เตือนระวัง เที่ยว น้ำตกถ้ำพระ ช่วงนี้ เหตุน้ำเชี่ยวหวั่นอันตราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • น้ำตกถ้ำพระ สวนน้ำจากธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ บึงกาฬ
  • นทท.จำนวนมากแห่ไปเที่ยวชมเล่นน้ำ หลังน้ำมีปริมาณมากจากฝนตก
  • จนท.แนะระมัดระวังหากจะเล่นน้ำควรมีคนดูแลเลี่ยงอุบัติเหตุได้

จากกรณีที่ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยัง น้ำตกถ้ำพระ ในพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ หลังจากพบว่าน้ำตกดังกล่าว มีลักษณะพิเศษสามารถสไลด์แผ่นหินลงมากับน้ำคล้ายกับการเล่นสไลเดอร์ในสวนน้ำขนาดใหญ่ได้นั้น

ล่าสุดทาง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลน้ำตกดังกล่าว ได้ออกประกาศเตือนให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นน้ำในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นฤดูฝนทำให้น้ำมีปริมาณมาก และไหลเชี่ยว หากไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลก็ควรเลี่ยงอย่าลงเล่น เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้

สำหรับ น้ำตกถ้ำพระ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งของ จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันสัตว์ป่าภูวัว โดยจากลักษณะแอ่งหินที่เป็นทางน้ำไหล คล้ายสไลเดอร์ในสวนน้ำขนาดใหญ่นี่เอง เป็นไฮไลท์ไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมและลงเล่นน้ำกันสนุกสนานในช่วงนี้

#น้ำตกถ้ำพระ #บึงกาฬ

โพสต์โดย น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ เมื่อ วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2017

จีนเตือนแทรกแซงประท้วงฮ่องกง หลังตำรวจใช้กระสุนจริงระหว่างเหตุปะทะ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจฮ่องกงยอมรับ เจ้าหน้าที่ยิงปืนอย่างน้อย 1 นัดระหว่างเผชิญหน้ากับผู้ประท้วง
  • การยิงกระสุนจริงครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในช่วงการประท้วงที่ผ่านมาในช่วงตลอด 3 เดือน
  • การประท้วงในฮ่องกง มีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน

เกิดการปะทะกันกันระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจในเขตฉวนว่าน ของเกาะฮ่องกงในระหว่างการประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนอย่างดุเดือด โดยจุดที่เกิดการปะทะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่หยิบปืนบรรจุกระสุนจริงขึ้นมายิงในระหว่างการปะทะด้วย

เหตุการณ์การประท้วงในสัปดาห์นี้ มีกลุ่มผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งสร้างแนวกั้นถนนและขว้างปาก้อนอิฐกับระเบิดขวดใส่ตำรวจปราบจลาจล ทำให้เจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตา และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาใช้ครั้งแรก โดยยังไม่แน่ชัดว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้นาย เหลียง กว็อก วิน ผู้กำกับการตำรวจฮ่องกงเปิดเผยผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่า ตนเข้าใจว่ามีตำรวจนายหนึ่งเพิ่งยิงปืนออกไปโดยผู้ที่ยิงเป็นตำรวจในเครื่องแบบ

ทว่าเหตุยิงปืนกระสุนจริง เกิดขึ้นในขณะที่ตำรวจในเครื่องแบบ 6 นายกำลังปะทะกับผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่ ตำรวจจึงชักปืนลูกโม่ที่พกติดตัวออกมาขู่ มีการยิงปืนออกมา 1 นัด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า ยิงปืนขึ้นฟ้าเพราะเขารู้สึกว่าชีวิตของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย

การประท้วงในฮ่องกง เกิดขึ้นจากความไม่พอใจการผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน ก่อนจะบานปลายมาเป็นการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้าน นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตฮ่องกง ซึ่งมีแนวคิดในการสนับสนุนรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ตาม จากการปะทะกัน และมีการใช้กระสุนจริงในช่วงวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคมนั้น ทางฝั่งจีนได้ออกมาประณามความไม่สงบที่เกิดขึ้น และเตือนว่ารัฐบาลจีนอาจเข้ามาแทรกแซงในเหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงได้

ที่มา time.com

จุรินทร์ลุย! ช่วยชาวบ้าน คุมราคาขายข้าวเหนียว เตือนกักตุนมีโทษหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้จะมีการใช้ประกาศตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว ฉบับที่ 150
  • การกักตุนข้าวเหนียวเพื่อปั่นราคา มีโทษ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของกรมการค้าภายในพร้อมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมการจำหน่ายข้าวเหนียวสำหรับชาวบ้านผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งกำลังมีราคาแพงและเป็นความเดือดร้อนของประชาชนขณะนี้ ต่อเนื่องจากการประชุมหารือวันหยุดเมื่อวานนี้

โดยภายหลังการหารือ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ได้ข้อสรุปเพิ่มเติมร่วมกัน ในการแก้ปัญหาเรื่องราคาข้าวเหนียวแพงในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งสิ่งที่จะดำเนินการก็ คือ วันนี้จะมีการใช้ประกาศตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว ฉบับที่ 150 ซึ่งมีอยู่แล้ว

แต่จะให้อธิบดีกรมการค้าภายในได้ดำเนินการออกหนังสือสั่งการให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงการค้าข้าวทั้งหมด ทั้งในประเทศและส่งออก รวมทั้งโรงสีและผู้ค้าส่ง ได้รายงานสต็อกข้าวเหนียวมาที่กรมการค้าภายใน ภายในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 27 สิงหาคม 2562) สิ้นสุดเวลา 16.30 น. โดยสามารถรายงานออนไลน์ได้ด้วย

ซึ่งกรมการค้าภายในจะดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด โดยอธิบดีกรมการค้าภายในก็จะออกคำสั่งต่อไป เพื่อจะตรวจสอบว่ามีการกักตุนข้าวเหนียวเพื่อปั่นราคาหรือไม่ และมีการจำหน่ายข้าวเหนียวราคาสูงเกินสมควรหรือไม่ ถ้าพบความผิด คือ

1. ไม่ได้มีการรายงานสต็อก 2. มีการกักตุน 3. มีการค้าขายในราคาสูงเกินสมควร ก็จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ซึ่งการไม่รายงานสต็อกหรือรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริงนั้นจะมีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการกักตุนก็จะจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีจำหน่ายราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท ซึ่งเป็นกระบวนการที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดติดตาม โดยได้มอบให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์สั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจำหน่ายข้าวเหนียวหรือทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้าวเหนียวได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้มอบ

ส่วนเรื่องการออกมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ได้หารือกับอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์แล้ว จะรีบหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อจะหาลู่ทางว่าสามารถที่จะทำข้าวเหนียวออกจำหน่ายในราคาพิเศษได้หรือไม่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริโภคขณะนี้