บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เผย ยอดบริจาคพุ่ง! คนแห่ช่วยน้ำท่วมอุบล

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีผู้บริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมผ่าน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จำนวนมาก
  • บิณฑ์ เผยว่า นอกจากเครื่องอุปโภคที่ได้รับบริจาค ผู้ประสบภัยยังต้องการเงิน จึงเชิญชวนผู้คนบริจาคคนละเล็กละน้อย

ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานี แม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลลดลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้ว 14 อำเภอ แต่ก็ยังเหลืออีก 11 อำเภอที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่

ในจำนวนนี้ มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ สว่างวีระวงศ์ ตาลสุม และอำเภอพิบูลมังสาหาร ที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึง “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นักแสดงชื่อดัง ก็เป็นหนึ่งในจิตอาสา ที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ซึ่งวานนี้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก บอกเล่าความทุกข์ร้อนของผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยบิณฑ์กล่าวว่า นอกจากข้าวสารอาหารแห้งต่างๆ ที่ชาวบ้านได้รับจากเจ้าหน้าที่นั้น ชาวบ้านยังต้องการปัจจัย หรือเงินช่วยเหลือ

เจ้าตัวเปิดเผยว่า ได้บริจาคเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนคนที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 054-1-22654-0 ชื่อบัญชี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

ซึ่งล่าสุด บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดบัญชีไปเพียงแค่ 2 วัน มีผู้ร่วมบริจาคมาแล้วมากกว่า 50 ล้านบาท เจ้าตัวบอกว่าจะนำเงินที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคมา มอบให้กับผู้ประสบภัย และช่วยเหลือฟื้นฟูที่พักอาศัยของผู้เดือดร้อนต่อไป

เวลาประมาณ 15.30 น. พบว่ายอดบริจาคช่วยน้ำท่วมพุ่งไปอยู่ที่ 100 ล้านบาทแล้ว และยังมีผู้บริจาคเข้าสบทบเรื่อยๆ

ยอดบริจาคทะลุ105ล้านบาท ไปเรียบร้อย

โพสต์โดย หนึ่ง นครนายก เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2019

โพสต์โดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เมื่อ วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2019

พบ 44 ศพซุกถุงนับร้อยใบถ่วงบ่อน้ำ หลังชาวบ้านร้องเรียนได้กลิ่นเหม็นคลุ้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบศพภายในถุงนับร้อยใบในบ่อน้ำ
  • มีการระบุตัวตนได้แล้ว 44 ราย
  • ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านร้องเรียนเนื่องจากมีกลิ่นเหม็นรุนแรงคลุ้งออกมาจากบ่อน้ำดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ทางการรัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก พบถุงดำบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์มากถึง 119 ถุง ถูกทิ้งอยู่ในบ่อน้ำแห่งหนึ่งนอกเมืองกัวดาลาฮารา ในรัฐฮาลิสโก โดยก่อนหน้านี้ มีชาวบ้านไปร้องเรียนเรื่องมีกลิ่นเหม็นรุนแรงโชยออกมาจากบ่อน้ำแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ทางการเม็กซิโกระบุว่า เจ้าหน้าที่เม็กซิโกใช้วิธีการปะติดปะต่อศพเข้าด้วยกันเพื่อระบุตัวตนของศพ ซึ่งสามารถทำสำเร็จแล้ว 44 ราย แต่ยังเหลือชิ้นส่วนศพอีกมากที่ยังรอคอยการตรวจสอบ

ทว่า มีการคาดการณ์ว่า ศพที่พบเหล่านี้ เป็นเหยื่อของขบวนการค้ายาเสพติด โดยรัฐฮาลิสโกเป็นหนึ่งในดินแดนที่เกิดเหตุความรุนแรงระหว่างแก๊งค้ายามากที่สุดในเม็กซิโก โดยก่อนหน้านี้มีการพบศพจำนวนมากในรัฐฮาลิสโกมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในปีนี้เช่นกัน

ที่มา www.bbc.com

จับได้แล้ว! ผู้ต้องสงสัยฆ่าเปลือยสาว หมกแมนชั่นเมืองปทุมธานี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ต้องสงสัยฆ่าสาวเปลือย ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ถูก จนท.จับกุมตัวได้แล้ว
  • ระหว่างการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้กินยาฆ่าหญ้าหวังฆ่าตัวตาย แต่ถูกช่วยทัน
  • การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่ อ.ด่านขุดทด จ.นครราชสีมา

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญหญิงสาวรายหนึ่งถูกคนร้ายจับเปลือยกาย ก่อนมัดมือมัดเท้าด้วยสายไฟ และสังหารโหดทิ้งร่างไว้ในห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จากนั้นไม่นานได้มีการเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัย เป็นชายที่ออกมาจากแมนชั่นดังกล่าวในลักษณะมีพิรุท ก่อนนำมาสู่การออกหมายจับเพื่อตามตัวมาสอบสวนนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุได้แล้ว หลังจากมีคนพบว่า มีรถต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณสนามกีฬาบ้านดอน ม.2 ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงก็พบว่ามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถทาง เจ้าหน้าที่จึงเคาะประตูให้เขาลงมา แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอม และมีการกระดกยาฆ่าแมลงเพื่อหวังจะฆ่าตัวตาย

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าไม่ดี จึงได้ช่วยกันงัดรถและนำร่างของชายคนดังกล่าวออกมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลด่านขุนทดเพื่อล้างท้องทันที

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ขโมยมา และชายคนดังกล่าวคือบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีฆ่าสาวเปลือยหมกแมนชั่น ที่ จ.ปทุมธานี

ขณะที่อาการล่าสุดของผู้ต้องสงสัยนั้นขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ และตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ก่อเหตุฆ่าตัวตายขึ้นซ้ำอีก ขณะที่ตำรวจเจ้าของคดีทราบเรื่องแล้ว และกำลังลงพื้นที่เพื่อคุมตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป