‘มมัญญา’ บุกไปทวงถามเอกสารสต๊อกสารพิษด้วยตัวเอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • รมช.เกษตรฯ บุกไปทวงถามเอกสารสต๊อกสารพิษด้วยตัวเอง
  • หลังจากที่นั่งรอข้อมูลมานาน จะเดือนแล้ว ลั่น ”ถ้าคิดว่าคุณไม่ฟัง คุณก็ไปเอาคนมาถอดฉันออกไป”
  • สารที่ว่านี้ เป็น สารเคมีพิษภาคการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศไทย

วานนี้ 17 ก.ย. ที่ผ่าน มานางสาวมณัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังที่เดินทางมาสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ว่า เพื่อมาทวงเอกสารเกี่ยวกับสต๊อก สารเคมีพิษภาคการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อรวบรวมเอกสารทั้งหมด และในวันนี้ได้เอกสารค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว เพราะได้ติดตามเอกสารมาหลายวันแล้ว เราก็อยากจะทำให้เรียบร้อย

“ก็บอกเขาไปว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มณัญญา ไทยเศรษฐ์ คุมกรมวิชาการ แต่ถ้าคิดว่าคุณไม่ฟัง คุณก็ไปเอาคนมาถอดฉันออกไป ถ้าคุณมาปลดฉันออกไปเมื่อไหร่ ฉันจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตรงนี้ แต่ตอนนี้ ดิฉันยังอยู่ตรงนี้อยู่ คุณก็ต้องเชื่อฟังฉัน” รมช.เกษตร กล่าว

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า การสั่งการระบบราชการของประเทศไทยไม่ค่อยจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ จะต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ในส่วนราชการระดับสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยราชการในสังกัดกรมวิชาการเกษตร เพื่อต้องการมาตามหาเอกสารที่ได้เคยขอรายละเอียดจากส่วนราชการนี้ แต่ไม่ได้รับความร่วมือในการทำงาน

ปธน.อินโดฯ สั่งปราบปรามผู้ลอบจุดไฟป่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสั่งปราบปรามผู้มีส่วนทำให้เกิดไฟป่ารุนแรง
  • ขณะนี้เกิดวิกฤตหมอกควันที่รุนแรงในอินโดนีเซีย

นายโจโก วิโดโด้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย สั่งปราบปรามผู้ที่มีส่วนทำให้เกิดไฟป่ารุนแรง ทั้งตัวบุคคลและบริษัท ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตหมอกควันอันตรายปกคลุมในหลายพื้นที่ในภูมิภาค

ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า นายวิโดโด้จัดการประชุมคณะรัฐมนตรี ในเมืองเปกันบารู จังหวัดรีเยา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพื่อตรวจสอบมาตรการในการต่อสู้กับไฟป่า

นายวิโดโด้ได้สั่งการหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติ ให้ขยายพื้นที่การทำฝนเทียม รวมถึงส่งทหารและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงลงพื้นที่เพื่อเร่งดับไฟป่ามากขึ้น

จำนวนการเกิดไฟป่าในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็น 2,984 ครั้ง เมื่อวานนี้ เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันจันทร์ซึ่งอยู่ที่ 2,583 ครั้ง โดยบนเกาะบอร์เนียวพบการเกิดไฟป่าเกือบ 1,000 ครั้ง ข้อมูลจากหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า ไฟป่าปีนี้สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าและฟาร์มราว 2 ล้านไร่

วิกฤตหมอกควันในอินโดนีเซียยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรทางอากาศ โดยมีสนามบินในอินได้รับผลกระทบทั้งหมด 11 แห่ง

ขณะเดียวกันอุรังอุตังหลายสิบตัวในจังหวัดกาลิมันตันกลาง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือจากการถูกลักลอบค้าขายอย่างผิดกฎหมาย และอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูสภาพก่อนส่งกลับคืนสู่ป่า ก็มีอาการป่วยด้วยปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากควันของไฟป่า โดยผู้ดูแลได้เริ่มย้ายอุรังอุตังไปยังกรงในอาคารที่มีอากาศสะอาดกว่า เพื่อเฝ้าดูอาการ

ขณะที่วิกฤตหมอกควันในมาเลเซียยังคงรุนแรง โดยตึกเปโตรนาส ทวิน ทาวเวอร์ส แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงกัวลาลัมเปอร์ แทบไม่สามารถมองเห็นวิวผ่านหมอกควันได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเริ่มทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาสถานการณ์หมอกควัน

เกาหลีใต้พบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรครั้งแรก

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกาหลีใต้พบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นครั้งแรก
  • ขณะที่การระบาดของโรคดังกล่าวในฟิลิปปินส์ทำให้ยอดขายเนื้อหมูตกต่ำลง

เกาหลีใต้เริ่มกำจัดหมูหลายพันตัว หลังพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นครั้งแรกั ที่ฟาร์มใกล้กับพรมแดนเกาหลีเหนือ ซึ่งพบการระบาดของโรคดังกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม

เมื่อวานนี้ นายคิม ฮยอน-ซู รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ แถลงว่า ได้รับการยืนยันการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงดังกล่าวเป็นครั้งแรกของประเทศ จากการตรวจเชื้อของหมู 5 ตัว ซึ่งตายเมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ ที่ฟาร์มในเมืองพาจู

ขณะที่นายอี นัก-ยอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ระบุว่า รัฐบาลได้ยกระดับวิกฤตการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร จากระดับ “เฝ้าระวัง” ไปเป็น “ร้ายแรง” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และแสดงความกังวลว่าอุตสาหกรรมฟาร์มหมูของเกาหลีใต้อาจได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจากโรคดังกล่าว

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีมาตรการฆ่าเชื้อโรคในฟาร์มหมูอีกหลายแห่งและยานพาหนะขนส่ง รวมถึงสั่งให้ฟาร์มหมู, โรงเชือด และโรงงานอาหารสัตว์ทั่วประเทศ หยุดทำการเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมฟาร์มหมูขนาดใหญ่ โดยเกาหลีใต้มีฟาร์มเลี้ยงหมู 6 พันแห่ง ที่เลี้ยงหมูมากกว่า 11 ล้านตัวทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในฟิลิปปินส์ ผู้ขายและผู้ซื้อในกรุงมะนิลาของฟิลิปินส์ กล่าวว่า ยอดขายเนื้อหมูและยอดขาย “หมูย่างเลชอน” เมนูอาหารยอดนิยมของฟิลิปปินส์ ก็ตกต่ำลงหลังมีรายงานพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ใน 2 จังหวัดทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา

ผู้ขายหมูย่างเลชอนบางส่วน แสดงใบรับรองจากผู้จัดจำหน่ายหมูว่าหมูที่นำมาทำอาหารนั้นปราศจากการติดเชื้อโรคดังกล่าว แต่ก็ไม่ช่วยให้ยอดขายกระเตื้องขึ้น

ขณะที่ผู้ซื้อ ระบุว่า พวกเขาหลีกเลี่ยงการซื้อเนื้อหมูดิบและหันไปบริโภคอาหารทะเลและเนื้อไก่ ซึ่งปลอดภัยกว่าแทน
โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นโรคติดต่ออันตรายถึงตายต่อหมู แต่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยพบการระบาดของโรคดังกล่าวครั้งแรก ในแถบเอเชียตะวันออกที่จีน ช่วงต้นเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วมณฑลและภูมิภาคของจีน รวมถึงประเทศในแถบเอเชียอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเกาหลีเหนือและใต้, เวียดนาม และฟิลิปปินส์