กร. อมน. ยันไม่ได้ประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน จากเหตุระเบิดกรุงเทพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ข้อความว่อนเน็ตทางการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ 7 จุด
  • โฆษก กอ.รมน. ยันยังไม่มีประกาศพื้นที่พิเศษแต่อย่างใด
  • เหตุระเบิดกรุงเทพ ขณะนี้พบอยู่ 5 จุดเท่านั้น

จากกรณีที่วันนี้ (2 ส.ค. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ ได้พากันส่งต่อพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ หลังจากเกิดเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ประกอบด้วย แยกราชประสงค์, สยามสแควร์, อนุสาวรีย์ชัยฯ, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, สถานีรถไฟฟ้า ทั้งบีทีเอส และเอ็มอาร์ทีทุกสถานี , สถานีหัวลำโพง และสถานีขนส่งทุกแห่ง นั้น

ล่าสุดทาง พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กร.อมน. ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ หลังเกิดเหตุระเบิดแต่อย่างใด แต่มีการทำงานบูรณาการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

ส่วนการที่ส่งต่อข้อความเตือนภัยดังกล่าวในโลกออนไลน์นั้น เป็นการสร้างสถานการณ์เท่านั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ อย่าส่งต่อหรือแชร์ข้อความ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากส่วนกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งตามรายงานขณะนี้ เหตุระเบิดกรุงเกิดขึ้นเพียง 5 จุดเท่านั้น

โฆษกฝ่ายความมั่นคง ประณามเหตุระเบิดกลางกรุง ขอทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกฝ่ายความมั่นคง กล่าวประณามกลุ่มก่อเหตุและผู้อยู่เบื้องหลัง การก่อเหตุระเบิดป่วนเมือง บริเวณสถานที่ราชการและพื้นที่สัญจรของประชาชนหลายจุด ในกรุงเทพมหานคร เมื่อ 2 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยถือเป็นการบ่อนทำลายชาติ ที่ต้องการลิดรอนระบบเศรษฐกิจและเสถียรภาพความสงบสุขมั่นคงปลอดภัยของประชาชนในภาพรวม

ซึ่งประชาชนทุกภาคส่วน สมควรร่วมกันแสดงออกถึงการต่อต้านการใช้ความรุนแรงดังกล่าว ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันให้กำลังใจกันและกัน ไม่วิพากษ์ยั่วยุหรือให้ข้อมูลผ่านสื่อที่สร้างความสับสนกับประชาชน โดยขอให้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อการติดตามสืบสวนขยายผลนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้สั่งการให้ ผบ.ตร.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และให้ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายข่าว เร่งติดตามสืบสวนขยายผลนำผู้ก่อเหตุระเบิดและผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว ทั้งนี้ขอให้พิจารณาถึงความเชื่อมโยงของเหตุไฟไหม้ย่านธุรกิจสำคัญในห้วงเวลาดังกล่าวควบคู่กัน

โดยให้ทำการปิดล้อมและตรวจสอบการเข้าออกพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ จุดสัญจรของประชาชน และสถานที่ราชการต่างๆมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในภาพรวม

สธ. เผยแนวคิด ส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน ลดปัญหา รพ.แออัด

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระทรวงสาธารณะสุขเผยนโยบายลดความแออัดโรงพยาบาล
  • มาตรการนี้เป็นการส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน
  • การจะส่งยาไปให้ผู้ป่วยที่บ้านนั้น จะทำได้หลังผู้ป่วยผ่านการตรวจวินิจฉัยของแพทย์แล้วเท่านั้น

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีนโยบายลดความแออัดโรงพยาบาล โดยอาจให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้นำยามาส่งให้ที่บ้านผู้ป่วย ว่า การไปรับบริการตรวจรักษาที่ รพ. มี 3 ขั้นตอนได้แก่

1.ขั้นตอนการลงทะเบียน คัดกรอง
2.ผู้ป่วยได้พบแพทย์ สอบถาม ตรวจรักษา วินิจฉัยและรับคำแนะนำการให้คำปรึกษาจากแพทย์
3.การรับยา ซึ่งการบริหารการรับยามีหลากหลายวิธีที่จะทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์แล้ว ไม่ต้องมาใช้เวลาในการรอรับยาเป็นเวลานาน หนึ่งในนั้น

ทั้งนี้แนวคิดที่จะให้ อสม.เป็นคนรับยาไปส่งให้ผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลารอรับยาเอง จะช่วยลดความแออัดลงได้บางส่วน หรือ การส่งยาไปให้ผู้ป่วยที่บ้านทางไปรษณีย์ ซึ่งรพ.จุฬาลงกรณ์มีการดำเนินการอยู่ พบว่า สามารถลดระยะเวลารอรับยาจาก 46 นาทีเหลือเพียง 6 นาที โดยจะพิจารณาเฉพาะรายที่จะสามารถส่งยาไปให้ที่บ้านได้ หลังผ่านการตรวจวินิจฉัยของแพทย์แล้ว

รมช สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า การจะให้อสม.ช่วยส่งยาให้ผู้ป่วย จะเป็นขั้นตอนหลังจากที่ผู้ป่วยได้พบแพทย์ ตรวจวินิจฉัยและคุยรายละเอียดกับแพทย์ จนมาถึงขั้นตอนการรอรับยา ผู้ป่วยก็ไม่ต้องรอ แต่จะให้ อสม.นำยาไปส่งให้ที่บ้าน โดยอาจจะเน้นเป็นยาที่ผู้ป่วยเคยใช้ประจำ ยาที่ไม่มีความซับซ้อนหรือต้องอธิบายการใช้ยามากที่ต้องอาศัยเภสัชกร และขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด ซึ่งก็พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ ทุกข้อคิดเห็น