คปภ.ช่วยเหลือ“คุณยาย” ถูกหลอกถอนเงินจากบริษัทประกัน 1.4 ล้านบาท

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นางฟื้น กาญจนมณี อายุ 88 ปี หรือคุณยายฟื้น ชาวบ้านในตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ให้ดำเนินคดีกับลูกชายในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ด้วยการหลอกให้ไปเปิดบัญชีและถอนเงินจนหมดบัญชี จำนวน 1.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่นางฟื้นได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตจำนวน 3 กรมธรรม์ ซึ่งลูกสาวที่เสียชีวิตได้ทำไว้ โดยปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อต่างๆ นั้น

สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทประกันภัยและการออกใบอนุญาตให้กับคนกลางประกันภัย ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

โดยเห็นว่าเรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย จึงได้เรียกสายงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยแบ่งมาตรการดำเนินการเป็นมาตรการเร่งด่วนและมาตรการระยะยาวรวม 8 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการเร่งด่วน 6 มาตรการ ได้แก่

มาตรการแรก สั่งการสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค โดยให้ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) และผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายและครอบครัว ตลอดจนหาเบาะแสและพฤติกรรมต่างๆ จากตัวแทนประกันชีวิตในพื้นที่

เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงลึกต่อการดำเนินการกับตัวแทนประกันชีวิตที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมทั้งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด อันจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

มาตรการที่ 2 ได้ส่งทีมเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วย บุคลากรจากสายกฎหมายและคดี สายตรวจสอบคนกลางประกันภัย และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. ภาค 9 และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

มาตรการที่ 3 ให้สายตรวจสอบคนกลางประกันภัย ทำการตรวจสอบรายชื่อตัวแทนประกันชีวิตที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จำนวน 3 ราย ซึ่งขณะนี้ทราบชื่อและบริษัทต้นสังกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกันก็ได้รับแจ้งจากบริษัทต้นสังกัดว่าได้มีการสั่งพักงานชั่วคราวตัวแทนประกันชีวิตทั้ง 3 รายแล้ว

มาตรการที่ 4 ออกหนังสือเชิญบริษัทประกันชีวิตต้นสังกัด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ในวันที่ 15 สิงหาคม 2562

มาตรการที่ 5 ออกหนังสือเชิญ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน มาหารือเพื่อร่วมกันหามาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดการฉ้อฉลประกันภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนประกันชีวิต

มาตรการที่ 6 สั่งการให้สายกฎหมายและคดี ออกหนังสือเชิญตัวแทนประกันชีวิตทั้ง 3 ราย มาสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 เพื่อเร่งตรวจสอบ หากพบว่าตัวแทนประกันชีวิตกระทำผิดจริงให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตทันที ตลอดจนดำเนินการทางกฎหมายในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนมาตรการระยะยาวมี 2 มาตรการ มาตรการแรก ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน อันกระทบต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจประกันภัย โดยมีรองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เป็นประธานฯ โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สายตรวจสอบ คนกลางประกันภัย และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เป็นคณะทำงานโดยเฉพาะ มีอำนาจหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง

หากเกิดเหตุการณ์ที่จะกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านประกันภัย อันจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ในธุรกิจประกันภัย เพื่อจะได้ดำเนินการช่วยเหลือได้ทันท่วงที ส่วนมาตรการระยะยาวอีกมาตรการ คือ การป้องปรามพฤติกรรมการฉ้อฉลประกันภัย เช่น เข้มงวดบริษัทประกันชีวิตให้ดำเนินการสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ คปภ. ทั้ง 3 ฉบับ คือ ประกาศ คปภ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉล พ.ศ.2561 โดยเฉพาะกระบวนการควบคุมความเสี่ยงการรับเงินจากตัวแทน/พนักงานขายของบริษัท และกระบวนการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ , ประกาศ คปภ. เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต และธนาคาร พ.ศ. 2561 และ ประกาศนายทะเบียนเรื่องการเก็บเบี้ยประกันภัย เป็นต้น

นอกจากนี้ ให้สำนักงาน คปภ. เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงช่องทางตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต ผ่านทาง Application “รอบรู้ประกันภัย” ของสำนักงาน คปภ. รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยขอเอกสารใบเสร็จรับเงินจากบริษัทประกันภัย

หลังจากที่ได้มีการชำระค่าเบี้ยประกันภัยแล้ว และให้สำนักงาน คปภ. เร่งพัฒนา Application สำหรับตัวแทน/นายหน้าประกันภัย เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติการอบรม การต่ออายุใบอนุญาต ประวัติการถูกร้องเรียน รวมถึงการแจ้งเตือนการหมดอายุของใบอนุญาต เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลคนกลางประกันภัย

เชื่อว่าทั้ง 8 มาตรการที่ทางสำนักงาน คปภ. Take action จะทำให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจเมื่อได้รับความเดือดร้อนด้านประกันภัยและจะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดความเสียหาย อันจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจประกันภัย หากมีเบาะแสหรือ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัย ติดต่อได้ที่สายด่วน คปภ. 1186

ประกาศเตือนคนไทยในฮ่องกง เรื่อง การชุมนุมประท้วง ช่วงวันที่ 10 – 11 ส.ค.

วันที่ 10 ส.ค. 62  สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ได้รับรายงานว่าจะมีการจัดชุมนุมประท้วงในฮ่องกงในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. วันเสาร์ที่ 10 ส.ค. 62 จะมีการชุมนุมประท้วง 2 ที่ ดังนี้
1.1 การชุมนุมประท้วงบริเวณย่าน Wong Tai Sin เขตเกาลูน
1.2 การชุมนุมและเดินประท้วงที่ย่าน Tai Po เขตนิวเทอร์ริทอรี่ โดยจะเริ่มชุมนุมเวลา 15.00 น. และคาดว่าจะเดินประท้วงจากสถานีรถประจำทาง Tai Po ไปที่บริเวณ Hong Kong Jockey Club ที่ถนน Kwong Fuk

2. วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค. 62 จะมีการชุมนุมประท้วง 2 ที่ ดังนี้
2.1 การชุมนุมประท้วงที่ฝั่งเกาะฮ่องกงตะวันออก โดยจะเริ่มชุมนุมเวลา 13.00 น. ที่ Victoria Park ย่าน Causeway Bay และอาจเดินขบวนไปที่ Java Road Playground ย่าน North Point 
2.2 การชุมนุมประท้วงที่ย่าน Sham Shui Po เขตเกาลูน โดยจะเริ่มเวลา 14.30 น.

ในการนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอให้คนไทยในฮ่องกงและคนไทยที่จะเดินทางมาฮ่องกงเพื่อภารกิจต่างๆ ในช่วงวันที่ 10 – 11 ส.ค. 2562

โปรดพิจารณาหลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วงและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ โปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์ และรถไฟใต้ดิน MTR เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากการประท้วง เช่น การขนส่งมวลชนหยุดให้บริการ หรือมีความล่าช้าในการให้บริการ

นายกฯ สั่งการแก้ไขปัญหา รพ.สุรินทร์ ขาดน้ำเร่งด่วน เตรียมลงพื้นที่อีสานใต้เร็ว ๆ นี้

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่ จ.สุรินทร์

ซึ่งมีรายงานว่า รพ. สุรินทร์ขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีแผนจะลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ในเร็ว ๆ นี้ 

สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่จ.สุรินทร์ ได้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำอำปึล-ลำห้วยกระดาษ-อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง 0.50 ล้าน ลบ.ม. ขุดร่องชักน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงเข้าสู่จุดสูบประปา 26,400 ลบ.ม./วัน

ผันน้ำจากบ่อหินเข้าคลองบ้านตรม ลงคลองธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับห้วยเสนง ปริมาณน้ำต้นทุนบ่อหิน 20 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่ จ. บุรีรัมย์ กำลังเร่งเพิ่มปริมาณน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด และอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ออกปฏิบัติการฝนหลวง และพิจารณาเจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่ม เป็นต้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้กองทัพบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้น้ำร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้