วอนตำรวจไขข้อสงสัย เหตุไม่หยุดสร้างป้อม ขวางทางม้าลาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนไม่เห็นด้วยสร้างป้อมตำรวจแยกท่าพระ ขวางทางม้าลาย
  • สงสัยถูกระงับการก่อสร้าง แต่ยังมีดำเนินการอยู่
  • เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไขความกระจ่างประชาชน

วันนี้ (5 ส.ค. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏภาพของทีมช่างเข้ามาทำการก่อสร้างป้อมตำรวจบริเวณแยกท่าพระ กทม.

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้โครงการดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ชะลอการก่อสร้างไปก่อน หลังจากมีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วย กับการสร้างป้อม เพราะไปขวางทางเดินข้ามถนนบนทางม้าลายของประชาชน แม้ว่าจะมีเส้นทางเล็กๆ เปิดไว้ให้สัญจรก็ตาม

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Korntawat Kumrueangsri ที่ระบุข้อความ ว่า แยกท่าพระ : เกลียดการบริหารงานแบบนี้ของระบบราชการไทยมาก สร้างป้อมตำรวจทับทางม้าลาย แล้วจะให้ข้ามยังไงอ่า

ทุบแบริเออร์ออก เว้นช่องไว้เท่ารูหนู หรือจะอนุมัติเซ็นงบมาสร้างสะพานลอยทับอีกที ? หรือให้คนข้าม อ้อมออกมาข้างหน้า

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างป้อมตำรวจในครั้งนี้ บ้างก็ว่า รอให้สร้างเสร็จก่อนแล้วค่อยมาดูกันว่าช่องทางที่เปิดไว้ให้เดินผ่านนั้นกว้างมาน้อยขนาดไหน

ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนเสนอแนะวิธีการข้ามถนนที่ถูกต้อง หากจะเดินข้ามถนนเส้นทางนี้ รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงไขความกระจ่างให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

แยกท่าพระ : เกลียดการบริหารงานแบบนี้ของระบบราชการไทยมาก สร้างป้อมตำรวจทับทางม้าลาย แล้วจะให้ข้ามยังไงอ่า…

โพสต์โดย Korntawat Kumrueangsri เมื่อ วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2019

“อนาคตใหม่” ดำเนินคดี “เอ๋ ปารีณา” ปมแพร่ข่าวปลอม สร้างความเกลียดชังในสังคม

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคอนาคตใหม่ เตรียมยื่นฟ้องศาล ดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์”
  • พรรคอนาคตใหม่ จะดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” ในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท กรณีแพร่ข่าวปลอม

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 14.00 น. ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่าได้เตรียมยื่นฟ้องศาล ดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส. เขต 3 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562

โดยมีเนื้อหาเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ พร้อมภาพตัดต่อของ “พรรณิการ์ วานิช” และ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” รวมถึงคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และในฐานะหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า 
พรรคอนาคตใหม่ยินดีรับฟัง-แลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่างบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และพยายามอดทนอดกลั้นต่อข่าวปลอมและการป้ายสีสาดโคลนอย่างถึงที่สุด 

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ เป็นการป้ายสีสาดโคลนด้วยข่าวปลอมโดยสิ้นเชิงในประเด็นที่ร้ายแรงคอขาดบาดตาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง

รวมทั้งเป็นการสร้างความเกลียดชังระหว่างผู้คนในสังคม อันจะนำมาสู่การใช้ความรุนแรงประทุษร้ายต่อกัน ซ้ำยังทำให้ปัญหาความขัดแย้งยิ่งฝังรากลึกลงไปอีก พรรคอนาคตใหม่จึงตัดสินใจดำเนินคดีกับปารีณา ไกรคุปต์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพยายามกล่าวหามาตลอด

โดยเราไม่ได้ต้องการให้คุณปารีณาจะต้องรับผิดติดคุกแต่อย่างใด แต่อย่างน้อย สังคมจะต้องรับรู้ว่าเรื่องต่างๆ ที่เราถูกกล่าวหานั้นเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้แทนของประชาชน จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการแพร่ข่าวปลอมและสร้างความเกลียดชัง และพรรคอนาคตใหม่ขอให้ทุกท่านตรวจสอบข้อมูลข่าวสารใดๆ ก่อนที่จะเชื่อและเผยแพร่ส่งต่อ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจตกเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างความเกลียดชังในสังคมได้

โดยฝ่ายกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่ เตรียมยื่นคำฟ้องต่อศาลอาญา ดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” ในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดในการนำภาพของผู้อื่นไปตัดต่อดัดแปลง ทำให้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 16

อย่างไรก็ตาม พบว่า “ปารีณา ไกรคุปต์” ได้ดัดแปลงแก้ไขโพสต์ของตนเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เพื่อลบเนื้อหาที่อาจมีความผิดตามกฎหมายบางส่วนออกไป

รองปลัด ยธ. เผยแม่แพรวา หาเงินค่าชดใช้เหยื่อตามคำพิพากษาศาลได้แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันที่ 6 ส.ค. ครอบครัวแพรวา จะเดินทางมาวางเงินต่อศาล ตามคำพิพากษาศาลในช่วงเช้า
  • ซึ่งเป็นเงินทั้งสิ้น 42,637,810.40 บาท ที่จำเลยต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ความคืบหน้ากรณี น.ส.แพรวา ขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารสายธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เป็นเหตุให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 9 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2553 โดยคดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ 2266-2278/2559 ให้ น.ส.แพรวา ผู้ขับรถยนต์ซีวิค พันเอกรัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา บิดา นางนิลุบล อรุณวงศ์ มารดา ของน.ส.แพรวา และนายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ซีวิค ให้ร่วมกันชดใช้ เงินทั้งหมด 25,781,137 บาท

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (5 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคดีกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า

ขอบคุณคุณแม่น้องแพรวา และดีใจกับผู้เสียหายครับ…!!

บ่ายวันนี้ได้รับการประสานงานจากคุณแม่น้องแพรวา ว่า..”สามารถหาหลักทรัพย์ได้ครบตามจำนวนตามคำพิพากษาของศาลแล้ว พร้อมทั้งได้มอบหมายทนายความให้ไปขอยอดวงเงินรวมจากศาลแล้วเช่นกัน โดยจะนำไปวางที่ศาลไว้ก่อนในระหว่างรอนัดหมายกับทนายความของผู้เสียหายเพื่อจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายแต่ละรายต่อไป

กรณีที่คุณแม่ไปวางทรัพย์ที่ศาลแล้วนั้น คุณแม่ควรต้องแจ้งการวางทรัพย์ให้เจ้าหนี้หรือทนายผู้เสียหายทราบโดยเร็ว เนื่องจากผลของการวางทรัพย์นั้นจะทำให้หลุดพ้นจากหนี้ที่ต้องชำระไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหลังจากวันที่วางทรัพย์ครับ

ทั้งนี้รายงานว่าในวันที่ 6 ส.ค. จำเลยที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ชดใช้จะเดินทางมาวางเงินต่อศาลในช่วงเช้า ซึ่งคดีนี้เมื่อวันที่ 30 ก.ค. จำเลยยื่นคำแถลงขอให้คำนวนหนี้ตามคำพิพากษาเเละศาลมีคำสั่งจัดการให้

โดยแบ่งเป็นเงินต้นตามคำพิพากษา 25,781,137 บาท จากการคำนวนส่วนดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ 6 ส.ค. เป็นเงินจำนวน 16,650,023.40 บาท ค่าทนายความที่ศาลกำหนดชั้นฎีกา 60,000 บาท เเละค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ชั้นฎีกาจำนวน 186,650 บาท,ค่าขึ้นศาลใช้แทนในนามโจทก์ที่ 17 (จ่ายแยก) จำนวน 20,000 บาทรวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสิ้น 42,637,810.40 บาท