ผบ.ทบ. ซัด พรรคตั้งใหม่สร้างข่าวเท็จทำคนชังกองทัพ ด้าน อนาคตใหม่ โต้ไม่จริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผบ.ทบ. เผยสื่อนอกยันกองทัพไม่ยุ่งการเมือง อัดพรรคตั้งใหม่ใช้ข่าวลวงล้างสมองคนรุ่นใหม่ชังกองทัพ
  • เชื่อเหตุระเบิดกรุงหวังดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์
  • ปิยบุตร สวนขอเชื่อใจคนหนุ่มสาวมีวิจารณญาณคิดเองได้

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ได้ทำการพูดคุยหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม. ว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งการต่อสู้ของกองทัพไทยในขณะนี้ นอกจากจะต่อสู้กับศัตรูที่มองเห็นอย่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแล้ว ยังต้องต่อสู้กับ การโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เนต คล้ายกับการต่อสู้กับกบฏคอมมิวนิสต์ในทศวรรษ 1970-1980 ด้วย

เพราะปัจจุบันมีการเผยแพร่ข่าวปลอมที่ทำโดยพรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งมาไม่ถึง 2 ปี ที่พยายามออกนโยบายชักจูงคนรุ่นใหม่อายุราว 16-17 ปี ให้คล้อยตามว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของรัฐบาล

ส่วนบทบาทของกองทัพกับการเมือง นั้น ยืนยันว่า กองทัพ กับรัฐบาลได้แยกกันทำงานแล้ว และขอยืนยันว่าภายใต้การบัญชาการของเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และจะไม่มีการก่อรัฐประหารยึดอำนาจแน่นอน

“ตราบใดที่ผมยังอยู่ในตำแหน่งนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้กองทัพล้ำเส้น เพราะหลังการเลือกตั้ง กองทัพต้องถอย”

ทั้งนี้หลังจากบทสัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาตอบโต้ถ้อยแถลงของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ระบุว่า พรรคตั้งใหม่ใช้ข่าวปลอม ทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบัน ว่า บทสัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. แม้ไม่ได้ระบุชื่อพรรค แต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นพรรคอนาคตใหม่

ซึ่งทางพรรคยืนยันว่า การดำเนินการของพรรคเป็นไปเพื่อให้การเมืองไทยหลุดจากกรอบเดิม ที่ประเทศเผชิญมาตลอดระยะเวลา 13 ปี เป็นความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นประเทศพัฒนา

ดังนั้นจึงอยากให้ ผบ.ทบ.ลองมาทำความเข้าใจกับความคิดของคนหนุ่มสาว อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือคิดเป็นเรื่องที่ถูกปลุกปั่นยุยงอยู่ตลอดเวลา

ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิด Clash of Generations จากการให้สัมภาษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นชี้นำทางการเมือง การกีดกันเยาวชนคนหนุ่มสาวออกไปมากยิ่งขึ้น แม้ว่าท่านจะพยายามบอกว่า กองทัพไม่ยุ่งกับการเมืองก็ตาม

เปิดคลิปนาที อุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสบดี แบบเต็มๆ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นาทีอุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสบดี
  • เหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อโลก
  • การที่ดาวพฤหัสฯชนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 แล้วที่ถูกบันทึกได้

เฟซบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ได้มีการเผยแพร่นาทีอุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสบดี จนเกิดเป็นแสงสว่างวาบบริเวณแถบด้านใต้เส้นศูนย์สูตร (South Equatorial Belt) หรือซีกใต้ของดาวพฤหัสบดี หลังจากการพุ่งชน

ซึ่งเหตุอุกกาบาตชนดาวพฤหัสฯ ครั้งนี้ถูกบันทึกโดยนักดาราศาตร์สมัครเล่นที่ชื่อว่า Ethan Chappe หลังจากเขาส่องกล้องขึ้นบนฟ้า ดูดาวอยู่ที่รัฐเทกซัส และสามารถบันทึกคลิปวิดีโอเอาไว้ได้

โดยเหตุการณ์น่าทึ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 04.07 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด หรือ UTC (Coordinated Universal Time) ตรงกับเวลาประมาณ 11.07 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่ไม่มีรายงานว่าจากเหตุที่เกิดขึ้น ไม่มีร่องรอยการระเบิดที่ทิ้งไว้ในชั้นบรรยากาศแต่อย่างใด

สำหรับการบันทึกภาพอุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสฯ ของ Ethan Chappe ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 แล้วที่นักดาราศาสตร์บันทึกภาพไว้พอดี โดยก่อนหน้านี้ มีการบันทึกข้อมูลอุกกาบาตพุ่งชนดาวพฤหัสบดีไว้แล้ว 6 ครั้ง ในปี 1994 2009 2010 (2 ครั้ง), 2016 และ 2017

ซึ่งครั้งเห็นชัดและถูกพูดถึงมากที่สุด คือในปี 1994 ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 (Shoemaker-Levy 9) ถูกแรงไทดัลของดาวพฤหัสบดีฉีกดาวหางออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นร่องรอยแผลเป็นสีดำขนาดใหญ่เด่นชัดในช่วงเวลานั้น

ดาวพฤหัสบดี ถือได้ว่าเป็นดาวในกาแลคซี่ทางช้างเผือก ที่ถูกอุกกาบาตพุ่งชนบ่อยครั้ง เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมันทำให้มีแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล ที่พร้อมจะดึงดูดวัตถุที่อยู่ใกล้เคียงให้พุ่งชนตลอดเวลา ซึ่งจากการศึกษาในอดีต ประเมินว่าดาวพฤหัสบดีมีโอกาสสูงมากในการดึงดูดวัตถุต่าง ๆ ให้เข้ามาพุ่งชน นับว่ามีโอกาสสูงกว่าโลก 2,000 – 8,000 เท่า

อนุทินบินด่วน เร่งกู้วิกฤตขาดน้ำ รพ.สุรินทร์ ก่อนรายงาน ครม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ไขวิกฤตขาดน้ำ ก่อนรายงานคณะรัฐมนตรี
  • เร่งขุดบาดาลในโรงพยาบาลสุรินทร์ 8 จุด มีน้ำเพียงพอบริการผู้ป่วย ยืนยันไม่กระทบบริการประชาชน

วันนี้ ( 11 สิงหาคม 2562 ) โรงพยาบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสุรินทร์ และให้สัมภาษณ์ว่า

ได้รับบัญชาจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่มาตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ก่อนที่จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 13 สิงหาคมนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีแผนจะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 19 สิงหาคม นี้

ผมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับการทำงานประปาภูมิภาค อยากเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยประชาชน ก่อนจะนำไปรายงาน ครม. ซึ่งปัญหาภัยแล้ง มีมานานเหมือนเป็นเพื่อนเก่า เราต้องรับมือปัญหาอย่างมีสติ จากนี้เราต้องหาวิธีการคาดการณ์และบริหารสถานการณ์ให้ดี เพื่อผ่านวิกฤตภัยแล้งให้ได้ ที่สำคัญทุกคนต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ ได้รับรายงานจากหน่วยราชการและผู้แทนราษฎรว่าเกินกำลังของหน่วยงานท้องถิ่น รัฐบาลจึงได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทำงานร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหาร ภาคเอกชน รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมจะส่งทีมขุดเจาะน้ำบาดาลทันที

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกระดับมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งการสำรองน้ำ สำรวจแหล่งน้ำสำรอง จัดเตรียมพร้อมทีมแพทย์ พยาบาลยา เวชภัณฑ์ ป้องกันโรคที่มากับภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ยึดหลัก “กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ

ด้านนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงวิกฤตภัยแล้งโรงพยาบาลได้รับสนับสนุนน้ำจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน  ภาคเอกชน ทำให้มีน้ำใช้ เพียงพอบริการผู้ป่วยในกิจกรรมที่จำเป็น ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ประสานหน่วยทหารได้ช่วยขุดเจาะน้ำบาดาลในโรงพยาบาล 8 บ่อ แล้วเสร็จติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้ว 2 บ่อ คาดว่าจะขุดแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

ซึ่งจะผลิตน้ำได้ 8 แสนลิตรต่อวัน เพียงพอต่อการใช้น้ำใน 1 วัน ซึ่งแต่ละวันมีผู้ป่วยรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกกว่า 1,700 คน ผู้ป่วยในวันละ 800 กว่าคน มีบริการห้องผ่าตัด ฟอกไต ไอซียู มีความต้องการใช้น้ำวันละ 8 แสน -1 ล้านลิตร หลังเปิดวอร์รูมและประกาศมาตรการประหยัดน้ำ ลดการใช้น้ำลงได้   ร้อยละ 40-50 เหลือวันละ 6 แสนลิตร ในส่วนน้ำดื่มต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่บริจาคมา จะได้นำไปแจกจ่ายผู้ป่วย ญาติและเจ้าหน้าที่ต่อไป