นายกฯ ขอคนไทยร่วมมือ แก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ และถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ฝากถึงประชาชนจิตอาสา ข้าราชการ และเอกชน ในท้องถิ่น ทุกจังหวัด ร่วมใจกันปฎิบัติภารกิจจิตอาสา ด้วยการร่วมกันนำเครื่องจักรมาช่วยกันเปิดทางน้ำ ร่วมแรงกันขุดและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เมื่อฝนตกลงมา จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งกีดขวางทางน้ำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอพลังจากคนไทยได้ร่วมมือร่วมใจกันคนละเล็กละน้อย เท่าที่กำลังทุกคนจะทำได้ ร่วมกันเสียสละค่าน้ำมันสำหรับเครื่องจักรกันเล็กน้อยเพื่อช่วยกัน และร่วมแสดงพลังจิตอาสา เพราะหากรอการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรใหม่ ที่ต้องผ่านกระบวนการงบประมาณที่จะต้องใช้เวลา อาจไม่ทันเวลาเมื่อฝนมา

โดยขอพลังจิตอาสาร่วมมือกันแก้ปัญหาในเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดขวางทางน้ำ ทางน้ำที่ตื้นเขิน หรืออาจร่วมแรงกันช่วยขุดทางน้ำ ทั้งจะได้เกิดความรักความสามัคคีของคนไทยในยามที่ประเทศมีปัญหา หากใครมีเครื่องจักร ใครมีแรง ใครมีน้ำอาหาร ก็นำมาสนับสนุนกันเพื่อแสดงพลังน้ำใจคนไทย

รัฐบาลจึงขอคนไทยร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

จุติ พร้อมดึงวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นเครือข่าย พม. แจ้งสายด่วน 1300

นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. และศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.) โดยได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่

นายจุติ กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหน่วยงานในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และเต็มกำลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอย่างเร่งด่วนและทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งกระตุ้นการมี ส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่น วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และประชาชนทุกคน ให้เข้ามาเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในการชี้เป้า เฝ้าระวังประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนและประสบปัญหาทางสังคม

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม สามารถแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. สายด่วน 1300 บริการ 24 ชั่วโมงซึ่งพร้อมให้บริการและประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งการบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับจิตอาสาและ อพม. ในพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการคำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมทั่วประเทศ ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1) โทรศัพท์ภายในประเทศ โทร. สายด่วน 1300 2) สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) 3) ติดต่อด้วยตนเอง (walk in) ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ และ 4) โทรศัพท์ระหว่างประเทศ โทร. (00)66 99 130 1300

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. มีภารกิจหน้าที่ให้บริการประชาชน ผ่านโทรสายด่วน 1300 บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง เป็นศูนย์กลางในการให้คำแนะนำปรึกษารับเรื่องราวร้องทุกข์แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาสังคมอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพปฏิบัติงานพร้อมให้คำแนะนำปรึกษาการช่วยเหลือและประสานส่งต่อ รวมทั้งการช่วยเหลือเชิงรุก โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (Moblie Team) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมในภาวะวิกฤต โดยมุ่งเน้นการสงเคราะห์ ช่วยเหลือ และคุ้มครองสวัสดิภาพ ภายใต้ระบบเชื่อมโยงกับหน่วยปฏิบัติระดับกรมในกระทรวง พม. และภาคีเครือข่ายทั้งภายในและต่างประเทศ อีกทั้งการติดตามการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้พ้นภาวะวิกฤตและคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

สำหรับสถิติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมของศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2562 พบว่า มีการให้บริการรวม 100,417 กรณี เฉลี่ย 326 กรณีต่อวัน โดยปัญหาสังคมที่ได้รับแจ้งสูงสุด ได้แก่ ปัญหาครอบครัวยากจน ความรุนแรงในครอบครัวและสังคม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงสิทธิและบริการตามภารกิจกระทรวง พม. อาทิ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น

สุวรรณภูมิ ยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ทสภ. จะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 718 คัน เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชย วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน

โดยจะยกเว้นค่าบริการจอดรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าว ทสภ. ได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A ที่วิ่งให้บริการรับ – ส่งผู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Bus Terminal) ไปยังลานจอดรถระยะยาว โซน C เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และประตู 8 และวนขึ้นไปที่ชั้น 2 ประตู 5 ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่เสียค่าใช้จ่าย

นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวปิดท้ายว่า การยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ในครั้งนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการ ทสภ. ที่ประสงค์จะนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดเพื่อเดินทางในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ ทสภ. เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และหากผู้โดยสารต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ ภายใน ทสภ. สามารถติดต่อ ได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง