ตำรวจจี้มอบตัว คนขับเก๋งสีขาวถือปืนขู่คู่กรณี หลังขับเบียดแทรกเข้าเลน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุคนขับเก๋งสีขาวชักปืนขู่คู่กรณี ไม่พอใจถูกบีบแตรใส่ ทั้งๆ ที่ทำผิดแซงขวา ปาดเข้าเลน
  • ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว กำลังล่าตัวดำเนินคดี
  • ตั้งข้อหาหนักจัดการ เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากวิจารณ์ในโซเชียลมิเดียอย่างกว้างขวาง จากเหตุที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Tum Natawit” ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ ขณะขับอยู่บนถนนสายหนึ่ง ซึ่งเป็นถนนแคบ เลนสวน

โดยการจราจรค่อนข้างเคลื่อนตัวช้า พร้อมข้อความระบุว่า ขณะขับรถกลับบ้าน มีรถฮอนด้า สีขาว ทะเบียนจังหวัดชลบุรี แซงขวา เข้ามาปาดในแถว ด้วยความโมโห จึงบีบแตร แต่คนขับเก๋งคันดังกล่าว กลับไม่พอใจ พยายามเบรก จนต้องเบรกตาม

ก่อนที่คนขับ ซึ่งเป็นชาย จะถือปืนลงมาขู่ที่รถ โดยผู้โพสต์ยังบอกด้วยว่า ต่อไปใครแซงขวาแบบนี้ ก็คงจะให้เข้าดีๆ ไม่อยากเอาชีวิตไปแลก แต่ก็ไม่อยากให้มีคนแบบนี้บนท้องถนนบ้านเรา นั้น

ฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ ถึงการใช้รถใช้ถนนร่วมกันของพี่น้องประชาชน ด้วยการเคารพต่อกฎจราจรและการมีวินัยในการขับขี่ที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ความรุนแรง ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

โดยที่ผ่านมามีตัวอย่างการใช้ความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ การประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงอยากขอให้หยิบยก นำมาเป็น บทเรียนและอุทาหรณ์ให้แก่ตนเองในการใช้รถใช้ถนน

สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบสวนสอบสวน พิสูจน์ทราบ ตัวผู้ที่ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งถือว่าเป็น คดีที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วไป

สำหรับข้อหาความผิดเบื้องต้น มีความผิดฐาน “ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปีและปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควรฯ โทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

โดยหากการสอบสวนพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแล้ว มีลักษณะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น โทษปรับ 400-1,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

และ ความผิดฐาน “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น

หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ประกาศ ห้ามเจ้าหนี้ทวงหนี้เกิน 1 ครั้งต่อวัน มีผล 21 พ.ย.62

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ ให้เจ้าหนี้ทวงหนี้ลูกหนี้ได้ 1 ครั้งต่อวัน
  • ให้มีผล 21 พ.ย. นี้
  • ถ้าเจ้าหนี้ฝ่าฝืนอาจโดนโทษปรับทางปกครองสูงสุด 100,000 บาท

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ เรื่องจำนวนครั้งในการติดต่อทวงถามหนี้ โดยระบุว่า

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา9(3) และมาตรา16(1) แห่งพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า“ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้เรื่องจำนวนครั้งในการติดต่อทวงถามหนี้ ”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 3 ให้ผู้ทวงถามหนี้ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ได้ทราบการทวงถามหนี้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวัน

ประกาศ ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2562

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการกำกับการทวงถามหนี้

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Law Inspiration ได้อธิบายขยายความในประกาศดังกล่าว ให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า กฎหมาย “ห้ามทวงหนี้เกินวันละหนึ่งครั้ง” โปรดอ่านคำเตือนด้านล่างนี้ก่อนทวง ดังนี้

1. กฎหมายนี้จะบังคับใช้ 21 พ.ย. 62 เป็นต้นไปนะครับ

2. #การทวงหนี้ หมายถึงการทวงหนี้ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เท่านั้น ไม่รวมถึงการทวงหนี้ทั่วไป

3. ผู้ทวงถามหนี้ตามกฎหมายนี้ หมายถึงเจ้าหนี้ผู้ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือคนที่ซื้อหรือรับโอนหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ที่สำคัญ คือ หนี้นั้นจะเป็นหนี้โดยชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เข้าข่ายทั้งสิ้น

4. ตัวอย่างเจ้าหนี้ตามกฎหมายนี้ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเดคริต บริษัทเช่าซื้อ เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ เป็นต้น

5. ถ้าเป็นกรณีเพื่อนยืมเงินเพื่อนแล้วไม่คืน ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ พูดง่ายๆ เราจะทวงเกินวันละ 1 ครั้งก็ผิดแต่อย่างใด

6. ถ้าเจ้าหนี้ทวงเกินวันละหนึ่งครั้ง มีความผิดทางปกครอง คณะกรรมการทวงหนี้สามารถสั่งให้หยุดได้ ถ้าไม่หยุดก็อาจโดนโทษปรับทางปกครองสูงสุด 100,000 บาท

7. นอกจากห้ามทวงหนี้เกินวันละหนึ่งครั้งแล้ว พ.ร.บ. ยังกำหนดเรื่องการทวงหนี้ว่า

– ห้ามพูดจาดูหมิ่นลูกหนี้

– ห้ามข่มขู่ใช้ความรุนแรง

– ห้ามประจาน

– ทวงได้แค่ 08.00 – 20.00 น. วันจันทร์ – ศุกร์ ส่วนวันหยุดราชการทวงได้ตั้งแต่ 08.00 – 18.00 น. เท่านั้น

8. กฎหมายกำหนดเรื่องวิธีการทวงหนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นหนี้แล้วไม่ต้องใช้ เป็นหนี้ก็ยังต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด.

‘อนุทิน’ โพสต์ภาพใช้บริการรถไฟฟ้า พร้อมให้กำลังใจคนกรุงฝ่ารถติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ภาพขึ้นรถไฟฟ้า พร้อมให้กำลังใจชาวกรุงทเพต้องฝ่ารถติดเพื่อไปทำงาน
  • ด้านชาวเน็ตแห่ชมการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ยังมีรายงานด้วยว่า ‘อนุทิน’ เดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมขึ้นข้อความว่า“ไม่ได้มาตรวจงาน แต่มาใช้บริการ เพื่อไปทำงานรถติด จนต้องเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า สะดวกกว่า เร็วกว่าให้กำลังใจคนเดินทางทุกคน ครับ”

ทั้งนี้ มีคนกดไลค์ แชร์ และแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยความเห็นส่วนใหญ่ ไปในทางชื่นชมการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย อาทิ “ชื่นชมท่านคะ ทำเป็นแบบอย่างให้ท่านอื่นๆ ทำตาม ให้แต่นโยบายแต่ไม่ปฏิบัติ จะเกิดผลยังไง” “เยี่ยมครับท่านรัฐมนตรี แบบอย่างที่ท่านอื่นควรดูไว้ครับ” “ดีค่ะ ชอบ เป็นผู้นำต้องเริ่มก่อน พบปะประชาชนด้วย เยี่ยม” “อยากให้นักการเมืองทุกคนได้ลองใช้ ระบบการข้นส่งสาธารณะของบ้านเรา จะได้เจอปัญหาด้วยตัวเอง และจะแก้ไขได้ตรงจุดคับ”

ทั้งนี้แหล่งข่าวเปิดเผยว่านายอนุทิน เดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะเป็นประจำตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง จนถึงปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด