จีนยอมรับกักตัวเจ้าหน้าที่กงสุลอังกฤษอ้างละเมิดกฎหมายความมั่นคง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่กงสุลสหราชอาณาจักรประจำฮ่องกงหายตัวไปในประเทศจีน
  • ก่อนหน้านี้ทางการจีนออกมาระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อกับการหายตัวไปในครั้งนี้
  • ล่าสุดทางการจีนออกมายอมรับว่าได้มีการกักตัวเจ้าหน้าที่รายนี้ไว้จริง โดยมีกำหนดกักตัวไว้เป็นเวลา 15 วัน โดยอ้างว่ามีการละเมิดกฎหมายความมั่นคง

หลังจาก นายไซมอน เฉิง วัย 28 ปี เจ้าหน้าที่กงสุลสหราชอาณาจักรประจำฮ่องกง ซึ่งขาดการติดต่อไปนานเกือบ 2 สัปดาห์ หลังเดินทางข้ามพรมแดนไปยังแผ่นดินใหญ่ ซึ่งล่าสุดรัฐบาลจีนออกมายอมรับว่าได้กักตัวนายเฉิงไว้จริง

กระทรวงต่างประเทศของจีนออกมาเปิดเผยว่านาย ไซมอน เฉิงถูกกักตัวที่เซินเจิ้น ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนฮ่องกงเป็นเวลา 15 วัน โดยอ้างว่านายเฉิงละเมิดกฎหมายความมั่นคงสาธารณะ โดยไม่ได้แจ้งรายละเอียดใด ๆ นอกจากนี้

ก่อนหน้านี้นายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวถึงรายงาน การหายตัวไปของนายไซมอน เฉิง เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่สหราชอาณาจักรประจำฮ่องกง ที่ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ด้านการค้าและการลงทุนของฝ่ายพัฒนากิจการสกอตแลนด์ระหว่างประเทศ ประจำสถานกงสุลใหญ่สหราชอาณาจักร หลังเดินทางข้ามพรมแดนมายังเมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน เพื่อประชุมด้านธุรกิจ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา  โดยในตอนแรก ทางฝั่งจีนระบุว่าไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จุดผ่านแดนระหว่างเมืองเซินเจิ้นและฮ่องกงก็ระบุว่าไม่มีการจับกุมบุคคลใดในวันที่เจ้าหน้าที่รายนี้เดินทางมา

ด้านครอบครัวของนายเฉิงที่หายตัวไประบุว่า พวกเขาพบว่า ผู้สูญหายได้ส่งข้อความทางสมาร์ทโฟนมาหาแฟนสาวชื่อ น.ส. หลี่ วัย 27 ปี ซึ่งเป็นชาวไต้หวันซึ่งทำงานอยู่ในฮ่องกง  เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหายตัวไป  โดยทราบเพียงว่าเขาเดินทางกลับด้วยรถไฟความเร็วสูงและกำลังจะผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง

ส่วนทางด้านอังกฤษได้แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ เมื่อวันอังคาร ระบุว่าอังกฤษตอนนี้ได้ให้ความดูแลครอบครัวของนายเฉิงแล้ว และกำลังค้นหาเบาะแสของนายเฉิง จากทางการในมณฑลกวางตุ้งของจีนและจากฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของนายเฉิงอ้างว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงแจ้งเรื่องแบบปากเปล่าให้พวกเขาทราบว่า หลังจาก “ปรึกษาหารือ” กับสำนักงานการค้าแห่งมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมืองเซินเจิ้น จึงขอใช้อำนาจควบคุมตัวนายเฉิง “เพื่อดำเนินการบางอย่าง” โดยไม่ให้เหตุผลที่ชัดเจน และไม่ทราบว่านางเฉิงจะถูกควบคุมตัวจะกินนานเท่าใร ซึ่งกรณีของนายเฉิงเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนแล้ว

ปมร้อน ส.ส.กร่างยังไม่จบ แทค ภรัณยู อยากพบ บนเวที 10 Fight 10

ประเด็นน่าสนใจ

  • แทค ภรัณยู โพสต์แสดงความเห็น หลังคลิป ส.ส.กร่างตำหนิตำรวจ
  • บอกอยากเจอคนแบบนี้ หากสะดวกพบได้ที่เวที 10 Fight 10

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมี ส.ส. รายหนึ่งออกอาการไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังไม่ส่งชุดมาดูแลความปลอดภัย ขณะลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จ.ภูเก็ต ก่อนนำมาซึ่งความไม่พอใจของหลายฝ่ายหลังจากคลิปได้เผยแพร่ออกไป อาทิ

ผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต และ ส.ส.ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่ ส.ส. รายดังกล่าวก้าวก่ายหน้าที่ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นผู้แทนประชาชนของ กทม. แม้ว่าเวลาต่อมา ส.ส. รายดังกล่าวจะออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดว่า เป็นเพราะมีการแจ้งเรื่องมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ และทำความเข้าใจกับนายตำรวจคนดังกล่าวแล้วหลังจากที่เสียงดังออกไปเพราะเป็นคนหูตึงนั้น

ล่าสุดคนบันเทิงอย่าง แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเขาไม่เห็นด้วยการกระทำของ ส.ส. รายดังกล่าว พร้อมอยากพบเป็นการส่วนตัวสักครั้งบนเวทีมวย 10 Fight 10 เพราะเขาอยากเจอคนลักษณะนี้ โดยข้อความดังกล่าวดาราหนุ่มโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำนองว่า

“อย่ามาขึ้นเสียงกับผม…” 10fight10 ผมอยากเจอคนแบบนี้ครับ #10fight10 #กรรมการคือหลวงปู่เค็ม #อยากรู้ว่าการเป็นส.ส.นี้ใหญ่มากเลยเหรอครับ ขอโทษที #สาระครับ #อยากให้ลุงโทนี่ปู่ฤาษีด่าสักคลิป”

ทั้งนี้หลังจากข้อความดังกล่าวเผยแพร่ไป มีแฟนคลับของ แทค ภรัณยู ก็เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยากให้ ส.ส.ดังกล่าวมาเจอกับดาราหนุ่มบนเวทีดังกล่าวจริงๆ

โผล่อีก! คลิปตร. เรียกตรวจรถนอกด่าน แถมชักปืนขู่ ลั่นอย่าถ่ายหน้าผม

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปตำรวจค้นรถกระบะนอกด่านตรวจ หลังพบเลี้ยวเข้าซอยก่อนถึงด่าน
  • คลิปนี้เผยให้เห็นว่า ตำรวจมีการควักปืนออกจากเอว เพื่อข่มขู่เจ้าของรถ
  • การค้นรถของเจ้าหน้าที่ทำได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล หากสงสัยว่ามีสิ่งผิดกฎหมาย
  • เจ้าของรถสามารถปฏิเสธไม่ให้ค้นรถได้

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกยูทูบ @khaochad News ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ประพฤติไม่เหมาะสมด้วยการเรียกตรวจรถกระบะขนส่งคันหนึ่งนอกด่านตรวจ

จากนั้นพยายามขับรถคันดังกล่าวไปที่สถานีเพื่อทำการตรวจสอบ แต่พอเจ้าของรถไม่ยอม ทำให้เกิดการปะทะคารมกันขึ้น ก่อนที่ตำรวจ 1 นาย ทำท่าชักปืนข้างเอวออกมาเพื่อข่มขู่เจ้าของรถ

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับรถกระบะได้ขับรถเลี้ยวเข้าซอยก่อนจะถึงด่าน ย้ำก่อนจะถึงด่าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายก็ขี่จักรยานยนต์มาประกบเพื่อตรวจค้น ซึ่งเจ้าของรถก็ยอมให้ตรวจแต่โดยดี แต่ตำรวจไม่ยอมจะให้ขับไปที่ด่านตรวจอย่างเดียว

เจ้าของรถจึงไม่ยอมพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ เพื่อเป็นหลักฐานหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนจะบอกว่า ถ้าจะตรวจก็ต้องตรวจตรงจุดนั้น ซึ่งหลังจากนั้นก็เกิดการปะทะคารม และกระทบกระทั่งกัน ทำให้ตำรวจนายหนึ่งควักปืนออกมาจากเอวดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย

สำหรับการตรวจค้นรถยนต์ในที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น เหมือนกับการค้นกระเป๋าใส่เอกสาร หรือกระเป๋าใส่เสื้อผ้า

หากมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าในรถยนต์นั้น มีสิ่งของผิดกฎหมายย่อมมีอำนาจค้นรถยนต์นั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 93 เพราะหากมัวแต่รอหมายศาลเหตุการณ์ร้ายๆ คงอาจเกิดขึ้นได้

แต่กระนั้นผู้ถูกค้นก็สามารถปฏิเสธไม่ให้ค้นได้ หากไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ยังฝ่าฝืนและพยายามขอค้นต่อก็จะเข้าข่าย ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย

และหากมีการทะเลาะวิวาทกันขึ้นมา ผู้ถูกค้นสามารถป้องกันตัวได้ เนื่องจากบุคคลย่อมมีสิทธิปกป้องสิทธิเสรีภาพของตัวเอง และไม่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

ในกรณีการค้นบุคคล ค้นสิ่งของ หรือค้นรถ แล้วพบสิ่งผิดหมายในความครอบครองของบุคคลนั้น เจ้าพนักงานมีอำนาจจับกุมได้ทันที ไม่ต้องมีหมายจับ เนื่องจากเป็นความผิดซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (1)

อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในครอบครอง หรือเป็นบุคคลตามหมายจับก็ตาม เจ้าพนักงานก็ไม่มีสิทธิทำร้ายร่างกายผู้กระทำความผิดได้ ไม่ว่าจะทำร้าย เพื่อให้รับสารภาพ หรือบังคับให้บอกข้อเท็จจริงอื่นๆ ก็ตาม

เว้นแต่มีการต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน หรือใช้อาวุธ ซึ่งเจ้าพนักงานสามารถใช้กำลังตามยุทธวิธี เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดได้ และการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน อาจจะมีความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 อีกหนึ่งกระทง

ข้อมูลบางส่วนจาก ทนายเจมส์ LK