เร่งหาซาก”พะยูนตาย” กลางทะเลตรังตัวที่ 11 ในรอบปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์สูญเสียพะยูนไทยยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ในช่วงเวลาไม่ถึง 10 เดือนพบพะยูนตายไปแล้ว 19 ตัว
  • เจ้าหน้าที่เตรียมค้นหาซากพะยูนตัวที่ 11 ของจังหวัดตรังในรอบปี

เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 เตรียมนำเรือออกไปค้นหาซากพะยูนกลางทะเลตรังอีกครั้ง หลังต้องหยุดค้นหา เนื่องจากฝนตกหนักคลื่นลมแรง

การค้นหาซากพะยูนดังกล่าว นายสมศักดิ์ พันธุเมต ประธานชมรมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดตรัง บอกว่า นักท่องเที่ยวที่ล่องเรือระหว่างเกาะยา จังหวัดตรัง ไปยังเกาะไหง จังหวัดกระบี่ ส่งภาพซากพะยูน ซึ่งลอยตายอยู่ในทะเลในลักษณะนอนหงาย ลำไส้ทะลักออกมาให้เจ้าหน้าที่

ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า ขอความร่วมมือชาวประมงให้ช่วยค้นหา ส่วนการสังเกตซากพะยูนตามที่ผู้พบได้ถ่ายภาพส่งมายืนยันนั้น คาดว่า พะยูนมีความยาวประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม น่าจะตายมาแล้วประมาณ 7 วัน

และคาดว่าเป็นพะยูนวัยเจริญพันธุ์ โดยบริเวณครีบซ้ายมีรอยบอบช้ำ สันนิฐานว่าเกิดการตายอย่างเฉียบพลัน และนับเป็นพะยูนตัวที่ 11 ที่ตายในทะเลตรังปีนี้ และถือเป็นวิกฤติหนักของทะเลตรัง ส่วนข้อมูลการบินสำรวจประชากรพะยูนเมื่อต้นปีบริเวณทะเลตรัง ซึ่งเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศมีประมาณ 187 ตัว แต่ขณะนี้พะยูนตายลงต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า มีรายงานพะยูนตาย พบที่กลางทะเลตรัง นับเป็นตัวที่ 19 ของปีนี้ ยังไม่ได้นำเข้าฝั่ง จึงยังไม่ทราบสาเหตุ

ปรกติพะยูนตาย 10-12 ตัวต่อปี แต่ปีนี้ยังไม่ถึง 10 เดือน ตายไปแล้ว 19 ตัว ตัวเลขนี้คิดเป็นเกือบ 10% ของพะยูนที่ตรัง-กระบี่ จากจำนวน200 ตัว มากเกินกว่าการเกิดทดแทนได้ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้น ปีนี้จำนวนพะยูนเราอาจลดลง หลังจากค่อยๆ เพิ่มมาในระยะหนึ่ง

ขณะที่เพจ ReReef ระบุข้อมูลของปีนี้นับว่าเกิดการสูญเสียสูงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยพบประมาณปีละ 10-12 ตัว ซึ่งก็นับว่าสูงมากแล้วกับกลุ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่คาดว่าเหลืออยู่เพียง 200-250 ตัวเท่านั้นในประเทศไทย

ด้วยอัตราการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติที่ต่ำ หากต้องการให้พะยูนอยู่คู่ทะเลไทย จะต้องป้องกันไม่ให้มีอัตราการตายสูงเกิน 5% ต่อปี หมายความว่าไม่ควรมีพะยูนเสียชีวิตเกิน 10-12 ตัวต่อปี ถ้าสูงกว่านี้ประชากรจะค่อยๆ ลดลง จนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

เพจดังกล่าวระบุว่า จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร้อยละ 90 ของสาเหตุการตายของพะยูนคือ การติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งคงต้องเร่งหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป

ภรรยากู้ภัยเศร้า สามีเสียชีวิตในวันเกิด หลังเข้าช่วยเหลือเหตุน้ำท่วมจนล้มป่วยเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • หัวหน้าหน่วยกู้ภัยฯ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ขณะที่ตัวเองกำลังป่วยอยู่
  • หลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยเสร็จกลับถึงบ้าน อาการป่วยทรุดหนักจนต้องเข้าไอซียู กระทั่งมีอาการช็อกจนเสียชีวิต
  • นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจอาสาสมัครกู้ภัยที่เสียชีวิตหลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

บรรยากาศของศพของนายดำรงศักดิ์ เจียดประโคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า หลังนายดำรงศักดิ์ เสียชีวิตหลังเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี จนล้มป่วยเสียชีวิตลงในวันเกิดของภรรยา 13 กันยายน 2562

นางสาวรัตนาวดี ถิ่นนคร ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า สามีซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อำเภอบ้านกรวด ได้รีบเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระหว่างขับรถเดินทางกลับ สามีบ่นว่าตัวร้อนและปวดหัว และเริ่มขับรถเซไปมา กระทั่งถึงบ้านก็อาการก็ทรุด ถึงขั้นเข้าห้องไอซียู ในวันสุดท้ายสามียังบอกว่าสู้ๆ ก่อนจะช็อกเสียชีวิต

ทางด้าน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเสียใจกรณีนายดำรงศักดิ์ อาสากู้ภัย ที่มีอาการป่วยและเสียชีวิตหลังจากไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถือเป็นการเสียสละต่อผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง

เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงในสเปน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงเนื่องจากฝนตกหนักในสเปน ทำให้บ้านเรือนเสียหายและมีผู้เสียชีวิต 6 ราย
  • สนามบินบางแห่งต้องปิดทำการ
  • บางพื้นที่ในสเปนมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

เกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงเป็นบริเวณกว้างเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน ทำให้รถยนต์และบ้านเรือนเสียหาย ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 6 ราย

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า อาจมีผู้สูญหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้มากถึง 3,500 รายเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยชีวิตประชาชนหลายพันคนอย่างปลอดภัย ในระหว่างการเกิดพายุพัดถล่มเมืองวาเลนเซีย, เมืองมูร์เซีย และแคว้นปกครองตนเองอันดาลูเซีย บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของสเปน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า บางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดทำการสนามบินในเมืองอัลเมเรียและเมืองมูร์เซีย รวมถึงระงับให้บริการรถไฟระหว่างเมือง, ถนนสายหลัก และโรงเรียน

นายเปโดร ซานเชซ รักษาการนายกรัฐมนตรีสเปน ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ในเมืองอาลีกันเต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งหลายพื้นที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ

โดยปกติ พื้นที่ดังกล่าวเกิดพายุพัดถล่มเป็นประจำทุกปี แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ทุ่งนากลายเป็นทะเลสาบ และน้ำโคลนไหลบ่าเข้าท่วมสิ่งปลูกสร้างและถนนในพื้นที่

เมื่อวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ฝนเริ่มเบาบางลง หลังกระหน่ำตกอย่างหนักนานถึง 2 วัน โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาสเปน ได้ลดระดับการแจ้งเตือนฝนตกจากระดับ “อันตรายร้ายแรง” มาเป็น “มีความเสี่ยง” เนื่องจากพายุเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกมุ่งหน้าไปทางตอนกลางของสเปน