ลุ้นรัฐแจกเงินเที่ยวคนละ 1,500 บาท

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อเสนอเรื่องแจกเงิน 1,500 บาท เพื่อให้นำไปท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจว่า กำลังหารือกันอยู่ โดยได้มีการหารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงมาตรการท่องเที่ยวแล้ว ว่า

จะเป็นหนึ่งในแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะมองว่าภาคท่องเที่ยวมีความสำคัญต้องดูแล แต่ยังไม่สรุป รูปแบบการช่วยเหลือ มีการพูดถึงทั้งในเรื่องแจกเงิน หรือลดหย่อนภาษี กำลังรอข้อเสนอจากคณะทำงาน

นายอุตตม กล่าวถึงการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่19 สิงหาคม 2562 นี้ และจนถึงปลายปี จะมีเม็ดเงิน 1.7 แสนล้านบาท เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจว่า ในเรื่อง ครม.เศรษฐกิจนั้น ยังไม่สรุปวัน และยังไม่สรุปวาระที่จะนำเข้า

ส่วนเงินลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจ 1.7 แสนล้านบาท ในช่วงปลายปี เป็นงบภาพรวม มาจากทั้งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ และงบประมาณส่วนหนึ่ง ยังไม่ได้สรุปอย่างเป็นทางการ โดยมอบนโยบายไปแล้ว ว่าหากจะทำมาตรการต้องทำให้ได้ผลเต็มที่ และต้องเป็นยาแรงที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจปลายปี

นายอุตตม กล่าวถึงข้อเสนอสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้กระทรวงการคลังออกซอฟต์โลนช่วยเอสเอ็มอี ว่า ขณะนี้กำลังพิจารณา ถ้าจะมีต้องในเรื่องซอฟต์โลนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ จะออกเป็นแพ็คเกจช่วยเหลือตั้งแต่ผู้ประกอบการฐานราก คนตัวเล็ก และขนาดกลาง โดยจะเป็นแพ็คเกจหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเสนอไปยัง ครม.

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เปิดเผยว่า ไม่ปฏิเสธ เรื่องมาตรการแจกเงิน 1,500 บาท เพื่อใช้ท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คลังยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องนี้ และเป็นเรื่องที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเป็นผู้พิจารณาเสนอ ซึ่งจะเสนอมาหรือไม่ยังไม่รู้ แต่คลังก็พร้อมสนับสนุน

ทั้งนี้ มาตรการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวเมืองรอง หรือมาตรการแจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500 บาท จำนวน 10 ล้านคน งบ 1,500 ล้านบาท เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง 55 จังหวัด ที่กระทรวงการคลังเคยมีแผนจะเสนอรัฐบาลเห็นชอบเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ต้องยกเลิกไป เนื่องจากไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ และมีเสียงต่อต้านจากประชาชนเป็นอย่างมาก

ปตท.-บางจาก ลดราคาดีเซล 40 สต. แต่เบนซินโซฮอล์ยังคงที่ มีผลพรุ่งนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมัน 2 วันติด
  • วันนี้ปรับลดดีเซล หลังจากที่วานนี้ปรับลดเบนซิน-โซฮอล์
  • การปรับลดราคาน้ำมันวันนี้ให้มีผลตั้งแต่ 05.00 น. 10 ส.ค.

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (9 ส.ค. 2562) บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) และ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น ประกาศลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซล 40 สตางค์ ส่วนเบนซินและแก๊สโซฮอล์ราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ ( 10 ส.ค. ) เวลา 05.00 น. ซึ่งจากการประกาศลดราคาดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้เป็นดังนี้

ดีเซล อยู่ที่ 25.59 บาทต่อลิตร
E85 อยู่ที่ 19.79 บาทต่อลิตร
E20 อยู่ที่ 24.24 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 26.98 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 27.25 บาทต่อลิตร
เบนซิน 95 เฉพาะปตท. อยู่ที่ 34.66 บาทต่อลิตร

สำหรับการประกาศลดราคาน้ำมันวันนี้ ถือว่าเป็นการปรับลดเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่วานนี้ (8 ส.ค.) ปตท.-บางจาก ก็ได้ประกาศปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินโซฮอล์ลง 30 สต. E85 ปรับลด 15 สต. มีผลตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ร้อยเอกธรรมนัส ลงพื้นที่จ.ขอนแก่น สั่งเร่งทำฝนหลวง-พัฒนาแหล่งน้ำ

รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ “ร้อยเอกธรรมนัส” ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สั่งเร่งทำฝนหลวงทั่วประเทศ และพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อบรรเทาภัยแล้งแก่ประชาชนในพื้นที่

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ และติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ว่า

จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง พบว่า มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 24 อำเภอ จากทั้งหมด 26 อำเภอ ซึ่งจากการลงพื้นที่และรับฟังปัญหาของประชาชนในวันนี้ ปัญหาภัยแล้งในจังหวัดขอนแก่นส่วนใหญ่มาจากสาเหตุฝนทิ้งช่วง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เร่งทำฝนหลวงทั่วประเทศแล้ว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบรรเทาปัญหาภัยแล้งอย่างเร่งด่วน อาทิ มอบหมายให้กรมชลประทานแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมพัฒนาที่ดินรับผิดชอบพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งทำฝนหลวงทั่วประเทศ เป็นต้น

โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนอย่างเอาจริงเอาจัง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้งในจังหวัดขอนแก่น จะได้นำข้อมูลที่รับทราบในวันนี้ไปประชุมหารือ และดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานยังเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและบุคลากร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย เช่น การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำมาสูบน้ำในเหมืองซึ่งมีปริมาณมาก ออกไปช่วยพื้นที่การเกษตรในจังหวัดพิจิตร เป็นต้น