กลุ่มชาวพุทธฯ แจ้งความเอาผิด​ นศ.วาดพระอุลตร้าแมน และกลุ่มคนที่หนุน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน​ เข้าแจ้งความกองปราบ เหตุ​นศ.วาดพระอุลตร้าแมน
  • พร้อมเอาผิดดำเนินคดี​ 5​ ผู้เกี่ยวข้อง​ เชื่อมีเบื้องหลัง เด็กคนเดียวทำไม่ได้

ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ และทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา ร่วมกับกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เข้าพบ ร.ต.ท.หญิง จิราภรณ์ วันโท รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนักศึกษาสาวที่วาดภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน พร้อมอาจารย์ผู้สอนและผู้จัดสถานที่ รวมถึง อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง และนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ ที่ออกความเห็นสนับสนุนรวมทั้งหมด 5 คน

ดร.จรูญ กล่าวว่า วันนี้พวกเรามาแจ้งความเอาผิดต่อบุคคลทั้ง 5 ในข้อหาตามกฎหมายมาตรา 206 “ผู้ใดกระทําด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด” ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 “รัฐพึงต้องมีมาตรการกลไกป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใดฯ”

ซึ่งการวาดภาพพระพุทธรูปลักษณะเป็นพระพุทธชินราช ในลวดลายอุนตร้าแมน ล้อมด้วยเกศแก้วดังกล่าว เป็นภาพที่ใครเห็นก็รู้ได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า จึงเป็นการกระทำที่ทำลายมรดกชาติ ทำร้ายย่ำยีจิตใจของชาวพุทธทั้งประเทศ เพราะพระพุทธรูปเป็นที่ศรัทธาของชาวพุทธทุกคน

อีกทั้งพุทธศาสนา ยังเป็นเบื้องหลังหนึ่งที่ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 3 ล้านล้านรายต่อปี หากนักท่องเที่ยวเข้ามาพบเห็นรูปแบบนี้ ก็จะถูกมองว่าไม่ดี

ดร.จรูญ กล่าวต่อ สำหรับทนายเดชา และ อ.เฉลิมชัย ที่ออกมาพูดให้กำลังใจและระบุว่าการวาดภาพเช่นนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ แม้จะภาพดังกล่าวจะถูกมองเป็นงานศิลปะแต่ไม่นับเป็นความคิดสร้างสรรค์ หากจะเป็นการทำลายในรูปแบบศิลปะ เพราะงานศิลปะจะต้องมีแต่ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญ แต่กลับกันภาพนี้มีแต่คนตำหนิทั่วประเทศ ถึงจะไม่ใช่พุทธรูปจริงๆ แต่เป็นเพียงภาพวาดสมมุติ

แต่สิ่งนี้เป็นสื่อสัญลักษณ์ ตัวแทนของพระพุทธเจ้า แม้อุลตร้าแมนจะมีแนวคิดจากพุทธรูป แต่นั่นก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น จึงมองว่าคำพูดของบุคคลทั้งสอง จะเป็นการส่งเสริมกระทำความผิด อนาคตอาจจะมีคนทำแบบนี้ได้อีก

ดร.จรูญ กล่าวอีก ตนมองว่า เด็กคนเดียวไม่น่าจะทำได้ เพราะต้องใช้เงินที่จะนำภาพไปจัดแสดงในห้างสรรพสินค้าได้ ทั้งนี้ แม้ว่าเด็กจะออกมาขอโทษแล้ว แต่สิ่งกระทำได้เกิดไปแล้ว หากถามว่าถ้าต้องการปกป้องพุทธศาสนาแต่จะไม่ปกป้องเด็กนั้น เราจะปกป้องคนผิดหรือให้การสนับสนุนไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีพรรคการเมืองหนึ่งนำพระพุทธศาสนามาอ้างเป็นสโลแกนทางการเมืองนับว่าเหมาะสมหรือไม่นั้น ดร.จรูญ กล่าวว่า ทางกลุ่มเคยไปฟ้องร้องกับ กกต.แล้วแต่เรื่องยังไม่คืบหน้า เพราะตัวบุคคลของพรรคฯ นับถือศาสนาอื่นแต่เอาศาสนาพุทธมาอ้างถึงนั้นไม่เหมาะสม

เบื้องต้น ร.ต.ท.หญิง จิราภรณ์ รับเรื่องไว้ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

10 ประเทศที่เซ็นเซอร์สื่อมากที่สุดในโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์อัลจาซีร่า รายงาน การจัดอันดับประเทศที่เซ็นเซอร์สื่อมากที่สุดในโลก
  • ประเทศเอริเทรีย เป็นประเทศที่มีการเซ็นเซอร์สื่อมากที่สุด

อัลจาซีร่า รายงานว่า คณะกรรมาธิการปกป้องนักข่าว หรือ CPJ ซึ่งเป็นองค์การในสหรัฐฯ จัดอันดับประเทศที่เซ็นเซอร์การรายงานข่าวมากที่สุดในโลก โดยรัฐบาลเหล่านี้ใช้วิธีการหลากหลายในการเซ็นเซอร์ ทั้งการคุกคาม การคุมขังโดยพลการ การตรวจสอบด้วยวิธีการต่างๆ กระทั่งการแฮ็กข้อมูล โดย 10 ประเทศที่เซ็นเซอร์สื่อมากที่สุด ได้แก่

  • เอริเทรีย ในทวีปแอฟริกา
  • เกาหลีเหนือ
  • เติร์กเมนิสถาน ในทวีปเอเชียกลาง
  • ซาอุดิอาระเบีย
  • จีน
  • เวียดนาม
  • อิหร่าน
  • อิเควทอเรียลกินี ในทวีปแอฟริกา
  • เบลารุส ในทวีปยุโรป
  • คิวบา

พม.ชี้โพสต์ซื้อ-ขายเด็กออนไลน์ ผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

ประเด็นน่าสนใจ

  • โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกมายืนยัน ว่าคนโพสต์ข้อความซื้อขายทารกในโซเชียล มีความผิดตามกฏหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแน่นอน
  • แต่ยังหมิ่นเหม่ว่าจะเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่
  • พ่อแม่ที่มีบุตรโดยไม่พร้อม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือ ได้ที่ สายด่วน 1300

นางสุภัชชา สุทธิพล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า การโพสต์ภาพเด็กทารก และประกาศรับซื้อขายเด็กทารกจากแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (4) ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกินสามหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามเจ้าของโพสต์ หากพบว่าการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์

ทางศูนย์ช่วยเหลือสังคม ได้พยายามติดต่อหนึ่งในผู้อุปการะเด็ก ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามีดาบตำรวจนายหนึ่งรับเด็กไป แต่ยังอยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ารับเด็กไปเพื่ออุปการะหรือกระทำการอื่นใด และอยู่ระหว่างตรวจสอบแฟนเพจและกลุ่มอื่นๆ ที่มีพฤติการณ์คล้ายกัน

แต่หากตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ในเด็กอายุไม่เกิน15ปี จำคุก8-15ปี ปรับ 160,000-300,000บาท แต่หากเด็กอายุเกิน15ปี – 18ปี โทษจำคุก6-12ปี ปรับตั้งแต่120,000-140,000บาท

ส่วนกรณี พ่อแม่ที่มีบุตรโดยไม่พร้อม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือ ได้ที่ สายด่วน 1300 สำหรับบุคคลที่ต้องการรับอุปการะบุตรบุญธรรม สามารถติดต่อขอรับเลี้ยงดูบุตรได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายที่บ้านพักเด็ก หรือ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่ละจังหวัด โดยผู้ที่มีคุณสมบัติรับอุปการะบุตรได้ ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี บริบูรณ์ และอายุห่างจากเด็ก 15 ปีขึ้นไป