จับแล้ว นทท.ต่างชาติ ทำร้ายกันจนเสียชีวิตในโรงแรมที่ภูเก็ต

ประเด็นน่าสนใจ

  • โฆษกตำรวจชี้แจงเหตุ นทท. ทำร้ายกันจนเสียชีวิตภายในโรงแรมที่ จ.ภูเก็ต
  • สาเหตุจากมีปากเสียงเรื่องส่งเสียงดัง ก่อนถึงขั้นเปิดฉากวิวาทกัน
  • ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูก จนท.คุมตัวฝากขังเพื่อดำเนินคดีแล้ว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี เหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ในเขตพื้นที่ สภ.กะรน ภ.จว.ภูเก็ต ว่า

ได้รับรายงานจาก สภ.กะรน ว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.62 เวลาประมาณ 03.30 น. ได้รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายกัน และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ บริเวณภายในห้องพักและบริเวณหน้าห้องพัก โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.ปฏัก ต.กะรน อ.เมือง จว.ภูเก็ต

พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ผู้เสียหายเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ (Mr.Amitpal singh Bajaj) อายุ 34 ปี สัญชาติอังกฤษ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายโรเจอร์ บูลล์แมน (Mr.Roger Bullman) อายุ 54 ปี สัญชาตินอร์เวย์ (ผู้ต้องหา) และนายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ (Mr.Amitpal singh Bajaj) อายุ 34 ปี สัญชาติอังกฤษ (ผู้เสียชีวิต) ซึ่งพักห้องติดกัน ได้มีปากเสียงและทะเลาะกัน

เนื่องจากห้อง นายโรเจอร์ บูลล์แมน ส่งเสียงดังรบกวน ซึ่งนายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ กับภรรยาและบุตร ต้องการที่จะนอนพักผ่อน จึงได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทพังประตูกั้นระเบียงด้านหลังจนได้รับความเสียหายและต่อสู้กัน

ต่อมาคู่กรณีทั้งสองได้ออกมาต่อสู่กันต่อบริเวณหน้าห้องพัก โดยนายโรเจอร์ บูลล์แมน ตัวใหญ่กว่าแข็งแรงกว่า ได้ทำการรัดคอนายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ แน่นิ่งไป

จนพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งได้รับแจ้งเหตุได้ขึ้นมาตรวจสอบ ได้พบเห็นนายโรเจอร์ บูลล์แมน อยู่บนตัว นาย อมิตพาล ซิงห์ บาจาจ กำลังรัดคอ จึงได้ส่งเสียห้ามให้หยุด นายโรเจอร์ บูลล์แมน จึงได้หยุดการกระทำดังกล่าว

โดยหลังการเกิดเหตุ นายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ มีอาการหายใจรวยริน ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาทำการช่วยเหลือเพื่อช่วยชีวิต และได้ดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อส่งตัว นายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ ไปที่โรงพยาบาล ต่อมาได้รับแจ้งจากแพทย์โรงพยาบาลว่า นายอมิตพาล ซิงห์ บาจาจ ได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากขาดอากาศหายใจ

พนักงานสอบสวน ได้สอบสวนปากคำผู้ต้องหา พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพผู้ต้องหา พร้อมทำหนังสือแจ้งชาวต่างชาติกระทำความผิดในราชอาณาจักรไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) , กองการต่างประเทศ (ตท.) และ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ

และได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา ในความผิดฐาน “บุกรุกเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน” และ “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” พร้อมนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนยังคงต้องรอผลการตรวจประวัติอาชญากร จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร , และตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ จากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ซึ่งต่อมาภายหลังทราบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

ศาลสั่งปรับ 2,000 เสือ ดุสิต-พวก ในคดีเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลตัดสินแล้ว เสือ ดุสิต พร้อมพวกเล่นการพนันไม่ได้รับอนุญาต
  • ให้ปรับเป็นเงินคนละ 2,000 บาท

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ เสือ ดุสิต พร้อมพวก ใช้อาวุธปืนบุกปล้นบ่อนไฮโลย่านสายไหม หลังไม่พอใจที่เข้าไปเล่นแล้วเสียเงินจำนวนมาก ก่อนที่เวลาต่อมาผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสู้คดีนั้น

ล่าสุดศาลแขวงดอนเมือง ได้มีการพิจารณาในคดีดังกล่าวแล้ว หลังจากพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง9 (แขวงดอนเมือง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยวาจา นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน, นายวัชระ มากจงดี, นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร ในข้อหาร่วมกับพวกลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยศาลพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้วจึงมีคำสั่งให้ปรับเงินจำเลยคนละ 2,000 บาท เนื่องจากมีความผิดตาม พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา4 วรรค1, 12(2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา83 ซึ่งการปรับครั้งนี้ไม่มีการลดโทษแม้ว่าจำเลยทั้ง 3 จะสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาก็ตาม

‘รอยสัก’ กับคุณสมบัติในการรับเข้าทำงาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีผู้ใช้เว็บพันทิปโพสต์ตัดพ้อ เนื่องจากหลังเรียนจบ ก็ยังไม่สามารถหางานทำได้ โดยเจ้าตัวระบุว่า ตนเป็นคนที่มีรอยสักอยู่ที่ตัว และอาจเป็นสาเหตุที่ยังไม่ได้งาน
  • รอยสักเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับความเชื่อคนไทยมาช้านาน
  • มีการถกเถียงเรื่องรอยสักกับการสมัครงานมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

เป็นประเด็นถกเถียงกันมาหลายยุคหลายสมัย ในกรณีของผู้ที่มีรอยสักกับการสมัครงาน นอกเหนือจากในประเด็นเรื่องการทำงานแล้ว ค่านิยมของคนไทยอาจจะมีคนบางกลุ่มที่มีแนวคิด ทัศนคติที่ไม่ดีนักต่อคนที่มีรอยสักตามร่างกาย

แม้รอยสักจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับความเชื่อของคนไทยมาช้านาน เนื่องจากรอยสักเป็นสิ่งที่ยึดโยงจิตใจคนไทย กับความเชื่อในความคงกระพันชาตรี จากยุคที่ประเทศไทยยังคงมีศึกสงคราม คนไทยในสมัยก่อนเชื่อว่าการสักยันต์ หรืออักขระ ร่วมกับการเสกคาถาอาคมในระหว่างทำการสัก จะทำให้ผู้นั้นมีพละกำลัง มีสิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครอง ไปจนถึงความเชื่อว่าเนื้อหนังจะเหนียว ตีรันฟันแทงไม่เข้า

ในยุคปัจจุบัน ‘รอยสัก’ ไม่เพียงแต่มีไว้ด้วยเหตุผลเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล แต่อาจมีการสักลวดลายตามร่างกายเพราะเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง

ปัจจุบันคนไทยบางกลุ่มมองว่ารอยสักคือสิ่งไม่ดี ดูไม่สะอาดตา ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม จึงทำให้คนที่มีรอยสักถูกต่อต้าน ทั้งยังมีองค์กร หรืออาชีพที่ระบุชัดเจนว่าไม่รับคนที่มีรอยสักตามร่างกายและพ้นร่มผ้าเข้าทำงาน อาทิ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นอกจากนี้บริษัทเอกชน ก็ยังคงมีบางบริษัทที่กำหนดเป็นกติกาได้ว่า ไม่รับผู้ที่มีรอยสักไว้ชัดเจน

ประเด็นเรื่องรอยสักกลับมาเป็นการแสอีกครั้ง หลังผู้ใช้พันทิปบัญชีชื่อ ststicky ได้ตั้งกระทู้ชื่อว่า ‘หางานทำไม่ได้เลย เพราะมีรอยสัก เครียดเหลือเกินแค่อยากมาระบาย พร้อมระบุว่า

‘“เรียนจบมาตอนนี้ (ปริญญาตรี การตลาด ) ก็ว่างงานไปหกเดือนแล้ว หางานทำไม่ได้เพราะมีรอยสัก มีหลายแห่งมากแต่บางส่วนสามารถใส่เสื้อแขนยาวปิดได้ มีปัญหาแค่รอยตรงคอเหนือปกเสื้อ

มีบริษัทโทรมาบ้างให้ไปสัมภาษณ์ แต่ติดเรื่องรอยสักทุกครั้ง ไปสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ร้านกาแฟดังร้านนึงก็ยังไม่เอาเพราะมีรอยสัก ผิดที่ตัวเราเองด้วยเพราะรอยสักเรามันเห็นชัดมากๆ ขนาดประมาณเหรียญสองบาทอยู่ตรงต้นคอด้านซ้ายเหนือปกเสื้อ เราอยากขอคำแนะนำว่าเราควรจะทำงานอะไร ควรสมัครงานแบบไหน เราสามารถสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้นได้ (เคยทำงานเกี่ยวกับอีเว้นท์มาหนึ่งปี แต่ตอนนั้นรอยสักยังไม่มาก)

สำหรับชาวพันทิปต่างเข้ามาแสดงความเห็นที่หลากหลาย เช่น ตัวอย่างในลักษณะนี้ทำให้วัยรุ่น หรือผู้ที่อยู่ในวัยเรียนได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดหากคิดจะสัก ซึ่งจะสามารถทำให้เยาวชนสามารถวางแผนอนาคตได้ล่วงหน้า บางรายมีการแนะนำให้ใช่วิธี make up ลบรอยสักเมื่อต้องไปสัมภาษณ์งาน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นว่า ในสายงานการตลาดที่เจ้าของกระทู้จบมา บุคลิคเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานเพราะต้องพบปะกับลูกค้า และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร เจ้าของกระทู้อาจจะไม่สามารถหางานได้เพราะเหตุผลนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับในสังคมไทยนั้นยังมีความรู้สึกนึกคิดต่อผู้ที่มีรอยสักแตกต่างกันออกไปต่าง ๆ นานา แต่ท้ายที่สุดแล้วนั้น ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่ยังมองว่า เนื้องาน และความสามารถเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าลักษณะภายนอก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นเรื่องรอยสักกับการรับเข้าทำงาน ย่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่ในการทำงานด้วยว่า หากรับผู้ที่มีรอบสักเข้ามาทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ จะมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร