แพทย์ยืนยัน ดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำ ทำให้เป็นโรคเบาหวานจริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชานมไข่มุกที่กำลังเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตอยู่ขณะนี้ แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่เพิ่มพลังงาน แต่ก็แฝงอันตรายมากับความหวาน โดยแพทย์ยืนยันว่าการดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำทุกวันทำให้เป็นโรคเบาหวานจริง
  • ชานมไข่มุกมีน้ำตาลสูงถึง 8-11 ช้อนชา
  • บริโภคเป็นประจำทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ผลตรวจสุขภาพของผู้ป่วย อายุ 46 ปีพร้อมข้อความ “เหนื่อยเพราะชานมไข่มุก” และอธิบายเพิ่มเติมว่า

เธอมาตรวจสุขภาพด้วยอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และเมื่อตรวจเลือดแล้วผลเป็นที่น่าตกใจ มีค่าน้ำตาลและไตรกลีเซอไรด์เพิ่มสูงขึ้นมากจากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คือ ปี 2560

จึงซักประวัติในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าผู้ป่วยน้ำหนักลดลง ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ และอ่อนเพลียมาก ซึ่งเกิดจากการทานของหวานเป็นประจำทุกวัน นั่นคือ ชานมไข่มุกวันละ 1 แก้ว ทำให้ค่าน้ำตาลของเธอขึ้นจาก 105 เป็น 359 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

น้ำตาลสะสมพุ่งไปที่ 12.6% ซึ่งค่าปกติไม่ควรเกิน 5.7% และไตรกลีเซอไรด์เพิ่มจาก 222 เป็น 801 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งจากผลการตรวจสุขภาพทำให้ทราบว่าเธอเป็นโรคเบาหวานแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานชี้แจงว่า ความต้องการน้ำตาลต่อวันของคนปกติ คือ ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่ชานมไข่มุกมีน้ำตาลสูงถึง 8-11 ช้อนชา หรือประมาณข้าว 3-4 ทัพพี หรือเย็นตาโฟ 1 ชาม และส่วนประกอบหลักของชานมไข่มุกคือน้ำตาลและแป้ง ซึ่งให้พลังงานสูงถึง 300-400 กิโลแคลอรี่ หากบริโภคเป็นประจำทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด

ด้านรักษาการนักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ ด้านโภชนาการ ระบุว่าน้ำตาลที่สูงเกินจะไปสะสมที่ตับ หากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดได้จะถูกแปลงเป็นไขมัน และภาวะไขมันในเลือดสูงก็จะตามมา

นอกจากนี้แพทย์ยังแนะนำว่าควรใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่างหญ้าหวาน ซึ่งให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 10-15 เท่า แต่เป็นความหวานที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน โดยหญ้าหวานนี้ ปลอดภัยกว่าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลชนิดอื่นที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา และที่สำคัญผู้บริโภคควรเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเอง ไม่ควรดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำ หากเปลี่ยนไม่ได้ควรลดความหวาน มัน เค็มลง และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

เตือนภัยสังคม โจรเฒ่าพยายาม ลวนลามเด็กหญิง

ที่เชียงใหม่ ภาพวงจรปิดจับภาพชายสูงอายุ เดินเข้ามาทำทีเล่นกับเด็กผู้หญิง วัย 4 ขวบ ที่กำลังเล่นกับแมวอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่งในชุมชนบ้านแพะ ต.ท่าศาลา

แต่ระหว่างนั้น ชายสูงวัยคนนี้ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ นายสายัณ จารึก อายุ 70 ปี กลับพยายามที่จะดึงเด็กหญิง นอกจากนี้จะเห็นว่าพยายามที่จะล่วงละเมิดเด็กหญิงคนนี้ด้วย ก่อนที่น้องจะร้องไห้ และตอนที่ชาวบ้านออกมาช่วยกันจับ ชายคนนี้ก็ถอดกางเกงออกมาแล้วด้วย

เบื้องต้น สอบสวนยังให้การวกวน ขณะที่ชาวบ้านบอกว่าเห็นชายเร่ร่อนคนนี้บ่อยครั้งไม่คิดว่าจะมีพฤติกรรมแบบนี้ โชคดีที่มีคนได้ยินเสียงน้องร้องให้ช่วย

ส่วนอีกเหตุการณ์ นายชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ อายุ 33 ปี วิศวกร บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ลักทรัพย์ ในขณะที่นายชัยยุทธจอดรถนอนพักผ่อนบริเวณไหล่ทางมอเตอร์เวย์บางนา-บางปะอิน มุงหน้าบางนา สุวรรณภูมิ หลังเกิดเหตุแจ้งความไว้ที่ สน.คันนายาว แต่ไม่มีความคืบหน้า

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ วันที่ 25 พ.ย.2561 ขณะจอดรถนอนพักผ่อนบริเวณไหล่ทางมอเตอร์เวย์บางนา-บางปะอิน มุงหน้าบางนา สุวรรณภูมิ ซึ่งบริเวณนั้นมีรถบรรทุกอีกหลายคันจอดพักผ่อนเช่นกัน

กระทั่งตื่นมาช่วงเช้าก็รู้สึกตัวว่าสร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 3 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท โทรศัพท์ไอโฟน และเงินสดอีก 6,000 บาท หายไป จึงเข้าแจ้งความที่ สน.คันนายาว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า

จึงตัดสินใจกลับไปยังจุดจอดรถเดิม เพื่อจับกุมคนร้ายด้วยตัวเอง แต่ปรากฏว่า ระหว่างที่คนร้ายเดินมาที่รถแลเปิดประตู กลับฉีดอะไรบางอย่าง ทำให้หมดสติ ก่อนจะถูกขโมยทรัพย์สินกว่า 3 แสนบาท เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ที่น่าจะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้

ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย พื้นที่น่าน-แพร่ จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย พื้นที่จังหวัดน่าน จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ อ.เวียงสาและ อ.แม่จริม
  • หากพื้นที่ไหนประสบเหตุเกี่ยวกับภัยพิบัติ สามารถแจ้งหน่วยงานในสังกัดของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ที่อยู่ใกล้พื้นที่ของชุมชนนั้นได้

จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ อ.เวียงสา อ.แม่จริม จ.น่าน และ อ.สอง จ จ.แพร่ เมื่อวันพุธ ที่ 21 สิงหาคม 2562

นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้รับรายงานการจากหน่วยงานภาคสนามคือสถานีความคุมไฟป่าแม่จริมอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อุทยานแห่งชาติแม่จริมและอุทยานแห่งชาติแม่ยม จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในท้องที่จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ จำนวน 4 จุด คือ

1.สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม ร่วมกับส่วนราชการอำเภอแม่จริม ทหาร ม.พัน 15 ราษฎรจิตอาสา ได้เข้าช่วยเหลือราษฎรบ้านห้วยกอม ต.น้ำปาย อ.แม่จริม จ.น่าน ประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหายจำนวน 21 หลังคาเรือน ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

2.อุทยานแห่งชาติศรีน่าน นำรถบรรทุกน้ำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ออกช่วยเหลือราษฎรชาวบ้านสาลีก ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา ที่ประสบอุทกภัยเฉียบพลัน ในช่วงเช้าวันที่ 21 สค 62 เนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายชั่วโมง

ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลทะลักท่วมพื้นที่หมู่บ้าน จำนวนหลายหลังคาเรือน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดบ้านเรือนราษฎร จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

3.อุทยานแห่งชาติแม่จริม รายงานว่า คืนวันที่ 20 สค 62 ในท้องที่อำเภอแม่จริม เกิดพายุ มีฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ชุมชนที่อยู่ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริม คือบ้านป่าสักและบ้านบวกแรด ตำบลน้ำปาย อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน

ทำให้กระแสน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหาย เสาไฟฟ้าล้มติดกันหลายจุดเกิดไฟฟ้าดับทั่วทั้งพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่จริมจึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ 12 นาย พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ ให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่ประสบภัยแล้ว เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการนี้อย่างใด

4.อุทยานแห่งชาติแม่ยม ช่วยเหลือราษฏรบ้านอาข่าแม่พร้าว ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ นั่งเรือข้ามฝากแม่น้ำยม เนื่องจากระดับน้ำท่วมสะพานข้ามแม่น้ำยมทำให้ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ หน่วยพิทักษ์ฯ มย.2 (ผาอิง) รายงานว่า ระดับน้ำแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นจากช่วงเช้า 40 เชนติเมตร (ข้อมูลเวลา 17.00 น) จึงควรเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผอ.สบอ.13 กล่าวว่า การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนตลอดจนพื้นที่ทางการเกษตรของ ประชาชนหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติจะต้องรีบเข้าดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

ทั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชซึ่งในการเข้าช่วยเหลือแต่ละครั้งนั้นได้มีการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือตลอดจนยานพาหนะเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

หากพื้นที่ไหนประสบเหตุเกี่ยวกับภัยพิบัติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลาก สามารถแจ้งหน่วยงานในสังกัดของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ที่อยู่ใกล้พื้นที่ของชุมชนนั้นได้