหลอดเพื่อส่องสว่าง) จึงอาจถูกไฟช็อตจนล้ม(ตาย) ตรวจสอบภายนอกร่างกาย ไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้าย

จากการผ่าพิสูจน์ซาก พบร่องรอยไหม้บริเวณลิ้นด้านบน ชุดสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ และอวัยวะภายใน คือ เลือด ลิ้น ตับ ไตหัวใจ ม้าม ปอด ต่อมน้ำเหลือง ลำไส้เล็ก อาหารภายในกระเพาะอาหารและอาหารจากลำไส้ใหญ่ เพื่อส่งตรวจยังห้องปฎิบัติการเพื่อหาสาเหตุการล้ม (ตาย) เพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ได้ถอดงาออกทั้ง 2 กิ่ง จากการตรวจสอบความยาวงาด้านนอกข้างซ้าย ยาว 42 ซม. วงรอบกลางงา 16 ซม. และความยาวงาด้านนอกข้างขวา ยาว 42 ซม. วงรอบกลางงา 15.5 ซม. โดยเก็บรักษาไว้ที่ ขสป.เขาสอยดาว

ชุดสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่า ช้างล้ม(ตาย) เนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อต ซึ่งเป็นการล้ม(ตาย)ที่ผิดธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการฝังกลบตามหลักวิชาการ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว โดยจะเร่งติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ต่อไป ทั้งนี้ ได้ร่วมกันทำบันทึกตรวจสอบดำเนินคดี ที่ สภ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี

“รมช.มนัญญา” ปักธง ยกเลิกใช้สารเคมีพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ภายในปี 62

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ว่า

กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช เครื่องจักรกลการเกษตร และเป็นศูนย์กลางรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านพืชในระดับสากลบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เรื่องสุขภาพอนามัยของเกษตรกรและผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ จึงได้มอบแนวทางปฏิบัติงาน ดังนี้

(1) ให้ทบทวนการใช้สารเคมีอันตรายที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซส รวมถึงปุ๋ย ยา หรือสารเคมีชนิดอื่น ๆ ที่กำลังจะมีการออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ในการอนุญาต ขอให้ชะลอไว้ก่อน

และตั้งเป้าหมายว่าจะยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวให้เร็วที่สุดภายในปี 2562 โดยต้องหายไปจากประเทศไทย พร้อมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรลดละการใช้สารเคมีทางการเกษตร และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภค

(2)ให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการศึกษาวิจัยเมล็ดพันธุ์กัญชาที่จะปลูกให้ได้คุณภาพ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง พร้อมทั้งจะส่งเสริมให้กลุ่มสหกรณ์เป็นผู้ปลูกและรับซื้อผลผลิตอย่างถูกต้อง

(3) ขอให้เข้มงวดการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันโรคพืชและแมลงที่จะเข้ามาแพร่ระบาดในไทย

(4) ให้กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยการวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ขอให้คำนึงถึงความต้องการของตลาด พร้อมทั้งใช้กลไกสหกรณ์ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดด้วย

(5) ป้องปรามปุ๋ยปลอมด้วยการระบุบาร์โค้ด เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นปุ๋ยจริงหรือไม่ เพื่อให้เกษตรกรได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพ และผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมี ทั้งนี้ฉลากยาอันตรายที่กำกับบนผลิตภัณฑ์สารเคมีเกษตรจะต้องมีตัวหนังสือที่ชัดเจน อ่านง่าย ไม่ตัวเล็กจนเกินไป โดยเจ้าหน้าที่ของกรมฯ จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกรในการเลือกใช้ปุ๋ยเพื่อการเกษตรอย่างปลอดภัยด้วย

ผลการวิจัยและพัฒนาของกรมวิชาการเกษตรจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ โดยกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน รวม 3 อย่างให้เป็นหนึ่งเดียวอย่าต่างคนต่างทำ

โดยกรมวิชาการเกษตรควรมีข้อมูลว่า ขณะนี้ทางสมาชิกสหกรณ์ต้องการทำอะไร หรือปลูกพืชชนิดไหนแล้วจึงทำการวิเคราะห์วิจัยพันธุ์พืชชนิดนั้นเพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้ตรงจุด นางสาวมนัญญา กล่าว