ติดตามภารกิจ “จิตอาสา” ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วานนี้ทีมงานกู้ภัยอาสาร่วมกตัญญูเข้าไปให้ความช่วยเหลือ สร้างรอยยิ้มให้ผู้ประสบอุทกภัย จะเป็นอย่างไร ไปติดตามจากคุณ พิมพ์ภัทรา จันทร์หอม

รายงานพิเศษ ตามภารกิจน้ำใจจิตอาสา ซับน้ำตาผู้ประสบภัย

พื้นที่หมู่ 4 บ้านเชียงแก้ว ตำบลจิกเทิง อำเภอตาลสุม หนึ่งในพื้นที่ประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี มวลน้ำมหาศาลค่อยๆ เอ่อล้นเข้าบ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือน กระทั่งท่วมสูง 2-3 เมตร

ชาวบ้านส่วนหนึ่งอพยพขึ้นมาอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว บางหลังไปพักอาศัยอยู่กับญาติ แต่ยังมีอีกไม่น้อยที่ไม่กล้าย้ายหนีไปไหน ที่นี่จึงเป็นจุดหมายสำคัญที่อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูเลือกที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือ

ถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น ถูกบรรทุกมาเต็มลำเรือ เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เราตระเวนเข้าไปรอบหมู่บ้านและทุ่งนา ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังหลงเหลืออยู่

บ้านไม้ยกสูงหลังนี้ เหลือเพียงพื้นที่ชั้นสองที่พอจะอาศัยหลับนอนได้ มีตายาย และหลานสาวหนึ่งคน ยังอาศัยอยู่ด้วยกันมานานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะเป็นห่วงข้าวของภายในบ้าน ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล นี่จึงถือเป็นครั้งแรกที่ความช่วยเหลือหยิบยื่นเข้ามาถึง

ถัดจากบ้านหลังนี้ ยังมีชาวบ้านอีกเกือบ 10 หลังคาเรือน ที่ยังอาศัยอยู่ในบ้าน บ้างอยู่กับสัตว์เลี้ยง บ้างอยู่กับผู้สูงอายุ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำสะอาด

ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่ายสำหรับ อาสากู้ภัย เพราะต้องเดินทางไกลหลายกิโลเมตร ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว และตระเวนไปทุกบ้าน เพื่อเข้ามาให้ถึงจุดที่เดือดร้อนมากที่สุด หยิบยื่นน้ำใจและเสียงหัวเราะให้กับพวกเขา

อุทกภัยครั้งนี้พัดพาความทุกข์ตรมมาให้ชาวบ้านแทบทุกหย่อมหญ้า หลายคนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแบบไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ จึงเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ที่ช่วยสร้างความหวังให้พวกเขาต่อสู้กับภัยพิบัติครั้งนี้ต่อไปได้

สอวช. จัดงานใหญ่ ยก “คนรุ่นใหม่” เป็นขุมพลังแห่งอนาคต

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เตรียมจัดงานใหญ่ CEO Innovation Forum 2019 “Empowering the Next Gen for the Future: ขุมพลังคนรุ่นใหม่แห่งอนาคต” งานแสดงศักยภาพคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มากล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Next Gen, Science, Innovation & Entrepreneurship: New Waves of the Thai Economy” และยังได้รับเกียรติจาก ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงาน

หนึ่งในภารกิจของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและบูรณาการด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตามนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ

และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและชุมชน และวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว

โดย สอวช. เล็งเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นทั้งวิกฤตและโอกาสสำหรับประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต และการประกอบธุรกิจให้มีความสามารถพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน

โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทาย และพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง องค์กร และประเทศ สอวช. จึงได้จัดงาน CEO Innovation Forum 2019 ภายใต้แนวคิด “Empowering the Next Gen for the Future: ขุมพลังคนรุ่นใหม่แห่งอนาคต” ขึ้น

เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้บริหารจากภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา และคนรุ่นใหม่ ที่จะได้มารับฟังการเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มและกระแสความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต

การเรียนรู้ และการประกอบอาชีพในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

โดยงาน CEO Innovation Forum 2019 “Empowering the Next Gen for the Future: ขุมพลังคนรุ่นใหม่แห่งอนาคต” จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยภายในงาน ประกอบด้วยเวทีสัมมนาที่จะมีทั้งการแลกเปลี่ยนนโยบายและมุมมองจากหน่วยงานภาครัฐอย่าง สอวช.

โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. จะมาแลกเปลี่ยนถึงความก้าวหน้าในการปฎิรูประบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนมาให้ข้อมูลคาดการณ์ความต้องการกำลังคนและทักษะอาชีพเกิดใหม่

นอกจากนี้ ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนจากคนรุ่นใหม่ในการเสวนาพิเศษหัวข้อ “CEO Visions: Empowering the Next Gen for the New Economy” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เจษฎา วรรณสินธุ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท กิสโค จำกัด ที่จะมาพูดถึงการศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการวิจัยและพัฒนาในระดับ Deep tech

และคุณนิธินันท์ บุญวัฒนพิศุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทรู แอกซิออน อินเตอร์แอกทีฟ จำกัด ที่จะมาพูดถึงมุมมองศักยภาพอุตสาหกรรมเกมส์และกีฬา e-sport ในประเทศไทย และทักษะในอนาคตที่เด็กไทยควรตื่นตัว ตลอดจนยังมีเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “Next Gen: Drivers for New Growth of Local Economy”

ที่จะเป็นเวทีที่รวบรวมคนรุ่นใหม่ที่นำศักยภาพของตนเองลงไปทำงานในพื้นที่ชุมชน อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยวในชุมชน เกษตรอินทรีย์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณนฤมล ทักษอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด (ธุรกิจกาแฟ) ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

คุณสมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้ง Local Alike (ธุรกิจการท่องเที่ยวในชุมชน) และคุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามพรานริเวอร์ไซด์ จำกัด นอกจากนั้นภายในงานยังได้พบกับ การประชันความคิดหัวข้อ “The Next Gen for the Future” โดย กลุ่มคนรุ่นใหม่ Young Scientist, BCG, Startup อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ : www.ones.or.th/ceo2019 งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ว่าฯ อุบลฯ แจงดราม่า ชาวบ้านร้องไห้ไม่ได้ของบริจาค

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แม่น้ำมูลลดลงเฉลี่ยวันละ 8 เซนติเมตร
  • ประเด็นดราม่า ร้องไห้ไม่ได้ของบริจาค ผู้ว่าฯ อุบลฯ แจงว่า อาจเกิดความเครียดสะสมในช่วงที่มีน้ำท่วม และการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน
  • สำหรับเรื่องการนำเงินบริจาคมาใช้ ผู้ว่าฯยืนยันว่า สามารถนำเงินบริจาคมาใช้ได้ในทันทีตามระเบียบของกระทรวงการคลัง

นายสฤษดิ์ วิฑูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมมีแนวทางที่คลี่คลาย หลังระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลงเฉลี่ยวันละ 8 เซนติเมตร หรือ อาจมากกว่านั้น หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม

ขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลจากจังหวัดยโสธรมายังจังหวัดอุบลราชธานีมีปริมาณ 4,950 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายออกลงสู่แม่น้ำโขงที่ประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล อยู่ที่ปริมาณ 6,200 ล้านลูกบาศก์เมตร

ซึ่งทางกรมชลประทานจะใช้โอกาสที่แม่น้ำโขงลดต่ำ ลงกว่าตลิ่ง 2 เมตร 32 เซนติเมตร นำเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 100 เครื่องมาติดตั้งเพิ่มเติมภายในวันนี้

ส่วนประเด็นดราม่าชาวบ้านที่ออกมาร้องไห้ เนื่องจากไม่ได้รับสิ่งของช่วยเหลือ นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เผยว่า อาจเกิดความเครียดสะสมในช่วงที่มีน้ำท่วม และการสื่อสารที่ไม่เข้าใจในการขอรับสิ่งของ ที่อาจมีขั้นตอนในการลงทะเบียนเพื่อความถูกต้อง

ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการสิ่งของบริจาคที่มีเข้ามาจำนวนมากไปยังประชาชนให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ไปยังบ้านเรือนประชาชนที่ต้องการรับสิ่งของช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ยังได้ออกมาขอโทษ หลังแถลงข่าวคลาดเคลื่อน เรื่องระเบียบในการใช้เงินบริจาค โดยยืนยันว่า สามารถนำเงินบริจาคมาใช้ได้ในทันทีตามระเบียบของกระทรวงการคลัง

ไม่ต้องนำส่งสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นกรณีเหตุภัยพิบัติ โดยคาดว่าจะนำเงินบริจาคช่วยเหลือประชาชนในช่วงการฟื้นฟูบ้านเรือน และกรณีของผู้เสียชีวิตให้เป็นเงินชดเชยเพิ่มเติม

วันนี้มาแจกข้าวต้มค่ะแต่มียายคนหนึ่งมาระบายความในใจอย่างน่าสงสารนางน้ำปั่นเงินล้านช่วยเหลือเบื้องต้น500บาทค่ะ

โพสต์โดย นาง น้ำปั่นเงินล้าน เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2019