เกษตรกรเตรียมเฮ! “ประภัตร” จับมือจีน ลุยส่งออกโคเนื้อ 2,000 ตัว/วัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • บุกตลาดประเทศจีน ประภัตร ดีลลงตัวส่งออกโคเนื้อ 2,000 ตัว/วัน
  • รับซื้อ100 บาท/กก.
  • จีนได้กำหนดคุณสมบัติของโคที่จะรับซื้อ จะต้องเป็นลูกผสมอเมริกันบราห์มัน หรือลูกผสมยุโรปทุกสายพันธุ์

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการหารือการค้าเพื่อส่งออกโคเนื้อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว

พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายสมชาย ดวงเจริญ ผู้ประกอบการบริษัท LS trading export import Co Ltd ฝ่ายลาว และนายหยางเจียง ผู้จัดการบริษัท LS chengkang ฝ่ายจีน ณ ห้องประชุม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า

การหารือกันในวันนี้ ทั้ง 3 ฝ่าย ต่างมีความยินดีในการค้าโคเนื้อร่วมกัน อย่างไรก็ตามไทยกับจีนยังไม่สามารถเจรจาการค้าได้โดยตรง จึงใช้บริษัทของลาว ซึ่งเป็นบริษัทลูกจากจีนเป็นตัวกลางในการส่งต่อโคเนื้อของไทย

พร้อมกันนี้ จีนได้กำหนดคุณสมบัติของโคที่จะรับซื้อ จะต้องเป็นลูกผสมอเมริกันบราห์มัน หรือลูกผสมยุโรปทุกสายพันธุ์ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 350 – 400 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100 บาท ส่งออก วันละ 2,000 ตัว

โดยลาวจะนำโคจากไทยไปเลี้ยงต่ออีก 45 วัน ที่คอกโคขุนเพื่อเตรียมน้ำหนักของโค จากนั้นเข้าคอกกักกันโรคอีก 30 วัน รวม 75 วัน จึงจะสามารถส่งข้ามไปจีนได้

ทั้งนี้ จีนมีความต้องการเนื้อโคสำหรับบริโภคในประเทศอีกราว 9 ล้านตัน หรือคิดเป็นโคมีชีวิต ประมาณ 40 ล้านตัวต่อปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้แทนฝั่งไทยในการเจรจารายละเอียดความร่วมมือต่อไป ซึ่งกรมปศุสัตว์ไทยและกรมปศุสัตว์ลาวจะร่วมมือกันในการตรวจรับรองคอกโคขุน และคอกกักกันโรคในฝั่งไทยก่อนมีการส่งออก

อีกทั้งเน้นย้ำให้มีมาตรการในการตรวจโรคสำคัญ อาทิ โรคปากเท้าเปื่อย ซึ่งจีนได้เข้มงวดในการห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเด็ดขาด นอกจากนี้กรมปศุสัตว์จะเริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมของเกษตรกร

โดยสร้างการรับรู้ที่ดี ปรับปรุงระบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้น้ำหนักวัวได้มาตรฐานผลิตจากฟาร์ม GAP หรือฟาร์มปลอดโรค ของกรมปศุสัตว์ เป็นต้น

สำหรับบทบาทหน้าที่ของไทย จะวางแผนเตรียมการในกระบวนการผลิต การรวมกลุ่มเกษตรกร หาพื้นที่เพื่อวางฐานการผลิต ซึ่งขณะนี้ได้มีนโยบายที่จะให้มีคอกขุนกลาง เลี้ยงโคจำนวน 1,000 ตัวในพื้นที่เป้าหมายแต่ละจังหวัด

เพื่อเป็นทั้งคอกขุนในช่วงที่ต้องเพิ่มน้ำหนักโคให้ได้ตามคุณสมบัติที่จีนกำหนด ขณะเดียวกันต้องเป็นคอกมาตรฐานกักกันโรค และได้มารตฐานฟาร์มโคเนื้อเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศอีกด้วย…นายประภัตร กล่าว

ครูปรีชาย้ำจะสู้ต่อ! หลังศาลตัดสิน ถอนอายัดเงินหวย 30 ล้านลุงจรูญ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ตัดสินถอนอายัดเงินหวย 24 ล้านบาทให้กับ ร.ต.อ.จรูญ
  • เงินรางวัลที่ ร.ต.อ. จรูญ ถูกอายัดไว้มีจำนวน 24,350,000 บาท
  • ครูปรีชาสู้ต่อ! ย้ำใช้สิทธิตามกฎหมาย ความจริงก็คือความจริง

ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ตัดสินคดีประวัติศาสตร์ หวย 30 ล้านที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นายตำรวจเกษียณอายุราชการ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 พ.ย.60 หมายเลข 533726 จำนวน 5 ฉบับ ที่ถูกรางวัลที่ 1 รวมเงินรางวัล 30 ล้านบาท

หลังใช้เวลาต่อสู้กันในศาลนานกว่า 1 ปี ศาลจังหวัดกาญจนบุรีจึงพิพากษาว่า “ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.นายวรยุทธ์ บุญวงษ์ไส ทนายความครูปรีชา กล่าวภายหลังศาลจังหวัดกาญจนบุรี ตัดสินถอนอายัดเงินหวย 24 ล้านบาทให้กับร.ต.อ.จรูญ ว่า เรื่องศาลตัดสิน ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะจะกลายเป็นการละเมิดอำนาจศาล ส่วนจะมีการยื่นอุทรณ์หรือไม่นั้น ก็คงเป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนขั้นตอนก็จะรอดูภายในสัปดาห์หน้า เพราะว่าศาลให้นำส่งแจ้งการอายัดภายใน 7 วัน ก็ต้องรอดูว่าทาง ร.ต.ท.จรูญรับเงินได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเขาถอนออกหมดก็ไม่เป็นอะไร เพราะเป็นสิทธิ และเราก็เคารพคำสั่งศาล อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ ส่วนคดีอาญายังอุทธรณ์อยู่ คดีแพ่งก็ต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายก็ว่ากันไป

ด้านครูปรีชา กล่าวว่า เราก็ใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไป ก็ขอขอบคุณสื่อฯ และประชาชนที่ติดตามข่าวคดีนี้ เมื่อถามว่า รู้สึกท้อหรือไม่ เราก็ต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย ยังสู้ต่อไป ตอนนี้ยังต้องปรึกษาทางทีมทนายว่า ข้อกฎหมายจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตนเองก็จะสู้ต่อไป ความจริงก็คือความจริง

ประธานสภานิวซีแลนด์ ป้อนนมลูกเพื่อนสมาชิก ขณะปฏิบัติหน้าที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประธานรัฐสภาของประเทศนิวซีแลนด์ ช่วยเลี้ยงลูกสมาชิกสภา ขณะกำลังอภิปราย
  • ทารกน้อยวัย 2 เดือน คนดังกล่าว เป็นบุตรของนายคอฟเฟย์ และนายสมิธ เปิดตัวเป็นคู่รักชายรักชาย ที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ

นายเทรเวอร์ มัลลาร์ด ประธานรัฐสภาของประเทศนิวซีแลนด์ ทวีตภาพตัวเองขณะกำลังอุ้ม ป้อนนม และกล่อมทารกน้อยวัย 2 เดือน ลูกชายของนายทามาตี คอฟเฟย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติ กับนายทิม สมิธ คนรักชาวอังกฤษ ในห้องประชุมรัฐสภา

ภาพนี้เกิดขึ้นในระหว่างมีการประชุมหารือในรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา นายคอฟเฟย์เพิ่งกลับมาทำงานวันแรกหลังจากใช้สิทธิ์ลาพักเพื่อไปดูแลลูก และเขานำหนูน้อยมาทำงานด้วย เทรเวอร์จึงรับหน้าที่ดูแลหนูน้อยให้ระหว่างฟังการอภิปรายประเด็นต่างๆ อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

โดยเทรเวอร์ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ปกติเก้าอี้ประธานสภาจะมีไว้สำหรับประธานเท่านั้น แต่วันนี้ มีสมาชิก VIP มานั่งด้วย พร้อมกับแสดงความยินดีต้อนรับสมาชิกครอบครัวคนใหม่ ต่อคอฟเฟย์ และสมิธ

นอกจากนี้ สมาชิกสภาคนอื่นๆ ก็ให้การสนับสนุนนายคอฟเฟย์ อย่าง แกเร็ท ฮิวจ์ส สมาชิกพรรคกรีน ที่ทวีตว่า “ช่างเป็นสิ่งที่สวยงาม ที่มีเด็กที่น่ารักอยู่ที่นี่” กอลริซ กาห์รามาน สมาชิกสภา ก็ทวีตภาพพร้อมข้อความแสดงความยินดีกับคอฟเฟย์

นายคอฟเฟย์ และนายสมิธ เปิดตัวเป็นคู่รักชายรักชาย สร้างครอบครัวกันมาเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจมีลูก ซึ่งทารกน้อยคนนี้เป็นสายเลือดโดยตรงของนายสมิธ ที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายสมิธ เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา