กลับมาอีกครั้ง!! “ลิโด” ตำนานกว่า 50 ปี การเปลี่ยนแปลงแบบร่วมสมัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ได้เปิดตัวการกลับมาอีกครั้งในชื่อ LIDO CONNECT
  • เพื่อให้สยามสแควร์ ยังคงเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะวัฒนธรรม นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ Co-Cultural Space

วันนี้ ( 1 ส.ค. 62 ) หลังจาก “โรงภาพยนตร์ ลิโด มัลติเพล็กซ์ ” ได้ปิดตัวลงหลังจากฉายหนังรอบสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 โดยมีตำนานกว่า 50 ปี ของโรงภาพยนตร์ ลิโด มัลติเพล็กซ์ ในบทบาทของโรงภาพยนตร์ชั้นนำ และแหล่งรวมแฟชั่นบนพื้นที่ของย่านสยามสแควร์ จึงทำให้สำนักจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ถือสัมปทานพื้นที่สยามสแควร์ต้องทำการจัดสรรพื้นที่แห่งนี้

ล่าสุดวันนี้ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ได้เปิดตัวการกลับมาอีกครั้งในชื่อ LIDO CONNECT ที่ต้องการให้สยามสแควร์ ยังคงเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะวัฒนธรรม นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ Co-Cultural Spaceให้พื้นที่ใจกลางสยามอย่างลิโด้ เป็นแหล่งรวบรวมศิลปะวัฒนธรรม นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ในการแสดงออกที่สามารถต่อยอดในอาชีพด้านความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่จำกัด

ทั้งนี้ชื่อลิโด้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ “ไม้โท” ยังคงใช้ชื่อว่า “LIDO” เพื่อความเคารพสถานที่เดิม แต่เติมคำว่า CONNECT เข้าไปเป็น LIDO CONNECT เพื่อให้ย้ำเป้าหมายที่ต้องการเชื่อมทุกกลุ่มเข้าด้วยกันอย่างไม่ปิดกั้น ในการเปลี่ยนผ่านจาก “ลิโด” สู่ “ลิโด้ คอนเน็ค” เลือกที่จะเติมเต็มสิ่งที่พื้นที่ในย่านสยามสแควร์ยังขาดอยู่

โดยเฉพาะพื้นที่ในการแสดงออกทางด้านดนตรีได้อย่างเสรี ซึ่งจะเป็นตัวกลางที่จะนำมาสู่การต่อยอดในการสร้าง Art Community ในแขนงอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นด้านการละคร การแสดง ทอล์กโชว์ งานออกแบบ งานสร้างสรรค์ หรือการแสดงนวัตกรรมต่างๆ

สำหรับรูปแบบของลิโดที่จะมีการปรับปรุงด้วยแนวคิด Back to Original เพื่อการเคารพโรงภาพยนตร์เดิม และดึงเอาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุค 70’s ซึ่งคือยุคที่โรงภาพยตร์ลิโดถูกสร้างขึ้นกลับมาใช้ เก็บโครงสร้าง และ element การตกแต่งภายในของยุค 90’s ไว้ ผสมผสานกับ design ในยุคปัจจุบัน

โรงภาพยนตร์ที่ 1 ที่นั่งเดิม มีจำนวนเก้าอี้ 147 -150 และจอฉายยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ทว่าเอาพรมออกเพราะว่าสภาพการใช้งานที่ผ่านมาเนิ่นนาน เป็นที่สะสมของเชื้อโรค ทำความสะอาดยาก และอาจไม่คุ้มค่าต่อค่าบำรุงรักษา ส่วนการเลือกโปรแกรมหนังมาฉายนั้น ในเบื้องต้นมีเพียงความตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้โปรแกรมการฉายชนกับเรื่องที่ฉายอยู่ในสกาล่า ส่วนจะเลือกโปรแกรมมาฉายอย่างไรบ้างนั้นคงต้องติดตามต่อไป

ส่วนโรงภาพยนตร์ที่ 2 ที่มีขนาดใหญ่กว่าโรงภาพยนตร์ที่ 1 เก้าอี้ยังคงเก้บไว้ 234 ที่นั่ง เพิ่มไฟที่สามารถส่องเวทีได้ แต่เอาจอฉายภาพยนตร์ออก แล้วก็เพิ่มหลังเวทีที่เป็น Backstage แทน ให้เหมาะสำหรับกิจกรรมประเภทดนตรี หรือเรียกว่า Live House

ส่วนโรงที่ 3 ได้ถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมดให้กลายเป็น Black Box Theater โดยรื้อจอภาพยนตร์ออก รวมทั้งตกแต่งใหม่ด้วยการล้อมรอบโรงด้วยผ้าม่านดำ เติม Stage วางระบบไฟและเสียง เพื่อให้เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานได้หลายรูปแบบ หรือมีความเป็น Multi Purpose

โดยเฉพาะในกลุ่ม Performing Art ไม่ว่าจะเป็นดนตรีสด ละคร ทอล์ก รวมทั้งงานโชว์หรือรองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ นำมาซึ่งการเกิด Community ใหม่ๆ ในพื้นที่นี้ด้วย ซึ่งจะมีงานระบบส่วนกลาง ทั้งการจองบัตร การประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการบริหารและพัฒนาลิโดให้มีกิจกรรมสม่ำเสมอ ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้ติดตาม

ดร.ธรณ์ เผยภาพ วาฬบรูด้า โผล่แม่น้ำเจ้าพระยา แนะคนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฎภาพ วาฬบรูด้า โผล่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ดร.ธรณ์ นำมาเผยแพร่ชวนคนอนุรักษ์ อย่าทิ้งพลาสติกลงแม่น้ำ
  • ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Jirayu Ekkul

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2562 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เผยแพร่ภาพขณะมี วาฬบรูด้า โผล่ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ กทม. เพื่อหาอาหาร ผ่านในเฟซบุ๊กส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat

ซึ่งการโพสต์ภาพดังกล่าวก็เพื่อชวนให้คนไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม อย่าทิ้งขยะหรือถุงพลาสติกลงในแม่น้ำลำคลอง เพราะมันส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อชีวิตของสัตว์ชนิดนี้ได้

เพราะหากวาฬบรูด้าอ้าปากกินอาหารจะมีขยะพลาสติกจำนวนเท่าใดที่เข้าไปในท้องเจ้าวาฬตัวดังกล่าว ดังนั้นจึงนำภาพนี้มาเผยแพร่เพื่อให้ภาพความประทับใจนี้อยู่คู่คนไทยต่อไป

สำหรับข้อความที่ ดร.ธรณ์ โพสต์ ระบุว่า เวลามีข่าววาฬบรูด้าโผล่ขึ้นกลางทะเล ผู้คนล้วนดีใจ แต่ถ้ามีวาฬพุ่งพรวดขึ้นมาหาปลาใกล้หมู่ตึกระฟ้าล่ะ เพื่อนธรณ์จะรู้สึกยังไงบ้าง ?
เรื่องนี้ผมเขียนให้สัตว์สงวนแห่งกรุงเทพมหานคร #วาฬบรูด้าหน้ากรุงเทพ
🐳 🌆
หญิงสาวกำลังวิ่งวุ่นอยู่ในออฟฟิศ… เธอถือแฟ้มงานไปที่โต๊ะนั้นโต๊ะนี้เพื่อขออนุมัติงานด่วน แม้วันนี้ฟ้าดีมีแดด แต่เธอไม่มีเวลาแม้มองออกนอกหน้าต่างชั้น 40 ห่างออกไปเพียง 15 กิโลเมตร สิงหา…วาฬบรูด้าตัวใหญ่ กำลังวุ่นวายอยู่เช่นกัน

วันนี้ปลาเยอะดีจัง สิงหาคิดระหว่างว่ายเลียบพื้น ก่อนทะยานตัวขึ้นเหนือน้ำ อ้าปากกว้างเพื่อหม่ำปลาตัวเล็กตัวน้อย 15 กิโลเมตร คือระยะห่างระหว่างตึกระฟ้ากับสัตว์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 15 กิโลเมตร คือระยะห่างระหว่างสาวออฟฟิศกับสัตว์สงวนชนิดใหม่ของบ้านเรา เกือบ 50 กิโลเมตร คือระยะห่างระหว่างสนามบินดอนเมืองกับสนามบินสุวรรณภูมิ
หากโลกนี้มีคำว่า “มหัศจรรย์”
“วาฬบรูด้าแห่งกรุงเทพมหานคร” คือหนึ่งในนั้น…แน่นอน
🐳 <-15-> 👩‍💻

วาฬบรูด้าเมื่อโตเต็มที่ ความยาวเกิน 15 เมตร น้ำหนักถึง 25 ตัน (เท่ากับช้าง 5 ตัว) วาฬบรูด้ากินปลาเล็กเป็นอาหารหลัก พัฒนาวิธีการหากินให้เหมาะสมกับสถานที่ เช่น การว่ายพุ่งขึ้นมาจากทะเล “แทงปลา” อ้าปากกว้างฮุบฝูงปลาเล็กเข้าไป อ่าวไทยเป็นเขตน้ำตื้น อุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหารจากแม่น้ำหลายสาย

แพลงก์ตอนมีมากมาย ปลาเล็กอุดมสมบูรณ์ วาฬบรูด้าจึงเข้ามาหากิน หากินจนกลายเป็นถิ่นฐาน มีวาฬบรูด้าประมาณ 50 ตัวที่เข้ามาในอ่าวไทยตอนในเป็นประจำ บางตัวหากินวนเวียนอยู่ในเขตนี้เกือบตลอดอายุขัย (50 ปี) หลายครั้งที่เธอผ่านมา หากินอยู่แถวปากเจ้าพระยา บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
🐳 = 🐘🐘🐘🐘🐘

กรุงเทพมหานครคือเมืองที่มีคนอาศัยเป็นลำดับที่ 32 ของโลก (ค.ศ.2018) กรุงเทพมหานครคือเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในโลก (ค.ศ.2018) ผมหาข้อมูลตามรายชื่อเมืองใหญ่กว่ากรุงเทพ

ผมไม่เจอข่าวหรือข้อมูลที่บอกว่า มีวาฬหากินเป็นประจำอยู่ใกล้โตเกียว มีวาฬโผล่ขึ้นมาข้างเซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ผมหาข้อมูลตามรายชื่อเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวรองจากกรุงเทพ 5 อันดับ ผมไม่เจอข้อมูลว่ามีใครไปดูวาฬที่ลอนดอน ปารีส ดูไบ สิงคโปร์

ผมเจอแต่ข้อมูลว่า อะควอเรี่ยมไหนมีโลมาให้ดูบ้าง วาฬบรูด้าแห่งกรุงเทพมหานครจึงเป็นปรากฏการณ์เหลือเชื่อ เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับวาฬ ตึกระฟ้ากับสัตว์สงวน และนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกๆ ปี มีวาฬบรูด้าเข้ามาหากินแถวนี้ มีผู้พบเจอ มีคนบันทึกภาพได้ รวมทั้งเจ้าสิงหา ปีนี้พบเจอที่ปากเจ้าพระยาแล้ว 2 หน ภาพนี้คือหนที่ 3
แล้วเราทำอะไรได้บ้าง ?
👨‍🔬👩‍🏫👨‍🍳🤵💙🐳

แม่น้ำเจ้าพระยา คือแม่น้ำที่พาขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดของไทย (ข้อมูลกรมทะเล) เมื่อวาฬบรูด้าอ้าปากกว้างฮุบปลา จะมีพลาสติกกี่ชิ้นที่ไหลลงท้องเธอ ? หากเรานำเสนอเรื่องราวให้ทราบ เพียงไม่กี่กิโลเมตรจากถุงพลาสติกในมือคุณ มีวาฬบรูด้ากำลังอ้าปาก คนกว่า 8 ล้านคนในกรุงเทพอาจเริ่มคิด

หากเรานำเสนอให้นักท่องเที่ยวทราบ ช่วยกันเถอะนะ ช่วยกับคนกรุงเทพมหานคร เก็บรักษาเอกลักษณ์เช่นนี้ให้คงอยู่คู่โลกต่อไป นักท่องเที่ยว 22 ล้านคนอาจเข้าใจ หากเราส่งเสริมการท่องเที่ยวชมวาฬที่ดี มีหลักเกณฑ์กฎกติกา ธุรกิจก้าวหน้า กระจายรายได้ หวนมาตอบแทนสังคม

เด็กๆ ในกรุงเทพจะไม่เพียงแค่รู้จักวาฬจากหนังสือหรือภาพถ่ายอีกต่อไป ไม่เพียงแค่ท่องชื่อสัตว์สงวนตัวใหม่ แต่มีโอกาสเจอเธอที่อยู่ห่างจากบ้านเพียงไม่กี่กิโลเมตร ความฝัน แรงบันดาลใจ การได้พบเห็น จะให้กำเนิดนักอนุรักษ์หนุ่มที่ออกไปสำรวจเพื่อดูแลวาฬและโลมา จะกลายเป็นที่มาของสัตวแพทย์สาวที่ทุ่มเทดูแลสัตว์หายากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ยังเป็นจุดเริ่มต้นของคนอีกจำนวนมากที่งานไม่ใช่แต่ใจรัก พร้อมอาสาช่วยพิทักษ์รักษาวาฬและผองเพื่อนในโลกสีคราม

เราอาจติดตาข่ายดักขยะตามปากท่อบางแห่ง เหมือนที่ระยองทำสำเร็จมาแล้ว เราอาจพาน้องๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด เป็นเจ้าหน้าที่ตักขยะพลาสติกตามประตูน้ำคูคลองของกรุงเทพ

พาน้องๆ ไปดูวาฬที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อบอกน้องๆ ว่า งานของคุณพ่อคุณแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน ! มีอะไรอีกมากมายที่สามารถทำได้ ต่อยอดได้ จากปรากฏการณ์เช่นนี้
เพราะนี่คือความมหัศจรรย์…

เป็นความมหัศจรรย์ที่น้อยคนรับทราบ ไม่กี่คนรับรู้ เราแชร์คลิปแชร์ภาพนี่นั่นจากทั่วทุกมุมโลก แต่ลืมมองใกล้ตัวว่า มีความยิ่งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เกิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะฉะนั้น นี่คือจุดประสงค์ทั้งหมดของเรื่องนี้ เรื่องที่ตั้งใจเขียนถึง #ความมหัศจรรย์แห่งกรุงเทพมหานคร
🐳🐳🐳🐳

พักเที่ยง หญิงสาวจะลงไปซื้อของที่ร้านชั้นล่างเหมือนเช่นเคย เธอกำลังก้าวออกจากโต๊ะ แต่กลับหยุดชะงัก หันหลังมองผ่านกระจกบานใหญ่ ผืนน้ำเลือนราง เธอไม่เห็นอะไรหรอก แต่บางอย่างสะกิดใจ บางอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น

บางอย่าง มองไม่เห็นด้วยสายตา แต่ทราบได้ด้วยหัวใจ เธอหันไปถามเพื่อนโต๊ะข้างๆ “มีถุงผ้ามั้ยจ๊ะ ยืมหน่อยนะ” ห่างไป 15 กิโลเมตร สิงหากำลังอ้าปากกินปลาหน้ากรุงเทพมหานคร…

หมายเหตุ – ขอบคุณ Jirayu Ekkul สำหรับภาพจ้ะ

เวลามีข่าววาฬบรูด้าโผล่ขึ้นกลางทะเล ผู้คนล้วนดีใจ แต่ถ้ามีวาฬพุ่งพรวดขึ้นมาหาปลาใกล้หมู่ตึกระฟ้าล่ะ…

โพสต์โดย Thon Thamrongnawasawat เมื่อ วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก “Jirayu Ekkul

ร้องปอท. ถูกหลอกทำงานแยกสีลูกปัด ผู้เสียหายกว่า 300 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้เสียหายแห่ร้อง ปอท.โดนเฟซบุ๊ก”Noona Handsmade” หลอกทำงานแยกสีลูกปัด เดือนแรกได้เงินคืนทั้งค่ามัดจำและค่าฝีมือ
  • เมื่อเหยื่อตายใจเพิ่มจำนวนมากขึ้นก่อนจะปิดเฟซฯ หนี รวมผู้เสียหายที่รวบรวมได้ 360 คน มูลค่าเสียหายร่วม 3 ล้านบาท

วันที่ 1 ส.ค. ที่ บก.ปอท.นางนิตยา ข้องม่วง อายุ 42 ปี ชาว กทม. อาชีพ รับจ้าง เดินทางมาพร้อมผู้เสียหายรวม 22 คน พบ ร.ต.อ.คมสัน ทุติยานนท์ รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท.แจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Noona Handsmade” และไลน์ชื่อเดียวกัน

นางนิตยา กล่าวว่าช่วงต้นเดือน เม.ย. พวกตนได้รับงานพับกระดาษใส่เครปบ้าง แยกสีลูกปัด แยกสีผีเสื้อบ้าง เพื่อหารายได้เสริมจากงานอาชีพปกติที่แต่ละคนทำกันอยู่ บางคนเป็นแม่บ้าน แม่ลูกอ่อน บางคนอาชีพรับจ้างเหมือนตน บางคนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ของเด็ก บางคนตั้งครรภ์อยู่ อยากหาเงินเพิ่มเป็นค่าคลอดลูก แต่ทุกคนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ อยากหารายได้เสริมช่วยค่าครองชีพของครอบครัวทั้งสิ้น

พวกตนต้องการที่จะมาร้องทุกข์กล่าวโทษหลังจากถูกคนร้ายฉ้อโกง โดยแม่ข่ายแต่ละคนของเฟซบุ๊ก”Noona Handsmade” จะมาแอดเฟรนด์ผู้เสียหายแต่ละคนก่อนจะชักชวนไปคุยต่อทางไลน์ ให้แต่ละคนรับงานฝีมือต่างๆ เช่นแยกสีลูกปัด พับกระดาษซองใส่เครป งานสีผีเสื้อ เป็นต้น

โดยจะต้องโอนเงินซื้ออุปกรณ์ไปก่อนตามราคาที่กำหนด โดยทุกคนโอนเงินไปบัญชีธนาคาร กสิกรไทย เลขที่ 0882535819 ชื่อ วรวิทย์ คำสุข และ ธนาคารธนชาติ เลขบัญชี 7256068670 ชื่อนายวรวิทย์ คำสุข

ตัวแม่ข่ายจะได้ส่วนแบ่งเป็นค่าคอมมิชชั่น ส่วนพวกตนจะได้เป็นค่าแรง เช่น งานแพ็กสบู่ราคา 89 บาท เรารับงานมาทำที่บ้านเสร็จส่งของกลับไปก็จะได้รับเงินคืนกลับมา รวม 130 บาท เราจะต้องจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์มาก่อน

ส่วนการแยกสีลูกปัด ชุดหนึ่งต่องจ่ายเป็นเงินชุดละ 160 บาท สั่งของครั้งหนึ่งจำนวน 100 ชุด ก็คิดเป็นเงิน 16,000 บาท เมื่อเราได้รับงานมาทำที่บ้านแยกสีลูกปัดเสร็จก็ส่งงานคืนเขาไป เขาจะโอนเงินกลับมาให้เราจำนวน 22,000 บาททันที เราก็ได้กำไรทันที 6,000 บาท ซึ่งการรับงานครั้งแรกๆ เราจะได้เงินค่าจ้างพร้อมมัดจำค่าของทุกครั้ง ทำได้เดือนแรก เม.ย. จะได้เงินครบตามจำนวน จึงเพิ่มยอดสั่งของเพิ่มขึ้น ญาติพี่น้องเห็นเราทำงานแล้วได้เงินจริงๆ ก็จะมาขอฝากเราซื้อเพื่อทำด้วย

พอเดือน พ.ค. คราวนี้ส่งงานคืนเสร็จกลับไม่ได้เงิน แต่ก็ยังทำต่อจนหมดเดือน พ.ค. จนเดือน ก.ค.พวกเราก็พยายามติดต่อทวงถามขอเงินคืนก็โดนผลัดผ่อนมาตลอด จึงเข้าไปทวงผ่านหน้าเฟซบุ๊ก”Noona Handsmade” ก่อนจะโดนลบและบล๊อคไม่ให้เข้า จนวันที่ 26 ก.ค. เวลา 18.32 น. ที่ผ่านมาเขาก็ปิดเฟซบุ๊กหนีติดต่อไม่ได้อีกเลย

พวกตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เป็นไปได้ก็อยากได้เงินคืนเพราะทุกคนได้รับความเดือดร้อนมาก

ตอนนี้เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก”Noona Handsmade” ได้ปิดบัญชีไปแล้วรวมทั้งไลน์ด้วย เลยไม่สามารถติดตามทวงถามขอเงินคืนได้ พวกตนได้เข้าไปสอบถามในหน้าเฟซบุ๊ก”Noona Handsmade” ก็จะโดนลบทิ้งแล้วดีดออกจากกลุ่ม จึงพยายามติดต่อกันจนรวบรวมผู้เสียหายได้ 360 คน มูลค่าความเสียหายเกือบ 3 ล้านบาท

บางคนแจ้งความท้องที่มาแล้ว บางคนก็ยังไม่แจ้งมาที่นี่เลย คนที่โดนโกงแตกต่างกัน ต่ำสุดคือคนที่เพิ่งเข้าไปซื้อลูกปัดสีครั้งแรกเสียหายเป็นจำนวน 640 บาท รายที่สูญเงินสูงสุดจำนวน 130,000 กว่าบาท บางคนที่ลงทุนมาเพราะทาง”Noona Handsmade” เขามีโปรโมชั่นแจกทอง ใครสั่งงานตามยอดที่กำหนดก็จะได้แหวนทอง จึงมีคนหลงเชื่อจำนวนมาก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. รับแจ้งความตามที่ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วจะทำการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยรายที่แจ้งความมาก่อนก็แนะนำให้กลับไปพบพนักงานสอบสวนพื้นที่ที่แจ้งความ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนรายที่ยังไม่แจ้งความมาก่อนทาง บก.ปอท.จะช่วยตรวจสอบในเรื่องของเจ้าของบัญชีธนาคารของคนร้ายรวมทั้งร้านท้องที่คนร้ายอ้างไปซื้อมาแจกตามโปรโมชั่นว่ามีความเกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือไม่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป