ผู้ปกครอง ร้องเอาผิดครู ตีเกินกว่าเหตุ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเอาผิดครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ
  • เรียกครูผู้ก่อเหตุมาสอบถาม พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว

ผู้ปกครอง ในจังหวัดสระแก้ว นำหลานสาวซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลคลองหาด เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เอาผิดกับครูประจำชั้น ที่ตีหลานอย่างรุนแรง จนเกิดแผลบวมช้ำที่บริเวณก้น

โดย อ้างว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังเลิกเรียนหลานสาวกลับมาบ้านแล้วมีอาการไข้ขึ้นต้องนอนซมถึง 2 วัน เมื่อสอบถามจึงทราบว่าถูกครูประจำชั้นตี 4 ครั้ง เพราะไม่พอใจที่หลานสาวและเพื่อนทำความสะอาดห้องเรียนไม่สะอาด

หลังทราบเรื่องสอบถามไปยังครูผู้ก่อเหตุ แต่กลับได้รับการปฏิเสธว่าไม่ได้ตีเด็ก และยังท้าทายให้ไปร้องเรียนตามสถานที่ต่างๆ โดยอ้างว่าไม่มีใครสามารถเอาออกจากการเป็นครูได้ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม

โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม สอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้แล้ว เบื้องต้นยอมรับว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ซึ่งได้เรียกครูผู้ก่อเหตุมาสอบถาม พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว

ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองโพสต์อ้างว่า น้องจ๊ะจ๋า ซึ่งเป็นลูกสาว วัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ถูกครูประจำชั้นใช้ไม้ตีที่ศีรษะลงโทษที่ตอบคำถามผิดจนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำมีอาการปวดหัว และเลือดคั่ง

ล่าสุด นายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ผู้ดูแลฝ่ายศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้เรียกตัวคุณครูประจำชั้นของเด็กที่ก่อเหตุมาสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่าไม่มีเจตนาทำร้ายเด็ก แต่เพียงอยากสอนให้เด็กเข้าใจในวิชาการสอนเท่านั้น แต่เด็กไม่เกิดความเข้าใจ จึงพลั้งมือลงโทษ ซึ่งตัวครูรู้สึกผิดในการกระทำดังกล่าว

ทางสำนักการศึกษาเมืองพัทยาจึงมีหนังสือคำสั่งให้พักการสอนและย้ายมาช่วยราชการที่สำนักการศึกษาเมืองพัทยาก่อน พร้อมจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและจะดำเนินการทางระเบียบวินัยต่อไป

ด้านแม่ของน้องจ๊ะจ๋า เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนและครูประจำชั้นได้ติดต่อเข้ามาขอโทษและขอขมา พร้อมชดใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาล จนกว่าจะหายเป็นปกติ ทางครอบครัวก็พอใจในความรับผิดชอบระดับหนึ่ง แต่ในส่วนของบทลงโทษก็ขอให้ไปเป็นตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคมต่อไป

ผอ.หักเงินเด็ก อ้างทำบุญ ยอมคืนแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดตรัง ยอมคืนเงินทุนให้กับนักเรียนแล้ว หลังผู้ปกครองร้องเรียนว่าถูกหักค่าหัวคิว 70 เปอร์เซ็นต์
  • ด้าน ผอ.ยืนยันยอดเงินดังกล่าวถูกหักไปทำบุญ

จากกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.ตรัง โพสต์ร้องเรียนว่า ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนหักค่าเงินทุนการศึกษาที่ได้รับจากวัดสาริการาม มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2562

โดยเดิมที เด็กต้องได้ทุน 1,000 บาท แต่ ผอ. มอบให้เด็ก 300 บาท และพบว่ากรณีนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ได้มีการหักเงินเอาไว้สำหรับทำบุญทอดกฐินกลับให้ทางวัด โดยตั้งเป้าพุ่มกฐินที่จะทอดไว้ปีละประมาณ 20,000-30,000 บาท

ล่าสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนดังกล่าวได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 700 บาท คืนให้แก่นักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาแล้ว ขณะเข้าแถวหน้าเสาธง โดยระหว่างคืนเงิน ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้บอกกับเด็กทุกคนว่า

เธอได้เพิ่มอีก 700 บาท ความจริงโรงเรียนได้ถวายให้วัดไปแล้ว 500 บาทนะ ที่จริงก็คงเหลือ 200 บาทเท่านั้น แต่เราจะจ่ายให้นักเรียน 700 บาท ก็เท่ากับนักเรียนได้ 1,000 บาท

ทางโรงเรียนไม่ได้เอาเงินของคนอื่น เราได้ช่วยวัด 10 กว่าล้านนะ ไม่ใช่แค่ 700 บาท เพราะเราไปทอดกฐินทุกปี ล่าสุดหลังคาวัดกว่า 40 ล้านได้เพราะเรา

ด้านพระครูสังวรธรรมวิมล เจ้าอาวาสวัดสาริการาม เจ้าคณะตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ทางวัดสาริการามได้นำเงินที่ญาติโยมมาทำบุญกับวัด มาจัดมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุกวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เริ่มมาตั้งแต่ปี 2539 หรือประมาณ 20 ปี

นอกจากมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนแล้ว ทางวัดยังมอบให้แม่อายุ 60 ปี และคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องในวันแม่แห่งชาติเช่นเดียวกันด้วย ส่วนกรณีที่ทางโรงเรียนหักกลับมาทำบุญให้ทางวัดอีกหรือไม่

ทางวัดไม่ได้รับรู้ แต่ว่าปีที่แล้ว ก็มีผู้ปกครองท่านหนึ่งโทรศัพท์มาถามว่า เจ้าอาวาสมอบทุนการศึกษาให้เด็กทุนละเท่าไหร่ จึงตอบไปว่า 1,000 บาท ผู้ปกครองก็แจ้งมาว่าลูกของเขาได้ไป 300 บาทเท่านั้น

‘อนุพงษ์’ แจงกรณีเตรียมเว้นวีซ่าชาวจีน-อินเดีย ชี้ผับปิดตี 4 แค่แนวคิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ การยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
  • ต้องรอหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
  • ส่วนกรณีการปิดสถานบริการในเวลา 04.00 น. ยังคงเป็นแค่แนวคิด

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ที่เดินทางมาไทย ว่า จะต้องมีการพิจารณาทั้งประเด็นด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีการหารือร่วมกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างรอบด้าน

ส่วนกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้ขยายเวลาปิดสถานบริการ เป็นเวลา 04.00 น. นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม และข้อกฎหมาย แต่เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่ได้มีการเสนอขึ้นมาหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี