ศาลฎีกาตัดสินยืน! ประหารผู้ต้องหา คดีฆ่า 2 นทท.อังกฤษที่เกาะเต่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ หาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เกิดขึ้นเมื่อปี 2557
  • ล่าสุดศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว 2 ผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา
  • ศาลพิเคราะห์แล้วว่า คดีนี้ปรากฏพยานหลักฐาน ผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจดีเอ็นเอ ตรงกับจำเลย

ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ที่บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557

โดยคดีนี้มีผู้ต้องหา 2 รายคือ นายซอลิน หรือ โซเรน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 1 และ นายเวพิว หรือ วิน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรีในวันนี้

โดยสำนักงานศาลยุติธรรมจัดล่ามเเปลเป็นภาษาเมียนมาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากชั้น 6 อาคารศาลอาญา ให้จำเลยที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

สำหรับคดีนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษา จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษด้วยการประหารชีวิต เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2558 จำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์สู้คดี

จากนั้นวันที่ 1 มีนาคม 2560 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หลังจำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์ โดยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง

ซึ่งล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 โดยให้ประหารชีวิตสถานเดียว นายซอลิน และนายเวพิว 2 ผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ปรากฏพยานหลักฐาน รวมทั้งผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจดีเอ็นเอ ตรงกับจำเลย อีกทั้งยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ปังเว่อร์! ม.กรุงเทพเนรมิต ตึกเพชร จัดเต็มโชว์แสงสีเสียงในงาน OPEN HOUSE BU 2019

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดเต็ม BANGKOK NIGHT แห่งแรกที่จัดงาน OPEN HOUSE ตอนกลางคืน พร้อมโชว์แสง สี เสียงด้วยเทคโนโลยีสุดยิ่งใหญ่บนตึกเพชร สะท้อนความเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับเด็กมัธยมทั่วประเทศเข้าร่วมงาน OPEN HOUSE BU 2019 วันที่ 29-31 สิงหาคมนี้

เปิดพื้นที่แลนมาร์คสำคัญ BU Diamond อาคารรูปทรงตึกเพชร หนึ่งเดียวในประเทศไทยให้กลายเป็นพื้นที่โชว์แสง สี เสียงตระการตา ภายใต้คอนเซปต์งาน BANGKOK NIGHT ถือเป็นการแสดงฝีมือ และความสามารถของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของสาขาการผลิตอีเว้นท์และการจัดการนิทรรศการและการประชุม ตั้งแต่การเสนอไอเดีย การออกแบบสร้างสรรค์งาน และการลงมือจัดงานจริง ภายใต้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นประสบการณ์ “เรียนจริง ทำจริง” ได้แรงบันดาลใจมาจากอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ผสมผสานเทคโนโลยี มานำเสนอเป็นงานอีเว้นท์ผ่านการโชว์แสง สี เสียง และม่านน้ำบนพื้นที่ตึกเพชร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด! คือได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงโชว์สุดอลังการบริเวณตึกเพชร แบ่งโชว์แต่ละรอบออกเป็น 3 โซน คือ 1. การแสดงฉาย Mapping บนตึกเพชรโดยใช้เทคโลโนยี 3D Projection Mapping โชว์เรื่องราวจุดเด่นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

2. การแสดงม่านน้ำประกอบแสงสีเสียง ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของกลุ่มอาคาร BU Diamond เสริมการเล่าเรื่องเฉลิมฉลองการครบรอบ 1 ปีของสาขาการผลิตอีเว้นท์และการจัดการนิทรรศการและการประชุม

3. การแสดง Lighting Show สุดอลังการ เนรมิตสีสันยามค่ำคืนและดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนพหลโยธินหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ

สำหรับงาน Bangkok Night เป็นส่วนหนึ่งในงาน OPEN HOUSE BU 2019 โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งหมดโดยบริษัท สตาร์ ไลท์ แอนด์ ซาวด์ จำกัด เปิดให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วันละ 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 21.00 น. วันที่ 29-31 สิงหาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Main Campus รังสิต

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok University หรือ www.bu.ac.th

เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ BANGKOK NIGHT

เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ตระการตาผ่านม่านน้ำ แสง สี เสียง สุดอลังการ! ในงาน “BANGKOK NIGHT” รอบการแสดงมีทั้งหมด 4 รอบ19.30-19.40 น. การแสดงม่านน้ำและแสง สี เสียง รอบที่119.45-19.55 น. การแสดงม่านน้ำและแสง สี เสียง รอบที่220.00-20.10 น. การแสดงม่านน้ำและแสง สี เสียง รอบที่320.15-20.25 น. การแสดงม่านน้ำและแสง สี เสียง รอบที่4จัดขึ้นในวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2562 บริเวณหน้าอาคาร A1-A3 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Main Campus)แล้วพรุ่งนี้มาร่วมสร้างประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยกัน#BANGKOKNIGHT#EVENTBU#ไม่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่อีเว้นท์บียู

โพสต์โดย Bangkok University เมื่อ วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2019

เปิดใจภรรยา อส. ถูกเด็กแว้นชนเจ็บ ก่อนเพื่อนทนไม่ไหวบุกทำร้ายถึง รพ.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภรรยา อส. บอกหลังเกิดเหตุครอบครัวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
  • ยอมรับถ้าอยู่ในเหตุการณ์ที่คงปรี่เข้าไปทำร้ายตามคลิป
  • วอนเด็กแว้นหยุดพฤติกรรม เพราะจะได้ไม่มีใคร มาเดือดร้อนเหมือนเช่นนี้อีก

ความคืบหน้าจากคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฝ่ายปกครอง เข้าทำร้ายผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ขณะนอนอยู่บนเตียงภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี เนื่องจากทนไม่ไหวที่ผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านพุ่งชนเพื่อน อส. ด้วยกันได้รับบาดเจ็บสาหัสขาหัก และไม่ได้สตินั้น

ทางทีมข่าว MThai ได้เดินทางไปพูดคุยกับครอบครัวของ อส. ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อสอบถามความเป็นไปหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย นางอนงค์นาถ ช่างเหล็ก อายุ 56 ปี ภรรยา ของนายขวัญชัย ช่างเหล็ก อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอเมืองชลบุรี

ที่ได้รับบาดเจ็บจากการกระทของเด็กแว้นเมาแล้วขับแหกด่านตรวจในครั้งนี้ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการดำเนินชีวิตของครอบครัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากที่เคยทำงานขายข้าวอยู่ในมหาวิทยาลัยบูรพา ก็ต้องหยุดขาย เนื่องจากทุกๆ เช้าเวลา 6 นาฬิกา ต้องนั่งรถสองแถวไปเฝ้าสามี ที่โรงพยาบาลชลบุรี

หลังเกิดเหตุครอบครัวทุกข์หนัก การดำเนินชีวิตต้องปรับเปลี่ยนหมด

เพราะทางโรงพยาบาลเปิดให้เยี่ยม 7 โมงเช้าถึง 8 โมง จากนั้นก็นั่งรถสองแถวกลับมาที่บ้านน้องสาว เพื่อมารับจ้างเลี้ยงหลาน ยอมรับว่าเรื่องเงินก็ขัดสน เพราะต้องใช้เงินเก็บของตัวเองในการเดินทางไปเฝ้าทุกวัน รู้สึกโกรธและแค้นใจที่ครอบครัวตนต้องมาเจอแบบนี้

หากตนอยู่ในเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป ตนก็อาจจะต้องทำแบบเดียวกันที่ อส. ทำร้ายเด็กแว้น ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ไม่มีญาติหรือครอบครัวผู้ก่อเหตุมาเยี่ยมหรือติดต่อมาแต่อย่างใด

หากมีโอกาสกลับมายืนในสังคม ขอให้เด็กแว้นกลับตัว เพราะจะได้ไม่มีใครมาเดือดร้อนอีก

อยากฝากถึงเด็กแว้นคนดังกล่าว ว่าได้ทำให้ให้ครอบครัวคนอื่นเขาเดือดร้อน เขาไม่ใช่ตัวคนเดียว มีพ่อ มีแม่ มีเมียมีลูก มาทำแบบนี้ครอบครัวเขาเดือดร้อนแค่ไหน หากออกมาจากเรือนจำควรที่จะหยุดการกระทำแบบนี้ ครอบครัวคนอื่นจะได้ไม่มาเดือดร้อนด้วย