มหาวิทยาลัยจีนผุดหลักสูตรนักพากย์ “อี-สปอร์ต”

ประเด็นน่าสนใจ

  • มหาวิทยาลัยในเซี่ยงไฮ้ผุดหลักสูตรนักพากย์ “อี-สปอร์ต” รองรับกระแสบูมของกีฬาชนิดนี้ทั่วโลก
  • การจัดทำหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอี-สปอร์ตที่เติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งกำลังขาดแคลนแรงงาน
  • ตลาดอี-สปอร์ตในจีนน่าจะมีมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ภายในปีหน้า

เว็บไซต์ CGTN.com ระบุว่า มหาวิทยาลัยการกีฬาเซี่ยงไฮ้นำเสนอหลักสูตรวิชาเอก “นักพากย์กีฬาอี-สปอร์ต” เป็นแห่งแรก รองรับอุตสาหกรรมนี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน

การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมอี-สปอร์ตก่อให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ ๆ อย่างน้อย 80 อาชีพ รวมถึงนักพากย์และผู้จัดการแข่งขัน
มหาวิทยาลัยการกีฬาเซี่ยงไฮ้จึงตัดสินใจเปิดหลักสูตรวิชาเอกนักพากย์อี-สปอร์ต ซึ่งมีนักศึกษา 21 คน

โดยหลักสูตรนี้จะมีเนื้อหาครอบคลุมวัฒนธรรมกีฬาอี-สปอร์ต, การวิเคราะห์กลยุทธ์ และการจัดการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังต้องปรับเปลี่ยนหลายหลักสูตรเพื่อให้ตอบโจทย์

“ลู่ หงคุน” นักศึกษาด้านนี้และเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมอี-สปอร์ตในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่มีสมาชิก 150 คน กล่าวว่า มีอาชีพใหม่ๆ หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับอี-สปอร์ต ทั้งที่เกี่ยวกับธุรกิจ การจัดการ และทีมเล่นเกม ซึ่งสมาคมได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อให้ทราบความคืบหน้าของอุตสาหกรรมนี้และฝึกฝนแรงงานที่มีทักษะสอดคล้องแต่ปัญหาขาดแคลนแรงงานก็ยังคงมีอยู่ จากข้อมูลของ Tencent เกี่ยวกับ

อุตสาหกรรมอี-สปอร์ตทั่วโลก พบว่า ร้อยละ 74 ของความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอี-สปอร์ตไม่ได้รับการตอบสนอง ยกอย่างอย่างในนครเซี่ยงไฮ้ต้องการแรงงานด้านนี้มากถึง 1 แสน 5 หมื่นคน

“เหริน ลี่” CEO ของบริษัท Amazing Center ชี้ว่า ต้องใช้บุคลากรจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องยาก อย่างการจะให้พนักงานไอทีสามารถจัดการหรือจัดแข่งกีฬาอี-สปอร์ตได้

ขณะที่นครเซี่ยงไฮ้ตั้งเป้าเป็นเมืองหลวงแห่งอี-สปอร์ต ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ส่วนตลาดอี-สปอร์ตในจีนน่าจะมีมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ภายในปีหน้า

สถิติใหม่ก้อนนิ่ว พบมากสุด 1,898 ก้อน ในร่างคนไข้ที่ จ.หนองคาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • แพทย์ผ่าตัดช่วยคนไข้เป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  • นิ่วที่ถูกนำออกจากร่างคนไข้มีมากถึง 1,898 ก้อน

เพจ ENDO-X-TCPH ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและท่อน้ำดีระดับภูมิภาค ได้มีการเผยแพร่ภาพหาดูยาก หลังทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือผ่าตัดเอาก้อนนิ่วจำนวนมากออกจากร่างของคนไข้รายหนึ่งที่ถูกส่งมารักษาตัวในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย

โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้ก้อนหินถูกวางเรียงรายอยู่บนผ้าของโรงพยาบาล ก่อนจะทราบต่อมาว่าที่เห็นเป็นก้อนนิ่วที่ถูกนำออกมาจากร่างคนไข้ ซึ่งเมื่อนับแล้วมีถึง 1,898 ชิ้นมากที่สุดที่เคยพบมา ขณะที่เพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า

ฮือฮาทั้งโรงบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ 😱😱

New record สถิติใหม่ที่ไม่มีที่ไหนเคยเจอ กับจำนวนนิ่วมหาศาล 1,898 เม็ด 😱

การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง เป็นหัตถการที่ทำเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลท่าบ่อของเรา แต่การเจอนิ่วในจำนวนที่เยอะขนาดนี้ไม่ใช่ทุกวันที่จะเจอได้

นิ่วในถุงน้ำดี (Gall Stone) เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการตกตะกอนของหินปูนหรือคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้เกิดนิ่ว คนไข้จะมาด้วยอาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา

สงสัยเป็นนิ่ว อย่าช้า รีบมาตรวจรักษา ด้วยความปราถนาดีจากเรา OR-TCPH ❤️

อีกหนึ่งผลงานกับมาตรฐานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ โดยการอำนวยการของ นายแพทย์วัฒนา พารีศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

ปรบมือให้คนนับนิ่วด้วยจ้า👏🏼👏🏼👏🏼

สำหรับ นิ่วในถุงน้ำดี ถือว่าเป็นอีกโรคพบมากสุดในไทย โดยนิ่วชนิดนี้เกิดจากคอเรสเตอรอล จึงทำให้ทราบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหารของคนเรา นอกจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี หรือการลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดนิ่วในท่อน้ำดี อาจปฏิบัติได้ดังนี้

  • ไม่ควรข้ามมื้ออาหารหรืออดอาหาร เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในท่อน้ำดี ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลาและครบมื้อทุกวัน
  • หากเต้องการจะลดน้ำหนัก ควรค่อย ๆ ลดอย่างช้า ๆ เพราะหากน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในท่อน้ำดีได้ ควรพยายามลดน้ำหนักให้ได้ประมาณ 0-5-1 กิโลกรัมต่อ 1 สัปดาห์
  • รักษาน้ำหนักตัวให้มีความสมดุลและดีต่อสุขภาพ เพราะโรคอ้วนและมีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้
  • ควรลดปริมาณแคลลอรีในการรับประทานอาหารและเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อช่วยรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป และหากมีน้ำหนักตัวพอดีแล้วก็ควรรักษาเอาไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง

นายกฯ เตือน “สิระ” อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปตักเตือนนายสิระ เจนจาคะ กรณีคลิปปะทะคารมณ์ตำรวจฝากทำอะไรให้คิดอย่างรอบคอบ อย่าให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก
  • ด้านนายสิระ น้อมรับทุกคำวิจารณ์ ยอมรับเป็นคนพูดเสียงดัง แต่ขอว่าอย่าตัดสินตนเองแค่บางช่วงบางตอน

จากกรณีที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ปะทะคารมกับตำรวจระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการรุกป่า ที่จังหวัดภูเก็ต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน

ได้ออกมายืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งใจไปทำงานเพื่อหวังที่จะทวงคืนที่ดินของประเทศกลับคืนมาจากกลุ่มนายทุน ก่อนที่จะเดินทางไปก็ได้มีการประสานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดไว้แล้ว แต่ปรากฎว่าขณะที่ไปตรวจสอบการก่อสร้างก็พบ เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งรับประทานกาแฟอยู่ในสำนักงานก่อสร้างแห่งนี้ จึงมีคำถามว่าตำรวจทำหน้าที่ของเขาหรือยัง หากเขาปฎิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่ตนจะไม่ยุ่งเลย

ยอมรับว่าเป็นคนพูดจาเสียงดัง แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าใคร หากเสียงของตนดังเกินไปก็ต้องขอโทษด้วย ตนน้อมรับทุกคำวิจารณ์ อย่าเพิ่งตัดสินผมเพียงแค่บางช่วงบางตอน และขอบคุณทุกคำแนะนำ คำตำหนิและคำวิจารณ์ ยินดีรับฟังและพร้อมปรับปรุงแก้ไข และขอขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ให้กำลังใจ

ด้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ ได้ไปตักเตือนและพูดคุยกับนายสิระ ซึ่งหากนายสิระ รู้ว่ามีคนจะมีอันตรายก็ให้ทำหนังสือประสานไปยังตำรวจเพื่อมาดูแลความปลอดภัย เพราะไม่ใช่ภารกิจโดยตรงที่ตำรวจจะมาดูแล ส.ส. เหมือนการมาดูแลนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

ส่วนการลงพื้นที่ไปตรวจสอบถือเป็นเรื่องที่ดีแต่การไปสั่งให้ไปจับกุมใครนั้นไม่ใช่ขั้นตอนที่ถูกต้อง จึงอยากให้ ส.ส.ช่วยกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชน ทำอะไรให้รอบคอบ และได้ตักเตือนอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ด้าน ส.ส. พรรคพลังประชารัฐได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีของนายสิระ เช่น นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พลังประชารัฐ บอกว่า ส่วนตัวได้เห็นคลิปแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นการตะคอก และเข้าใจว่านายสิระมีอายุมากแล้ว ส่วนตำรวจก็อายุยังไม่มาก จึงอยากให้อภัยกันบ้าง เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่กระทบกับภาพลักษณ์ของ ส.ส. ในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนการทำงานข้ามเขตของ ส.ส. นั้น ตามกฎของพรรคก็สามารถทำได้

ขณะที่ นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.จังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ตนได้โทรศัพท์ไปขอโทษรองผู้กำกับ สภ.กะรน แล้วในนามของพรรคพลังประชารัฐ และได้ยืนยันไปว่าพรรคพังประชารัฐไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนกิจกรรมนี้ ซึ่งทางรองผู้กำกับได้เข้าใจ