รถตำรวจพลิกคว่ำ ขณะไล่ล่าจับคนร้าย เสียชีวิต 1 นาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • รถตำรวจ สภ.สิชล พลิกคว่ำขณะไล่ล่าจับคนร้าย โดยรถพุ่งชนกับต้นปาล์ม เป็นเหตุให้พลขับเสียชีวิต 1 นาย
  • ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งพิสูจน์ทราบรถยนต์และคนร้ายที่ก่อเหตุ เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วานนี้ (24 ส.ค.62) สภ.สิชล ได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่นชักอาวุธปืนขึ้นรถยนต์กระบะ เชฟ สีเทา หมายเลขทะเบียน ผฉ – 7885 สุราษฎร์ธานี ที่บริเวณถนนเลียบชายทะเลสิชล (หน้าด่านศุลกากร) ม.3 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจรถยนต์สายตรวจป้องกันปราบปราม สายตรวจรถจักรยานยนต์ ชุดสืบสวน ออกสกัด คนร้ายได้ขับหลบหนีวนเวียนไปตามถนนสายบางดีปลายทอน

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับไล่ติดตามไปถึงบริเวณถนนบางดี – สายปลายทอน ก่อนถึงสะพานเทพา ม.16 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช คนร้ายได้ชักอาวุธปืนเล็งไปที่รถยนต์สายตรวจ ด.ต.จรัญ ฯ (พลขับ)เห็นได้เบรคเบี่ยงรถออกข้าง รถยนต์เสียหลักตกลงข้างทางชนกับต้นปาล์มน้ำมัน ทำให้ ร.ต.อ.เสนีย์ ชมบุญ ,ด.ต.จรัญ ศรีขวัญแก้ว และ ส.ต.ต.เฉลิม แย้มนัยนา ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำส่ง รพ.สิชล โดย ส.ต.ต.เฉลิม แย้มนัยนา ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี วาดแผนที่เกิดเหตุโดยสังเขป พร้อมร่วมกับแพทย์ชันสูตร ศพ ส.ต.ต.เฉลิม แย้มนัยนา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ รพ.สิชล และ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งพิสูจน์ทราบรถยนต์และคนร้ายที่ก่อเหตุ ตลอดจนรวบรวมข้อมูลสืบสวนให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘หญิงหน่อย’ โพสต์สุดเสียใจ พิษเศรษฐกิจทำคนฆ่าตัวตาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีข่าวการฆ่าตัวตายเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ
  • ชี้รัฐบาลชุดนี้ทำเหมือนความทุกข์ของประชาชนเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตี

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” แสดงความคิดเห็นต่อกรณีข่าวการฆ่าตัวตายเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีข้อความระบุว่า

“สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 ข่าวน่าเศร้านะคะ

รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกับชะตากรรมของผู้เสียชีวิต และพี่น้องชาวไทยที่ยังต้องสู้กันต่อไป ขอให้กำลังใจทุกท่านนะคะ รู้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบากที่สุด โปรดอดทนและอย่าท้อนะคะ

เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงปี 2540

หลังจากช่วงวิกฤต 2540 ไทยรักไทยได้มาเป็นรัฐบาลในปี 2544 โดยการนำของดร.ทักษิณ ชินวัตร และพี่น้องชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเราฟื้นประเทศได้อย่างรวดเร็ว สามารถชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด และเริ่มยกฐานะมาเป็นผู้นำอาเซียน ทั้งในแง่เศรษฐกิจที่ดีและภาวะการนำในภูมิภาค

แต่ในวันนี้ เรากลับก้าวเดินย้อนกลับมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ????

สิ่งที่ดิฉันเสียใจยิ่งกว่านั้น คือรัฐบาลนี้ทำเหมือนความทุกข์ของประชาชนเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตี

ดิฉันขอถามค่ะใครคิดว่าเศรษฐกิจในขณะนี้ดีบ้างคะ ?????

ที่ดิฉันพยายามติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ก็เพราะต้องการให้เม็ดเงินถึงมือประชาชน เพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวไม่กี่คนอย่างที่ผ่านมา 5 ปี จนทำให้ความเหลื่อมล้ำของไทยสูงสุดติดอันดับโลกในช่วง 5 ปีที่รัฐบาลทหารบริหารประเทศ

ขณะนี้เศรษฐีที่รวยที่สุด 50 คนแรกของไทย รวยขึ้น 19 % ในขณะที่ GDP ของคนทั้งประเทศ โตขึ้นเพียง 3-4 % และ GDP ภาคการเกษตรติดลบ แปลว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ปีที่ผ่านมา มันล้มเหลวสิ้นเชิง เงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลทุ่มเทลงไป ไหลกลับคืนไปสู่กระเป๋านายทุนไม่กี่ราย

และขณะนี้พลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็จะยังใช้วิธีเดิมที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี มาทำต่อ

การแจกเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
เอาเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมาแค่ผ่านมือคนจน แล้วไหลกลับคืนไปสู่กระเป๋านายทุนไม่กี่ราย ต้องเลิกทำ!!

จะเห็นได้ว่า พอรัฐบาลประกาศแจกเงินไปไม่กี่วันนี้เอง วันนี้ได้เห็นโฆษณาของห้างใหญ่บอกว่าพร้อมรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปรูดปรื๊ดทันทีแล้ว อย่างนี้ไม่เรียกว่าเอาเงินผ่านมือคนจนไปกระตุ้นเศรษฐกิจคนรวยได้อย่างไร

แต่สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ อย่างการยกเลิกวีซ่าจีนและอินเดีย กลับไม่ยอมทำ ถูกตีตก พลเอกประยุท์.และพลเอกประวิตร อ้างความมั่นคง โดยไม่ได้ห่วงสภาพเศรษฐกิจที่คนไทยส่วนใหญ่จะตายกันหมดแล้ว

ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดียทันที

เพราะธุรกิจท่องเที่ยวเป็นตัวหา “เงินด่วน” ที่สร้างรายได้ให้ประเทศ ได้เร็วและไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย​

ดูอย่างญี่ปุ่นพอเขายกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวไทยและชาติอื่นๆ ผลปรากฏว่านักท่องเที่ยวล้นทะลักเข้าญี่ปุ่น เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเลย

พูดแล้วก็เหนื่อยกับวิธีคิดของรัฐบาลนี้จริงๆค่ะ ชาวบ้านอย่างเราต้องอดทนต่อไป อย่าท้อ อย่าคิดสั้น ร่วมสู้ ร่วมให้กำลังใจกันและกัน เราต้องมีความหวังร่วมกันนะคะ”

ขอบคุณ : คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan

2 โจรดักรุมทำร้ายน้องชาย ‘โจ้ สปอตไลท์’ สื่อดังเมืองภูเก็ต

ประเด็นน่าสนใจ

  • น้องชาย โจ้ สปอตไลท์ เจ้าของเพจ Spotlight Thailand สื่อชื่อดัง แห่งเมืองภูเก็ต ถูก 2 คนร้าย ดักรุมทำร้ายร่างกาย
  • ผกก.สภ.กะทู้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งล่าสุดได้ข้อมูลเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว
  • ’โจ้ สปอตไลท์’ ประกาศให้รางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 2 รายได้เป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท

นายธรรมรัตน์ โพธิ์ศรี หรือ โจ้ สปอตไลท์ เจ้าของเพจ Spotlight Thailand สื่อชื่อดัง แห่งเมืองภูเก็ต ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กผ่านเพจ Spotlight Thailand โดยระบุข้อมูลว่า น้องชาย ถูก 2 คนร้าย ดักรุมทำร้ายร่างกาย

โดยนายธรรมรัตน์ เล่าว่า น้องชายได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้า เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะจะออกจากบ้านพัก ในพื้นที่ ทุ่งทอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ระหว่างนั้นได้สังเกตเห็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสวมเสื้อแจ็คเก็ต ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ มาจอดอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านพัก เมื่อตนเองขับรถออกจากบ้าน ใช้เส้นทางกระทู้ เพื่อมุ่งหน้าขึ้นเขาป่าตอง ชาย 2 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมา เมื่อน้องชายผิดสังเกตว่ามีคนติดตามจึงได้ชะลอรถ แล้วลงมาโทรศัพท์บริเวณด้านหน้าป่าตองซิตี้

จากนั้นชาย 2 คนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ได้เดินปรี่เข้ามาหาพร้อมกับชี้หน้าและตะโกนว่า “ไอ้นี่แหละที่ไปกับไอ้โจ้” จากนั้นหนึ่งในคนร้าย ได้เดินเข้ามาทำร้าย โดยมีชายอีกคนยืนคุมเชิง ที่มือจับบริเวณเอวคล้ายกับมีอาวุธปืน ด้วยความที่น้องชายเป็นช่างเย็บกระเป๋าจึงมีมีดพกติดตัวไปด้วย

น้องชายได้ใช้อาวุธมีดดังกล่าวป้องกันตัวโดยกรีดไปที่ชายคนร้าย คนแรก ถูกมีดกรีดที่บริเวณแขนขวาและคอด้านหลังมีบาดแผล ส่วนชายอีกคนที่ยืนในลักษณะคุมเชิงคล้ายกับมีอาวุธปืนถูกมีดกรีดที่บริเวณขา น้องชาย เอาชีวิตรอดมาได้ ก่อนที่จะคนร้ายจะหลบหนีไป ก่อนจะไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ทุ่งทอง และให้ข้อมูลเบาะแสของคนร้ายไว้กับเจ้าหน้าที่แล้ว

โจ้ สปอตไลท์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากแจ้งความไว้แล้ว พ.ต.อ.จักรวรรดิ บุญทวีสกุลสวัสดิ์ ผกก.สภ.กะทู้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งล่าสุดได้ข้อมูลเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าของเพจ เฟซบุ๊ก Spotlight Thailand ได้ ประกาศให้รางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 2 รายได้เป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท

ขอบคุณ : Spotlight Thailand