แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียกลางดึกทางการเตือน ‘สึนามิ’

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ใต้ทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันตกสุดของเกาะชวา ของอินโดนีเซีย
  • ทางการเตือนภัย สึนามิ
  • มีการสั่งอพยพประชาชนไปอยู่ในที่สูง

วันที่ 2 สิงหาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างอิงรายงานจาก กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 แมกนิจูด ใต้ทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันตกสุดของเกาะชวา ของอินโดนีเซีย ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ในช่องแคบซุนดา ซึ่งห่างจากเมืองตูกูฮิลีร์ในจังหวัดบันเทน บนเกาะชวา 65 ไมล์ โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ชัดถึงเมืองหลวงกรุงจาการ์ตา โดยประชาชนได้พากันวิ่งออกจากที่พักอาศัย ขณะที่แผ่นดินไหวใช้เวลาประมาณ 40 วินาที

อย่างไรก็ตาม ทางการอินโดนีเซียประกาศเตือนภัยสึนามิ คณะกรรมการด้านภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียกล่าวว่าได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่ออพยพผู้คนที่อาศัยอยู่บนชายฝั่งและเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งใกล้จุดศูนย์กลาง รีบอพยพไปอยู่ในที่สูง

ทั้งนี้ทั้งนั้น น.ส.ทวิโคริตา คาร์นาวตี ผู้อำนวยการสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยาและธรณีฟิกส์อินโดนีเซียระบุว่า สำนักงานได้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ซึ่งอาจจะมีความสูงถึง 3 เมตรและได้เรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อพยพขึ้นสู่ที่สูงเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

ปภ. รายงานเหตุน้ำท่วม และภัยพิบัติใน 6 จังหวัดคลี่คลายแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัยใน 6 จังหวัดคลี่คลายแล้ว
  • หน่วยงานกำลังเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม –1 สิงหาคมที่ผ่านมา จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตราด และจันทบุรี รวม 22 อำเภอ 66 ตำบล 333 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,943 หลัง สะพานเสียหาย 5 แห่งถนน 1 สาย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

ทั้งนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป โดยผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมนั้น สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอนามัย แนะหญิงตั้งครรภ์แปรงฟันตามสูตร 2-2-2

ประเด็นน่าสนใจ

*หญิงตั้งครรภ์มักป่วยเป็นโรคเหงือกอักเสบ ฟังผุได้ง่าย
*หากขณะตั้งครรภ์ไม่ดูแลเรื่องสุขภาพช่องปากก็อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อลูกน้อยได้
*เชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคฟันผุยังสามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่ไปสู่ลูกได้

ประเด็นน่าสนใจ

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัญหาโรคเหงือกอักเสบพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลให้เหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ที่รองรับฟันอ่อนแอ อาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย และการดูแลอนามัยช่องปากที่ไม่ดี จะทำให้หญิงตั้งครรภ์เกิดโรคฟันผุได้

ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาสุขภาพช่องปากและสุขภาพทั่วไปต่อแม่และลูกที่จะเกิดมา หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่สถานบริการสาธารณสุข ควรได้รับการตรวจฟัน เพื่อทราบสภาวะช่องปากของตนเอง และรับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและลูก ฝึกทักษะการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี และหากพบว่ามีปัญหาโรคในช่องปากก็ควรได้รับการรักษาตามความจำเป็นในช่วงตั้งครรภ์เดือนที่ 4 – 6 หรือได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ด้านทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ดูแลตนเอง โดยปล่อยให้มีปัญหาเหงือกอักเสบและฟันผุ จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับเหงือกและฟันของลูกได้ เนื่องจากฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น

นอกจากนี้ เชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคฟันผุยังสามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่ไปสู่ลูกได้ ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ควรหมั่นแปรงฟันด้วยการแปรงฟันตามสูตร 2-2-2 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์นานครั้งละ 2 นาที วันละ 2 ครั้ง หลังแปรงฟันควรงดรับประทานอาหารหวาน และเครื่องดื่มรสหวานหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน เพื่อลดโอกาสที่จะสูญเสียฟันเพิ่มขึ้น