กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม น้ำรอระบายหลายจุด แนะขับรถระวัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ฝนตกในหลายพื้นที่ กทม. และปริมณฑลนานกว่า 2 ชั่วโมง
  • ทำให้มีน้ำท่วมขังบนถนนรอการระบาย อาทิ ถนนลาดพร้าวขาออก, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนสุขุมวิท 71,ถนนงามวงศ์วาน
  • เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแนะขับรถระมัดระวัง

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. หลายพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑล ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนหลายจุด อาทิ ถนนรามคำแหง, พหลโยธิน ถนนลาดพร้าวขาออก ช่วงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว รวมถึง งามวงศ์วาน และรัตนาธิเบศว์ จ.นนทบุรี

ขณะที่ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร เผยว่า จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องเขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว บางซื่อ ดุสิต พญาไท ราชเทวี ดินแดง ห้วยขวางสวนหลวง วัฒนา ประเวศ สะพานสูง คันนายาว ลาดกระบัง

มีฝนปานกลาง เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงใต้ ปริมาณฝนสูงสุดเขตจตุจักร 36 มม. โดยพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดคือเขตวัฒนา 79 มม. ดังนั้นประชาชนที่ขับรถอยู่บนถนน ให้ใช้ความความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาพบางส่วนจาก RT@TavTee 

ไขข้อสงสัย!! กับกรณีการส่งต่อผู้ป่วย จากสนามบินไปโรงพยาบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์เรื่องราว คุณพ่อป่วยหนักระหว่างเดินทางมาถึงสนามบิน ทางครองครัวจึงเรียกรถ 1669 แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถขับเข้าไปรับในสนามบินได้
  • หลังเข้ารับการรักษา ทางครอบครัวได้โทรสอบถามถึงการใช้สิทธิฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
  • ปรากฏว่าไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากไม่ได้เรียกรถ 1669 มายังโรงพยาบาลโดยตรง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก วันดี สันติวุฒิเมธี โพสต์ข้อความเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยจากสนามบินดอนเมืองไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยคุณพ่อของผู้โพสต์ได้เดินทางกลับจาก จ.อุดรธานี มายังสนามบินดอนเมืองเวลา 21.15 น. ด้วยอาการปวดท้องอย่างหนักจนหายใจสั้นมาก

โดยก่อนขึ้นเครื่องจากอุดรฯ คุณพ่อโทรมาให้ลูกๆ มารอรับเพื่อพาไปหาหมอ แต่เมื่อถึงสนามบินทางสายการบินกลับใช้รถเข็นพาพ่อไปที่คลินิคของโรงพยาบาลเอกชนที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งในเวลานั้นคุณพ่อเริ่มมีอาการปวดท้องมากจนทางคลินิคต้องให้น้ำเกลือ

ต่อมาทางครอบครัวได้โทรเรียก 1669 เพื่อให้มารับคุณพ่อที่สนามบิน แต่ทาง 1669 ได้แจ้งว่าไม่สามารถเข้าไปรับที่สนามบินได้ เนื่องจากเป็นเขตต้องห้ามม่ให้รถพยาบาลอื่นเข้าไป จึงแจ้งว่าให้นำผู้ป่วยออกมานอกเขตสนามบินเพื่อที่จะรับไปส่งที่โรงพยาบาล

ทางครอบครัวประเมินแล้วไม่กล้าพาคุณพ่อขึ้นรถส่วนตัว

ทางครอบครัวจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะพาคุณพ่อขึ้นรถยนต์ส่วนตัว เพื่อพาออกนอกเขตสนามบินและส่งตัวขึ้นรถกับทาง 1669 จึงตัดสินใจใช้บริการรถพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนให้ไปส่งโรงพยาบาลอื่นแทน แต่รถพยาบาลที่เรียกสามารถส่งโรงพยาบาลในรัศมีแค่ 8 กม. เท่านั้น สุดท้ายจึงติดต่อไปยังโรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยมีรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลมารับ ช่วงประมาณตี 5 ของวันที่ 7 ส.ค.62

โดยแพทย์ได้ประเมินว่าคุณพ่อต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เพราะลำไส้เสี่ยงต่อการปริแตก และอาจเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จนได้เข้าห้องผ่าตัดช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 7 ส.ค.62 ต่อมาคุณพ่อต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งที่ 2 อีกสัปดาห์ถัดมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยพักรักษาตัวถึง 1 เดือน และออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่าน

ต่อมาทางครอบครัวได้ติดต่อไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ UCEP เพื่อสอบถามถึงการใช้สิทธิฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ทาง Call Center แจ้งว่า อาการของคุณพ่อเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินจริง แต่ไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ เพราะคุณพ่อไม่ได้มาถึงโรงพยาบาลวิชัยยุทธด้วยรถ 1669 หรือ รถยนต์ส่วนตัวของครอบครัว แต่เถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น ไม่ใช่เคสที่ป่วยแล้วมาโรงพยาบาลเลย

ทาง UCEP จึงให้ทำจดหมายร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพราะทาง UCEP ไม่สามารถให้เราใช้สิทธินี้ได้ ยกเว้นจะขับรถพาคุณพ่อไปส่งโรงพยาบาลด้วยตนเองหรือเรียกรถ 1669

คำชี้แจงจากทาง ‘ท่าอากาศยานดอนเมือง’

ทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถพยาบาล 1669 หรือรถพยาบาลของโรงพยาบาลภายนอกที่ต้องการเข้ามารับผู้ป่วยภายในท่าอากาศยานและภายในเขตพื้นที่เขตการบิน สามารถกระทำได้มิได้มีข้อห้ามแต่อย่างใด

แต่ทั้งนี้ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ในเขตการบิน (airside) นั้น เป็นพื้นที่ควบคุม ต้องผ่านกระบวนการตรวจค้นและจำเป็นต้องมีรถนำของสนามบินนำเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ ตามระเบียบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในกระบวนการดังกล่าวพอสมควร ในการที่จะเข้าไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์วันนั้น ทางคลินิกได้ประสานโรงพยาบาลตามที่ผู้ป่วยและญาติร้องขอ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้รับการปฏิเสธในการมารับผู้ป่วย จึงได้ประสานและนำส่งโรงพยาบาลภูมิพลทันที) รวมทั้งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงวันนั้น ทีมแพทย์สนามบินได้ไปรอรับผู้ป่วยทันทีที่ได้รับการประสานจากสายการบินและถึงจุดจอดก่อนเครื่องบินลงจอด และดำเนินการส่งต่อตามมาตรการและขั้นตอนดังกล่าว

ท่าอากาศยานดอนเมืองจะประสาน 1669 เพื่อปรับกระบวนการในการส่งต่อผู้ป่วยภายใต้มาตรฐานการบริการการแพทย์ฉุกเฉินและมาตรฐานความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

ถ้าหากเกิดป่วยฉุกเฉินในสนามบินต้องทำไง?

เขตพื้นที่ airside มีทีมแพทย์ของสนามบิน ซึ่งเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและสามารถเข้าให้การดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉิน ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการแทนและส่งตัวผู้ป่วยให้กับรถพยาบาลของ 1669 ในพื้นที่นอกเขตการบินต่อไป

เนื่องด้วยฝ่ายการแพทย์และโรงพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่แทนฝ่ายการแพทย์นอกเวลา มีภาระกิจในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในสนามบินดอนเมือง ทั้งในพื้นที่เขตลานจอด บริเวณพื้นที่อาคารผู้โดยสาร และพื้นที่อื่นในเขตสนามบิน

โดยทีมแพทย์จะทำการประเมิน ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลที่มีศักยภาพระดับตติยภูมิที่ใกล้ที่สุด คือโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หรือโรงพยาบาลใกล้เคียงหากได้รับการร้องขอจากผู้ป่วยหรือญาติ

ข้อมูลจาก : วันดี สันติวุฒิเมธี , AOT Official

ซูเปอร์โพล เผยปชช. ร้อยละ 47.3 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจทำให้นอนไม่หลับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ ปัญหาการนอนคนไทยกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,109 ตัวอย่าง
  • ร้อยละ 96.5 ระบุ ว่าเป็นเพราะที่รองนอน ฟูก หมอน ร้อยละ 47.3 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจ ขัดสนเงินทองเป็น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปัญหาการนอนคนไทยกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,109 ตัวอย่างดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง1 – 13กันยายน พ.ศ. 2562ที่ผ่านมา พบว่า

  • ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.1 ระบุเมื่อถึงเวลานอนต้องใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับ
  • ร้อยละ 48.2 ระบุตื่นก่อนเวลาที่ตั้งใจจะตื่นนอน
  • ร้อยละ 34.5 ระบุมีปัญหาสะดุ้งตื่นขณะหลับไปแล้ว
  • ร้อยละ 90.9 ระบุในช่วง 30 วันที่ผ่านมาเคยตื่นขึ้นมา ปวดคอ ปวดหลัง ปวดชาเมื่อยตามตัว
  • ร้อยละ 9.1 ไม่เคยมีปัญหา

ส่วนสาเหตุของการนอนไม่หลับสาเหตุใหญ่

  • ร้อยละ 96.5 ระบุ ว่าเป็นเพราะที่รองนอน ฟูก หมอน
  • ร้อยละ 47.3 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจ ขัดสนเงินทอง
  • ร้อยละ 45.2 ปัญหาการทำงาน
  • ร้อยละ 30.5 ปัญหาสภาพแวดล้อม
  • ร้อยละ 20.6 ปัญหาการเมือง

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ปัญหาการนอนคนไทยเป็นปัญหาใหญ่เพราะเท่าที่มีข้อมูลเคยพบว่าการนอนเป็นปัจจัยสำคัญทำให้คนมีความสุขสูงมากแต่เมื่อคนไทยเกิดปัญหานอนไม่หลับจึงจำเป็นต้องดูหลาย ๆ ปัจจัยและโพลนี้ชี้ให้เห็นว่านอกจากที่รองนอน ฟูก หมอนเป็นสาเหตุสำคัญแล้วยังมีปัญหาเศรษฐกิจ การทำมาหากินขัดสนมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ปัญหาในที่ทำงาน ปัญหาตกงาน ปัญหาสภาพแวดล้อม และความเบื่อหน่ายต่อการเมืองที่ทำให้คนไทยคาดหวังสูงแต่เข้ามาก็มีแต่ความขัดแย้งยังไม่มีผลงานช่วยแก้ความเดือดร้อนของประชาชนชัดเจน

ดังนั้นถ้าจะเพิ่มความสุขให้คนไทยรัฐบาลอาจจะให้ความสนใจสนับสนุนให้คนไทยมีปัจจัยเกื้อหนุน “ความสุขจากการนอน” ให้มากขึ้น คือ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าปัญหาการเมืองตามผลโพลที่ค้นพบล่าสุด และสนับสนุนทำให้ประชาชนมีที่รองนอน ฟูก หมอน ที่นอนที่เอื้อต่อความสุขของคนไทย