ผุดแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน ‘ปารีณา’ พ้นสภาส.ส.

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการร่วมลงชื่อถอดถอน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
  • นางสาวปารีณามักเคลื่อนไหวในเรื่องต่าง ๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปในแนวการวิพาษวิจารณ์บุคคลทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม
  • มีการหยิบยกคดีค้าอาวุธสงครามขึ้นมาเป็นหนึ่งในเหตุผลดารลงชื่อถอดถอน

หลังจากมีแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนเว็บไซต์ change.org  ซึ่งมีประชาชนเข้าไปร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก แม้ว่าแคมเปญนี้จะเกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่แคมเปญดังกล่าว กลับเพิ่งกลับมาเป็นกระแสขึ้นอีกครั้งในช่วงวันนี้

จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่อยากก้าวก่าย ต้องเคารพสิทธิแต่ละคน

ทั้งนี้เมื่อราว 2 เดือนก่อนหน้านี้ได้มีการสร้างแคมเปญบนเว็บไซต์ change.org โดยแคมเปญนี้มีชื่อว่า“ลงชื่อถอดถอน ปารีณาพ้นสภาส.ส.” เนื่องจากนางสาวปารีณา ทำผิดมาตรา 270 วรรคหนึ่ง ไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยแคมเปญนี้ได้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ นางสาวปารีณา มีการกล่าววิจารณ์นาย ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงชีวิตส่วนตัวในด้านครอบครัว หลังจากหย่าร้างกับต่าย ชุติมา ดารานักแสดง จนบานปลายไปถึงบุคคลอื่น ๆ อีกหลายคน อาทิ อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ที่ได้ออกมาโพสต์กล่าวถึงประเด็นนี้ ซึ่งได้มีการโพสต์ตอบโต้กับไปมาระหว่างนางสาวปารีณา ซึ่งประเด็นนี้เอง ทำให้ชื่อของปารีณานั้น ติดเทรนด์ทวิตเตอร์เป็นอันดับ 1 อีกครั้ง

ทั้งนี้บนแคมเปญดังกล่าว เกิดขึ้นโดยผู้สร้างแคมเปญให้เหตุผลว่า นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชารัฐ ทำผิดมาตรา 270 วรรคหนึ่ง ไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งตามเหตุผลในการล่ารายชื่อบนเว็บไซต์ change.org ระบุว่า

– live สดพูดจาเพ้อเจ้อ ด่าทอถึงผู้อื่น ส่อแววมีปัญหาทางจิต ควรหยุดปฎิบัติหน้าที่แล้วไปตรวจสุขภาพที่ รพ.ศรีธัญญา
– เคยต้องคดีค้าอาวุธสงคราม
– เคยต้องสงสัยฟอกเงิน พระเครื่อง 24 ล้าน
– ตอบกลับประชาชนที่มาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรงและหยาบคาย
– หมิ่นประมาทด่าทอถึงบุคคลอื่นตลอดเวลา ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
– เอ่ยถึง ส.ส. พรรคอนาคตใหม่(คุณช่อ) ว่าอี เอ่ยถึงด้วยวาจาที่หยาบคาย ไม่มีมารยาทในสังคมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน

ทำให้เสียภาพลักษณ์ของทางราชการในมาตรา 5 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20000 คน สามารถล่ารายชื่อถอดถอนให้พ้นสภาพได้ตามมาตรา 164

– สาเหตุที่ล่ารายชื่อถอดถอน เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเลือกจากประชาชนเข้าไปทำงานในสภา ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน ทำงานจากเงินภาษีของประชาชน ไม่ควรเป็นตัวอย่างที่ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้ง

ล่าสุดพบว่า เมื่อเวลา 12.00 น. มีประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญใกล้ทะลุ 14,000 คนแล้ว

ศาลยกฟ้อง ลุงจรูญ คดีหมิ่นประมาท ครูปรีชา ปมสัมภาษณ์ส่อเสียดต่อหน้าสื่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คดีครูปรีชาฟ้องลุงจรูญ ฐานหมิ่นประมาท ศาลสั่งให้ยกฟ้อง
  • คดีนี้สืบเนื่องจากลุงจรูญให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า “คนที่เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้”

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 ส.ค. 2562) ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการพิจารณาในคดีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือที่รู้จักกันในนาม ครูปรีชา ได้ยื่นฟ้องร้องเอาผิดกับ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหาหมิ่นประมาท

ในกรณีที่ ร.ต.ท. จรูญ ได้ให้สัมภาษณผู้สื่อข่าวในระหว่างการต่อสู้คดีหวย 30 ล้านในทำนองว่า คนที่เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้ ส่งผลทำให้ครูปรีชาซึ่งเป็นคู่ความได้รับความเสื่อมเสีย

ครูปรีชา

โดยศาลได้พิเคราะห์จากพยานและหลักฐานแล้วจึงตัดสินยกฟ้องในคดีดังกล่าว ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งเป็นทนายของ ร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความถึงคดีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ที่ระบุว่า

#ยกฟ้องครูปรีชาฟ้องคุณลุงจรูญหมิ่นประมาท

วันนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษายกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้องครูปรีชา ฟ้องคุณลุงจรูญข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เหตุจากที่คุณลุงจรูญสอนคนในสังคมว่า “คนที่เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้” ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาคดีหวย 30 ล้าน

สำหรับคดีหวย 30 ล้านนั้น ก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำตัดสินให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐาน รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าสลากรางวัลที่ 1 ดังกล่าว เป็นของโจทก์ จำเลยจึงถือว่าเป็นเจ้าของสลาก โดยเบื้องต้นครูปรีชาไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าว แต่ลุงจรูญสามารถฟ้องเพิ่มเติมได้

#ยกฟ้องครูปรีชาฟ้องคุณลุงจรูญหมิ่นประมาท วันนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษายกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้องครูปรีชา…

โพสต์โดย ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เมื่อ วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2019

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ ปฏิเสธข่าวลือ ขายหุ้นให้ทุนจีน

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจได้นำเสนอข่าว “ทุนจีนกวาดซื้อมหาลัยไทย”โดยปรากฎชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีรวมอยู่ด้วย
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง
  • รองอธิการบดีชี้แจงประเด็น ‘จ่ายครบก็จบได้’ ก็ไม่จริง

ล่าสุดในวันที่ 1 ส.ค. 2562 ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีชี้แจงประเด็นหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจได้นำเสนอข่าว “ทุนจีนกวาดซื้อมหาลัยไทย”โดยปรากฎชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีรวมอยู่ด้วย ว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยได้รับการทาบทามจากจากนักลงทุนจีนแต่อย่างใด มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวคือ ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุลเท่านั้น

ขณะที่ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา ยังตอบข้อสงสัยว่าที่มีข่าวลือว่า เรียนมหาวิทยลัยกรุงเทพธนบุรี แค่จ่ายครบจบจริง เป็นจริงหรือไม่ ดร.ดวงฤทธิ์ ได้ตอบข้อซักถามนี้ว่ามันเป็นแค่การแซวกันเฉย ๆ แต่เรื่องจ่ายครบต้องจ่ายค่าเทอมอยู่แล้ว แต่ต้องมาเรียนด้วย ถึงจะจบไม่ใช่จ่ายแล้วไม่มาเรียนแบบนี้ไม่มีแน่นอน และมหาวิทยาลัยยังมีความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน และขอยืนยันอีกครั้งว่าข่าวมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีถูกซื้อโดยกลุ่มทุ่นจีนดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน