ตร.ออกหมายจับ คนร้ายเพิ่ม 3 ราย มือระเบิดป่วนกรุง

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติม 3 คน มือวางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ
  • โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณหน้าศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่าวันนี้ ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติม 3 คน

ได้แก่ นายอุสมัน, นายฮาซัน ที่ร่วมกันก่อเหตุบริเวณหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ นายนัสรู ก่อเหตุหน้าศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ในข้อหา “เป็นอั้งยี่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ทำใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พกพาอาวุธ(ระเบิด)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์” ซึ่งเป็นความผิดที่มีอายุความ 20 ปี และมีอัตราโทษสูง

สำหรับคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่กทม. และปริมณฑล ขณะนี้ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาไปแล้วทั้งหมด 9 ราย ได้แก่ นายลูไอ แซแง และ นายวิลดัน มาหะ (ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ก่อเหตุที่สตช.) วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ศาลได้อนุมัติหมายจับจำนวน 4 ราย นายอัสมี อาบูวะ, นายอุสมาน เปาะลอ, นายอุสมาน เปาะลอ, นายอัมรี มะมิง และล่าสุดวันนี้ อีก 3 ราย นายอุสมัน, นายฮาซัน และนายนัสรู

ศาลให้ประกันตัว ‘เปรมชัย’ ตีราคา 2 แสนบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • คืบหน้าคดีเปรมชัย ในความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษา ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7 , 72 วรรคหนึ่ง
  • เบื้องต้นศาลได้ให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490

โดยศาลพิพากษา ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7 , 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลย ยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดีในศาลจังหวัดทองผาภูมิและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พฤติการณ์จึงไม่รอการลงโทษ

ภายหลังศาลมีคำพิพากษา ทางทนายความของนายเปรมชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

‘ประวิตร’ ตื่นเต้น ส.ส. พปชร. ต้อนรับอบอุ่น ย้ำจะร่วมภารกิจสำคัญ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’ประวิตร’ ตื่นเต้น ส.ส. พปชร ต้อนรับอบอุ่น ย้ำจะร่วมภารกิจสำคัญ
  • พร้อมย้ำรักษาพื้นที่ ส.ส.เดินหน้าสร้างคะแนนนิยม และสร้างความเข้มแข็งให้พรรค

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ โดยมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค รัฐมนตรีในพรรค และ ส.ส. ในพรรคร่วมให้การต้อนรับ และมอบดอกกุหลาบให้เพื่อแสดงความยินดี โดยพลเอกประวิตรได้ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ซึ่งจากากรสังเกตเห็นว่าในช่วงที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี ได้แทรกตัวเข้าไปมอบดอกไม้พลเอกประวิตรได้ยิ้มให้พร้อมกับเอามือลูบแตะที่ศรีษะเบาๆและอมยิ้ม และอีกคนที่ทักทายอย่างใกล้ชิดคือ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ส.ส. สระแก้ว ซึ่งเป็นหลานสาวของนายเสนาะ เทียนทอง ที่พลเอกประวิตรได้ใช้มือสัมผัสที่แก้มเบาๆ พร้อมกับกุมมือ

จากนั้นพลเอกประวิตร ได้นั่งและถ่ายรูปร่วมกับกรรมการบริหารพรรค ก่อนจะขึ้นเวทีเพื่อกล่าวมอบแนวทางการทำงาน โดยนายอุตตม กล่าวต้อนรับพลเอกประวิตร ว่าวันนี้เป็นโอกาสพิเศษที่ได้รับเกียรติจากพลเอกประวิตร ที่นอกจากเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเต็มตัวแล้วยังให้ความกรุณามาเป็นประธานยุทธศาสตร์ให้กับพลังประชารัฐโดยระบุว่าขอทุกคนร่วมใจกันแล้วมองไปข้างหน้าให้พลเอกประวิตรมาทำงานร่วมกันช่วยชี้แนะ ทำให้พวกเราพลังประชารัฐอุ่นใจเป็นพันเท่า

ด้านพลเอกประวิตร กล่าวเปิดใจกับ ส.ส. พลังประชารัฐ ว่า วันนี้ขอพูดกับสมาชิกเล็กน้อยเพราะรู้สึกตื่นเต้น คาดหวังว่าขอให้ ส.ส.ทำงานเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ขอให้พรรคทำงานไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผมตั้งใจที่จะเข้ามาทำภารกิจที่สำคัญ ประการแรกดูแลและสนับสนุนการทำงานของส.ส. เพื่อให้ทุกคนกลับมาเป็นส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมุ่งหวังที่จะขยายยอด ส.ส. ทั้งรักษาฐานเดิมไว้ให้ได้และขยายได้ ส.ส.เพิ่ม ประการที่สองจะขับเคลื่อน สร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความเข้มแข็งและสร้างคะแนนนิยมกับ ส.ส.ในการเลือกตั้งสมัยหน้าด้วย

ทั้งนี้ภายหลังจากได้พบปะกับ ส.ส.ในพรรคแล้ว พลเอกประวิตร พร้อมด้วยนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ได้ลงมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนที่บริเวณด้านล่าง โดยพลเอกประวิตร ได้กล่าวว่า วันนี้ตนมารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนพรรค จะพยายามทำให้ดีที่สุด และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกพรรคทุกคน โดยจะเน้นเสริมสร้างความสามัคคี ความยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง ซึ่งวันนี้ถือว่าตนเป็นนักการเมืองแล้ววันนี้ พร้อมขอขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าก็หวังว่าพรรคพลังประชารัฐจะต้องได้ ส.ส.เกินครึ่งหนึ่ง แต่ที่สำคัญอย่างน้อยก็ต้องรักษาจำนวนเดิมที่เคยได้เอาไว้ให้ได้ พร้อมยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคทหาร แม้ว่าตนจะเป็นทหารก็ตาม ส่วนจะมีทหารคนอื่นเข้ามาอีกหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ และยังไม่จำเป็นที่จะต้องเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาร่วมหรือเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องตัดสินใจเอง ตนไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ จะไปตอบได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า พลเอกประวิตร ได้ตอบว่าอีกตั้ง 4 ปี ถึงจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง และเมื่อถามต่อว่าแปลว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ได้ถึง4ปีใช่หรือไม่ พลเอกประวิตรบอกว่าต้องอยู่ครบ จะพยายามทำให้อยู่ครบ4ปีให้ได้

ขณะที่นายอุตตม ได้กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่พรรครอคอย ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ต้อนรับพลเอกประวิตร ตนเชื่อและคิดว่าทุกคนเชื่อมั่นเหมือนตนว่าพลเอกประวิตร จะช่วยทำให้พรรคให้เดินหน้าไปได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถที่มี

อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้พลเอกประวิตรได้มอบพญาครุฑหลวงพ่อวราห์ วัดโพธิ์ทองรุ่นฉลองโบสถ์ให้กับ กรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐด้วย