อย่าตื่นตระหนก! ดาวเคราะห์น้อยแค่ผ่านไป ไม่ได้ชนโลกแน่นอน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยืนยัน ไม่มีดาวเคราะห์ชนโลก
  • ใกล้สุดแค่ 7.44 ล้าน กม. หรือไกลกว่า โลกถึงดวงจันทร์ถึง 19.37 เท่า

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวกระจายไปทั่วเกี่ยวกับเรื่องของ ดาวเคราะห์น้อยที่ชื่อว่า 2006 QQ23 ว่าจะเดินทางเข้ามาใกล้โลก และอาจจะพุ่งชนโลกนั้น แท้จริงเป็นเพียงการโคจรเข้ามาใกล้โลกเท่านั้นเอง

2006 QQ23 แค่โคจรมาใกล้ และโลกเคลื่อนไป “ปาดหน้า” เท่านั้น

โดยในข่าวที่ลือกันถึง ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า 2006 QQ23 นั้น ว่าอาจจะพุ่งชนโลก พร้อมมีการอ้างอิงข้อมูลของนาซ่า ซึ่งจากการตรวจสอบของ MThai News พบว่า โอกาสของการที่จะเกิดแรงโน้มถ่วงดึงดาวเคราะห์เข้ามาชนโลกนั้นเกิดได้ยากมาก เนื่องจากระยะทางที่ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวเข้าใกล้โลกมากที่สุดคือ 19.37 เท่าของระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ หรือ คือระยะทางกว่า 7,445,828 กม. (ระยะทางของโลกถึงดวงจันทร์ คือ 384,400 กม.)

ข้อมูลจาก NEO Earth Close Approaches ของนาซ่า

นอกจากนี้ หากลองดูเส้นวงโคจรของโลก และดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวนี้ ยังพบว่า เป็นลักษณะของการโคจรที่โลกเคลื่อนตัวผ่านหน้า ตัดวงโคจรของ ดาวเคราะห์ 2006 QQ23 นี้อีกด้วย

จากภาพแอนิเมชั่น จะเห็นว่ามีการเคลื่อนที่ผ่านหน้ากันไป ซึ่งมีลักษณะที่ใกล้กันก็จริง แต่ไม่ชนกันแน่นอน

ดังนั้น จุดที่ใกล้ที่สุดคือ ระยะทางราว 7.4 ล้านกิโลเมตร หรือ 19.37 เท่าของโลกถึงดวงจันทร์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่แรงดึงดูด

ใกล้กว่านี้ ก็มีนะ

นอกจาก 2006 QQ 23 แล้ว ยังมีดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่เคลื่อนที่ผ่านเข้ามาใกล้มากกว่า คือ 2019 OU1 ซึ่งจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในช่วงประมาณวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นี้ โดยมีระยะทางราว 1,026,348 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 2.67 เท่าของระยะทางโลกถึงดวงจันทร์

วงโคจรของโลกและ 2019 AU ที่จะเคลื่อนเข้าใกล้กันมากๆ ในวันที่ 28 ส.ค. 62 นี้

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (10 ส.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
  • ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้
  • สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เตือน! ระวังฟ้าผ่าในช่วงฝนตก เลี่ยงอยู่ใกล้ต้นไม้-ป้ายโฆษณา

นายแพทย์อัษฏางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ช่วงนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังฟ้าผ่า ไม่ควรออกนอกบ้าน และไม่ควรอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า และป้ายโฆษณาต่างๆ เพราะอาจเกิดการหักโค่นหรือหล่นทับ ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรืออาจเสียชีวิตได้ 

แนะนำประชาชนสำหรับการป้องกันอันตรายจากการถูกฟ้าผ่า ดังนี้ 

1.ห้ามอยู่ใกล้หรือใช้อุปกรณ์ที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เช่น เครื่องมือการเกษตร และโทรศัพท์สาธารณะ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีส่วนประกอบที่เป็นแผ่นโลหะ ซึ่งเป็นสื่อนำไฟฟ้า 

2.ควรหลบในอาคารที่ติดตั้งสายล่อฟ้า จะช่วยป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าได้ และไม่ควรใช้โทรศัพท์ เปิดคอมพิวเตอร์ เล่นอินเตอร์เน็ต ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรืออยู่ใกล้ประตูหน้าต่างที่มีส่วนประกอบเป็นโลหะในขณะ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

3.หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพราะกระแสไฟจากฟ้าผ่าอาจไหลผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย และเกิดอันตรายขึ้นได้ และ 4.กรณีอยู่ในรถ ควรปิดกระจกทุกบาน หากฟ้าผ่าลงรถควรตั้งสติ ไม่ควรออกจากรถโดยเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าที่ไหลตามผิวโลหะของตัวถังรถจะไหลลงสู่พื้นดิน หากออกนอกรถจะมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้าผ่าสูง ที่สำคัญอย่าสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะ

สำหรับการช่วยเหลือผู้ถูกฟ้าผ่าและผู้ประสบอุบัติเหตุ ต้องช่วยอย่างรวดเร็ว โดยประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของที่เกิดเหตุ และโทรขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน เบอร์ 1669 ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422