เตือนอย่าตื่นตระหนก!! ข่าวพบขยะพลาสติกในปลาทู

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จังหวัดตรัง เตือนอย่าตื่นตระหนกกับการพบขยะพลาสติกขนาดเล็กในปลาทู
  • ชี้อยากให้ตระหนักถึงเรื่องการไม่ทิ้งขยะให้มากที่สุด

ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล จังหวัดตรัง โดยนางสาวเสาวลักษณ์ ขาวแสง ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จังหวัดตรัง กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการวิจัยเนื่องมาจากการที่ทางศูนย์ฯ ได้เก็บขยะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-09.30 น. จากนั้นก็จะนำมาแยกเป็นประเภทต่างๆ แล้วชั่งน้ำหนัก เพื่อเป็นการจดบันทึกข้อมูลว่า ในแต่ละรอบเดือน ในแต่ละรอบปี มีปริมาณขยะในแต่ละชนิดประมาณเท่าไหร่

กระทั่งได้มาเจอปัญหาในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะในบริเวณหาดเจ้าไหม ซึ่งมีปลาเศรษฐกิจทั่วไปที่ทุกคนสามารถบริโภคได้ และมีราคาที่ไม่สูงเกินไป อยู่เป็นจำนวนมาก

ทางศูนย์ฯ จึงได้เริ่มเก็บตัวอย่างปลาทู มาจากกลุ่มประมงขนาดเล็ก เฉพาะน่านน้ำในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แล้วนำปลามาแยกในส่วนของกระเพาะเข้าห้องแล็ปปฏิบัติการ จึงได้พบไมโครพลาสติกประมาณ 78 ชิ้น ต่อ 1 กระเพาะ จึงทำให้เกิดงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมา

ซึ่งโดยหลักวิชาการทั่วไป ไมโครพลาสติกจะมีขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เพราะมีขนาดเล็กมาก เพราะเกิดมาจากการแตกหักของพลาสติกชิ้นใหญ่ในประเภทต่างๆ แล้วด้วยปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ความเค็ม กระแสน้ำ จะทำให้พลาสติกแตกหักเป็นชิ้นเล็กๆ เรื่อยๆ จนกลายเป็นไมโครพลาสติก และปลาทูได้กินเข้าไปดังกล่าว

ทั้งนี้ อยากฝากเตือนประชาชนว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวนี้ จนไม่กล้ากินปลาทู เพราะขยะเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในเฉพาะปลาทูอย่างเดียว และไม่ได้เฉพาะเจาะจงบริโภคเฉพาะตัวของกระเพาะ เนื่องจากยังคงวิจัยต่อไปว่าในเนื้อเยื่อของปลามีการพบไมโครพลาสติกหรือไม่ ซึ่งไม่ถึงขั้นที่จะต้องตัดปลาจำพวกนี้ออกจากระบบห่วงโซ่อาหาร เพียงแต่เมื่อผลการวิจัยออกมา ต้องยอมรับความจริง และอยากให้ตระหนักถึงเรื่องการไม่ทิ้งขยะให้มากที่สุด

ไฟไหม้อาคารใกล้ ‘โบ๊เบ๊ ทาวเวอร์​’ ร้านค้าใกล้เคียงได้รับผลกระทบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง​ 7​ ชั้น​ ใกล้ทางเข้าโบ๊เบ๊ ทาวเวอร์​
  • เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือ บาดเจ็บ
  • เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ​ เพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง​ 7​ ชั้น​ ปลูกติดกันหลายคูหา ใกล้ทางเข้าโบ๊เบ๊ ทาวเวอร์​ ​ซอยดำรงรักษ์​ แขวงคลองมหานาค​ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย​ กรุงเทพ​ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง , เจ้าหน้าที่รถป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร​ , รถกระเช้าจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร​ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร เลขที่​ 1082/10 ชื่อร้านเจียงบูติค​ เป็นร้านขายเสื้อผ้า​ ประตูเหล็กด้านล่างถูกล็อคไว้ และเกิดแสงเพลิงขึ้นที่บริเวณชั้นที่​ 2 ก่อนจะลุกลามขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชั้นบนเป็นที่เก็บสต็อกเสื้อผ้าโหล​​ เจ้าหน้าที่ต้องพังประตูเหล็ก​ และระดมฉีดน้ำจำนวนหลายหัวฉีดเพื่อสกัดกั้นเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลาม​ โดยใช้เวลากว่า​ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ​

จากการสอบถาม น.ส.ปริณดา​ ไพศาลเจริญวงศ์​ อายุ​ 28​ ปี​ ลูกสาวเจ้าของร้าน ระบุว่า​ ก่อนเกิดเหตุ​เวลา​ 22.00​ น. ได้ปิดร้านและเดินทางกลับบ้านตามปกติ​ ขณะนั้นไม่มีสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด​ กระทั่งในเวลาต่อมา​ เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าร้านเกิดเพลิงไหม้จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ​ เบื้องต้นไม่มีลูกจ้างของร้านพักอาศัยอยู่ภายใน​ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถระบุได้

ด้าน​ พ.ต.อ.สมยศ​ เปิดเผยว่า​ จากการตรวจสอบพบว่ามีแสงเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นที่​ 2 ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วจนถึงชั้นที่​ 6 เนื่องจากตึกดังกล่าวเป็นที่เก็บเสื้อจึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี​ ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว​ ส่วนชั้นที่​ 7​ ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้า​ จะเป็นที่พักของคนงานและสามารถทะลุเชื่อมถึงกันได้ทั้งอาคาร​ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ติดค้าง​ด้านบน​ตึก​ ประมาณ​ 10 คน

แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าทุกคนได้วิ่งลงมาทางบันไดหนีไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว​ โดยเบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม​ จะสอบปากคำเจ้าของร้านต้นเพลิงอย่างละเอียดอีกครั้ง​ ก่อนจะประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ​ เพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป

ที่มา : สวพ.FM91, อาสาป่อเต็กตึ๊ง

ร.อ.ธรรมนัส!! ตอบกระทู้ถามสดฝ่ายค้าน ย้ำชัด ตนเองบริสุทธิ์ ท้าคนแฉหาหลักฐานมายืนยัน

*ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับถูกควบคุมตัวคดียาเสพติด 3 ปี 1 เดือน ก่อนศาลยกฟ้อง และอัยการไม่อุทธรณ์
*ยืนยันอยู่ออสเตรเลีย 4 ปี ในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา
*ดีใจใช้เวทีนี้ชี้แจงเรื่องอดีต

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย พลตำรวจโทวิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกสื่อต่างประเทศขุดคุ้ยว่า เคยถูกคดีค้ายาเสพติด และติดคุก 4 ปีที่ออสเตรเลีย

โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ร้อยเอกธรรมนัส มาตอบกระทู้แทนพลตำรวจโทวิศณุ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในอดีต ตนเคยเป็นผู้กำกับ1 กองปราบปราม เมื่อปี2541-2542

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า

ตอนนั้นเราพบกันครั้งหนึ่งแล้ว โดยตนเป็นพนักงานสอบสวน คดีร่วมกันฆ่า ดร.พูลสวัสดิ์ จิราภรณ์ ซึ่งตอนนั้นตนรับผิดชอบสำนวนการสอบสวน ในที่สุดฝ่ายสอบสวนมีความเห็นเสนอสำนวนไปยังอัยการสั่งฟ้อง

ทั้งนี้ ร้องเอกธรรมมนัส เคยให้สัมภาษณ์ว่า เคยถูกควบคุมตัว 3 ปี 1 เดือน ก่อนศาลยกฟ้อง และอัยการไม่อุทธรณ์ ขณะที่เรื่องคดียาเสพติด ประเด็นคือ ในช่วงก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการทักท้วงเรื่องคุณสมบัติของร้อยเอกธรรมมนัส

โดยท่านออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่นำเข้าออสเตรเลีย แต่เป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ในสถานที่ซึ่งคนร้ายทำความผิด และท่านถูกจำคุกแค่ 8 เดือน จากนั้นท่านก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย

แต่มาวันนี้ หนังสือพิมพ์ออสเตรเลีย ได้ออกรายงานพิเศษ เรื่อง จากผู้รายสู่รัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นว่า ได้มีการติดต่อให้ ร้อยเอกธรรมนัส ชี้แจง ซึ่งท่านก็ชี้แจงในประเด็นเดิมเหมือนที่เคยชี้แจงกับสื่อมวลชน

แต่ในรายงานของหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ปรากฎทั้งคำรับสารภาพ และคำให้การของตำรวจ และปรากฎถึงการดักฟังทางโทรศัพท์ ซึ่งมีรายละเอียดมากมายยืนยันว่าท่านเกี่ยวข้องแน่นอน

จึงขอถามนายกรัฐมนตรี ว่า ในช่วงตั้ง ครม. มีข่าวว่ารัฐมนตรีคนนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานานแล้ว และมีผู้ทักทวงจำนวนมาก

ถามว่า นายกฯ ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกในเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร เหตุใดจึงไม่พบข้อเท็จจริงตามที่สื่อออสเตรเลียรายงาน หรือตรวจพบแล้วปกปิดช่วยเหลือกัน และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ท่าน นายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร

ด้านร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาตอบกระทู้กรณีเรื่องส่วนตัวของตนเอง โดยตั้งคำถามว่า นายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้วของตน

อยากเรียนถึงคนไทยทั่วประเทศ ขออนุญาตกลับไปเรื่องที่ พลตำรวจโทวิศนุ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ 2540-2541 ประเด็นคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ ตนขออ่านใบสำคัญของคดี ดำเลขที่ 10089/2541 และคดีแดง3404/2546 ว่าบัดนี้คดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลอาญาสั่งยกฟ้องไม่มีลงโทษใดๆ และอัยการก็ไม่อุทธรณ์ประเด็นใด ๆ ทั้งสิ้น

อยากกราบเรียนว่าคดีต่างๆในไทยตนไม่เคยถูกคำพิพากษาว่าทำความผิดในคดีใด ๆ ทั้งนั้น ส่วนประเด็นคดียาเสพติดออสเตรเลีย ทั้งประเด็นคำรับสารภาพ การดักฟัง คำให้การของตำรวจ

กราบเรียนว่า หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของนายไมเคิล ได้ส่งอีเมลมาหาตนและพยายามขอคุย ตนก็ตอบไปว่าจะไปคุยกับคุณเรื่องอะไร เพราะคุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ พร้อให้ไปดูประวัติการทำข่าวของคุณในอดีต รวมทั้งคุณอ้างว่ามีคำตัดสินศาล อ้างคำให้การ และอ้างว่าตำรวจมีเครื่องดักฟัง

ร้อยเอกธรรมมนัส ย้ำว่าได้แถลงข่าวไปแล้วในข้อเท็จจริง ทั้งนี้โทษการนำเข้า ส่งออก เฮโรอีน โทษต่ำสุดคือ 10 ปี แต่หากเป็นเฮโรอีนจำนวนตามข่าวคือ จำคุกตลอดชีวิต ขอย้อนถามว่าท่านไม่เคยศึกษากฎหมายของประเทศออสเตรเลียเลยหรือ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยืนยันว่า คดีนี้มันไม่มีคำพิพากษา แต่มันเป็น Plea Bargaining (การต่อรองคำรับสารภาพ) โดยในขณะนั้นตนเป็นเด็กตัวเล็กๆ จากบ้านนอกจังหวัดพะเยา ภาษาอังกฤษยังไม่รู้เรื่องเลย จะไปเป็นมาเฟียที่ออสเตรเลียได้อย่างไร

ยันไม่เคยรับสารภาพว่าขนยา ค้ายา แต่มีหน้าที่เป็นพยานให้ผู้ต้องหาอีกคน

ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยัน ตนไม่เคยรับสารภาพว่าขนยา ค้ายา หากเป็นข้อเท็จจริงไปเอามาเลยว่ารับสารภาพตรงไหนPlea Bargaining (การต่อรองคำรับสารภาพ) ผมไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวนอะไรเลย ตนถูกกักขัง 8 เดือน หลังจากนั้นส่งไปทำงานที่ฟาร์มผู้ต้องขังของเด็กเกเร ตกเย็นก็กลับไปนอนที่เจ้าหน้าที่ให้นอน ใช้ชีวิตอยู่ถึง 4 ปี

อัยการของเมืองซิดนี่ ผู้พิพากษาท้องถื่น บอกว่า ตนต้องมีหน้าที่เป็นพยานให้ผู้ต้องหาอีกคนที่เป็นฝรั่ง เมื่อครบ 4 ปี ตนไม่อยากกลับ อยากใช้ชีวิตครอบครัว แต่เมื่อรัฐบาลเขามีนโยบายให้กลับ ตนก็กลับโดยไม่มีคดีติดตัว

ยืนยันว่าตนอยู่ 4 ปี ในฐานะพยาน โดยคดีนี้ท้ายสุด ผู้ต้องหาที่เป็นฝรั่ง ยกฟ้อง ลองคิดดูว่าอะไรเป็นอะไร

ร้อยเอกธรรมมนัส กล่าวด้วยว่า ตนอยู่กับปัจจุบัน และถือว่าวันนี้โชคดีที่ได้ใช้เวทีนี้มาชี้แจงเรื่องในอดีต ขณะที่ต่อไปนี้จะเอาจริงในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าท่านใดก็ตามที่พาดพิงในเรื่องนี้

“ผมจะไม่ยอมให้อดีตมาทำลายอุดมการณ์ว่าชีวิตที่เหลือของผมจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน ผมจะไม่ยอมอยู่กับเรื่องเก่าๆ ที่เหมือนเป็นฝันร้ายของผม หลังจากวันนี้ฝันร้ายวันนี้จะต้องหายไปจากผม”

รอยเอกธรรมมนัส