ให้ออก อส.ต่อยเด็กแว้น ในโรงพยาบาล ด้านผู้ก่อเหตุขอรับผิดทั้งหมด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ว่าฯ ชลบุรี มีคำสั่งปลด อส. ทำร้ายเด็กแว้นใน รพ.
  • เผยเป็น จนท. รัฐต้องสติ ยับยั้งอารมณ์ตัวเองให้ได้
  • อส. ผู้ก่อเหตุเปิดใจยอมรับผิด พร้อมขอโทษ บอกเหยื่อโดนไม่เยอะเพราะใช้มือป้อง

ความคืบหน้าจากคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ฝ่ายปกครอง เข้าทำร้ายผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ขณะนอนอยู่บนเตียงภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี เนื่องจากทนไม่ไหวที่ผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านพุ่งชนเพื่อน อส. ด้วยกันได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนั้น

ล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ได้เรียก นายสุคนธ์ สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภอเมืองชลบุรี และนายประกาศิต ศึกสงคราม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองชลบุรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา อส. ผู้ก่อเหตุเข้ามาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

ชี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์

ซึ่งหลังจากฟังคำชี้แจง นายภัครธรณ์ ได้สั่งให้นายสุคนธ์ สุวรรณศักดิ์สิน นายอำเภอเมืองชลบุรี ปลด อส. คนดังกล่าวพ้นจากหน้าที่ แม้เหตุที่เกิดขึ้นจะอ้างว่ามาจากการคุมสติไม่อยู่ เพราะรู้สึกโกรธแทนเพื่อนที่ต้องมาบาดเจ็บจากพฤติกรรมของผู้ถูกกระทำในครั้งนี้ก็ตาม

โดยผู้ว่าฯ เผยว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐควรยับยั้ง ชั่งใจ ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ให้ได้ เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจกระทบกระทั่งกับประชาชนขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้หากผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความเอาผิดก็สามารถทำได้ และให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับ อส. รายดังกล่าวต่อไป

อส. ผู้ก่อเหตุขอยอมรับผิด ที่ทำไปเพราะทนไม่ไหวจริงๆ ยันผู้บาดเจ็บไม่โดนเยอะ

ด้าน อส. ผู้ก่อเหตุได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ชายที่ปรากฏในคลิปเป็นเขาจริง ซึ่งตัวเขาเองขอรับผิดและขอโทษกับเหตุที่เกิดขึ้น เพราะที่ทำไปเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเกิดโทสะทำให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ซึ่งระหว่างที่ทำร้ายนั้นแถบไม่โดนผู้ถูกกระทำเลย เพราะเขาได้เอามือมาปัดป้องไว้ตลอดเวลา

ทั้งนี้อยากฝากสังคมด้วยว่า หากคิดจะโทษใคร ก็ขอให้มาลงที่เขาคนเดียว อย่าไปโทษองค์กร ตำรวจ หมอ พยาบาล ที่ไม่ห้ามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเขาเป็นผู้กระทำ เนื่องจากทนไม่ไหวจริงๆ ที่เพื่อนมาถูกเด็กวัยรุ่นที่เมาแล้วขับย้อนศรมาชนจนได้รับบาดเจ็บแบบนี้

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ พายุโซนร้อย “โพดุล” ฉบับที่ 4

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขณะนี้พายุโซนร้อน โพดุล อยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ คาดว่า จะขึ้นฝั่งเวียดนามพรุ่งนี้ (30 ส.ค.)
  • ผลกระทบในวันนี้ (29 ส.ค.) ทำให้บริเวณภาคอีสานมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีลมแรง
  • เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้เตรียมพร้อมรับมือกับลมแรง ฝนตกเพิ่มขึ้น หรืออาจจะมีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้

กรมอุตุฯ ได้ออกประกาศเรื่อง “พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ

เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (29 สิงหาคม 2562) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 สิงหาคม 2562

ผลกระทบจากพายุ “โพดุล”

ผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคอื่น ๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหล คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาญเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล

ในช่วงวันที่ 30-31 สิงหาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 1 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนัก

  • ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และ
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุททัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ระนอง พังงา และภูเก็ต

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (29 ส.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
  • ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหล ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
  • พายุโพดุล ยังอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ คาดขึ้นฝั่งเวียดนามพรุ่งนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น. พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 สิงหาคม

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาญเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.