เตือนระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลอกโอนเงิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ดีเอสไอ เตือนระวังแก็งคอลเซ็นเตอร์
  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลอกโอนเงิน เสียหายกว่า 20 ล้านบาท
  • หากหลงเชื่อการหลอกลวงดังกล่าว และโอนเงินไปแล้ว ขอให้รีบแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชี และแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุทันที

ตามที่เป็นปรากฏข่าวตามสื่อมวลชนต่างๆ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) ได้จับกุมหัวหน้าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ชาวไทย ซึ่งร่วมกับชาวไนจีเรีย จัดตั้งสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองประเทศมาเลเซีย โทรศัพท์ไปหลอกลวงเหยื่อ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะอายัดบัญชีธนาคาร ให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบ จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ เสียหายกว่า 20 ล้านบาท นั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า การโทรศัพท์หลอกลวงในลักษณะนี้เป็นกลวิธีของมิจฉาชีพที่จะแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานด้านการเงินและหน่วยงานความมั่นคง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร หรือธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น หากพบว่ามีโทรศัพท์ลักษณะนี้ติดต่อเข้ามา ขออย่าหลงเชื่อ ให้ปฎิเสธและวางสายไป

หากหลงเชื่อการหลอกลวงดังกล่าว และโอนเงินไปแล้ว ขอให้รีบแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชี และแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุทันที และขอให้แจ้งเบาะแสมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงขั้นเด็ดขาดต่อไป

ชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมพิธีเชิญเจ้า ก่อนเริ่มเทศกาลกินเจ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าร่วมพิธีกิ่วอ้วงฮุกโจ้ว หรือ ‘พิธีเชิญเจ้า’
  • ตามคติความเชื่อแบบพุทธมหายาน โดยผู้ที่มาร่วมงานต่างนำ ‘ถ่งฮวง’ (โคมสถิตวิญญาณ) ซึ่งมีชื่อเขียนไว้บน ‘ป๋อไก่’ ขึ้นแขวนด้านบนบริเวณหน้าศาลเจ้า
  • มีความเชื่อว่าจะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ผู้ที่แขวน ในเทศกาลกินเจ

ที่ ศาลเจ้าโจวซือกง ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าร่วมพิธีกิ่วอ้วงฮุกโจ้ว หรือ ‘ พิธีเชิญเจ้า’ ตามคติความเชื่อแบบพุทธมหายาน โดยผู้ที่มาร่วมงานต่างนำ ‘ถ่งฮวง’ (โคมสถิตวิญญาณ) ซึ่งมีชื่อเขียนไว้บน ‘ป๋อไก่’ ขึ้นแขวนด้านบนบริเวณหน้าศาลเจ้า ซึ่งมีความเชื่อว่าจะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ผู้ที่แขวน และมีการจุดธูปยักษ์และเทียนยักษ์ตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยในปีนี้เทศกาลกินเจ ตลาดน้อย เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน-7 ตุลาคม 2562

ทั้งนี้ ศาลเจ้าโจวซือกง (วัดซุนเล่งยี่) ตลาดน้อย หรือ ซูนเฮงเกียงเฉ่งจุ้ยจ้อซูกงเบี้ยวตั๊ดลัดอา เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อายุประมาณ 200 ปี ย่านยาวราช มีชื่อเสียงด้านการจัดประเพณีกินเจได้ยิ่งใหญ่ตามประเพณีจีนโบราณ เป็นศูนย์กลางของชาวจีนฮกเกี้ยนในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย อีกทั้งที่นี่มี เทพเจ้าโจวซือกง (พระหมอ) หรือที่ ชาวตลาดน้อยเรียก หลวงปู่โจวซือกง ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของชาวจีนฮกเกี้ยนประดิษฐานอยู่ มีความเชื่อในการขอพรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์

ส่วนด้านในศาลเจ้ายังเป็นที่ประดิษฐานของ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่มีความเชื่อว่า บนบานศาลกล่าวสิ่งใด ต่างก็สำเร็จสมหวังไปตามๆ กัน และมีองค์ไฉซิ้งเอี้ย เทพเจ้าโชคลาภของจีน ที่ขอพรด้านเงินทอง และโชคลาภอีกด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตามการก่อสร้างศาลเจ้าโจวซือกง เมื่อใดไม่ได้ระบุเป็นที่แน่ชัด แต่ตามหินศิลาบันทึกของศาลเจ้าบันทึกไว้ว่า สร้างเมื่อวันดี ปีเจียชิ่งเจี้ยจื่อเหนียน เป็นปีที่ 9 ในพระจักพรรดิเจียชิ่ง ซึ่งตรงกับ ค.ศ1804 และ พ.ศ.2347 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
โดยเศรษฐีชาวจีนฮกเกี้ยนแซ่โซวจากเมืองจวนจิว มณฑลฮกเกี้ยน ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเปิดโรงเผ่าถ่าน ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านบ้านตลาดน้อย ได้นำพาเทพพระเจ้าเฉ่งจุ้ยจ้อซูกง ที่ตนนับถือมาแต่เมืองจีนมาบูชาและได้ตั้งศาลเจ้าให้ท่านได้ประทับ

เนื่องจากท่านเฉ่งจุ้ยจ้อซูกง มีชาติภูมิกำเนิดเป็นชาวฮกเกี้ยน และในย่านชุมชนจีนตลาดน้อยเดิมเป็นชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยน ทำให้ศาลของพระเฉ่งจุ้ยจ้อซูกงได้รับความนับถือมาก จนเจริญรุ่งเรื่องถึงขีดสุด จนถึงปัจจุบัน

‘อนุทิน’ ลุยคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังหลายแบรนด์ดังใช้เครื่องดื่ม 0% โฆษณาแฝง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”อนุทิน” ลุยคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลังหลายแบรนด์ดัง ใช้เครื่องดื่ม 0% โฆษณาเหล้า-เบียร์
  • ชี้ขนาด ก๊วยเตี๋ยว รับประทานไปหลายๆ ชาม ยังมีผลกระทบ นับประสาอะไรกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 2/2562 โดยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีการพิจารณามาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงหลังเทศกาลออกพรรษาและช่วงปีใหม่ 2563 และมาตรการการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายอนุทิน กล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีอันตรายต่อร่างกายแน่นอน จากการทำเคสรับส่งหัวใจ ผู้บริจาคหัวใจ ล้วนประสบอุบัติเหตุอันเกิดจากเครื่องดื่มมึนเมา เช่นนี้แล้ว ในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย่อมสนับสนุนไม่ได้

ล่าสุด ทราบมาว่า มีปัญหาในเรื่องของแบรนด์เสมือน หรือแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แตกไลน์ผลิตน้ำดื่ม โซดา เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อหวังผลประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน่าจะได้ผล เพราะตามข้อมูลคือ ใช้งบ PR น้ำดื่มเป็นหลัก 10 ล้าน แต่ขายน้ำดื่มจริงๆได้ไม่กี่ขวด กลับกันยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีขึ้นเรื่อยๆ

ตรงนี้ ต้องมีการหารือ โดยเฉพาะเมื่อทางพรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ จะขอความร่วมมือกับท่านให้ดูในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ที่ทำให้คนหลงผิด

“กรณีของการดื่มเหล้าจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นข่าวดัง มันต้องคิดว่าทำอย่างไรให้คนบริโภคแอลกอฮอล์น้อยลง ภาครัฐก็ทำมาโดยตลอด สังคมเองต้องรับทราบว่า เหล้า เบียร์มีอันตรายอย่างไร ยิ่งดื่มมากยิ่งอันตราย ขนาดก๊วยเตี๋ยว รับประทานไปหลายๆ ชาม ยังมีผลกระทบ นับประสาอะไรกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า จากข้อมูลช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 พบการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ที่มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 43.66 (ข้อมูลจากการดื่มแล้วขับปี 2562 อุบัติเหตุ 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 คน) และพบว่าในช่วงเทศกาลเข้าพรรษามีจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลง คณะกรรมการ ฯ จึงมีแนวคิดที่จะรณรงค์ให้งานบุญประเพณีที่จะเกิดต่อเนื่องหลังจากออกพรรษา เช่น งานกฐิน ลอยกระทง ปีใหม่ เป็นงานที่ “ปลอดเหล้า”

ซึ่งนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สุขภาพแข็งแรง” ของแต่ละครอบครัวได้ สร้างโอกาสในการไม่ดื่มเพิ่มขึ้น ตลอดจนเป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่สามารถ “งดเหล้า ครบพรรษา” ไปสู่การ “งดเหล้า ตลอดชีวิต” รวมทั้งเข้มมาตรการ “จัดโปร จับโชว์” บังคับใช้กฎหมายเรื่องการจำหน่ายโดยวิธี ลด แลก แจกแถม เพื่อลดการเข้าถึงที่ง่ายเกินไป และรณรงค์ให้ส่วนราชการจัดงานรื่นเริงโดยปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ ได้จัดทำมาตรการการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คัดกรองเชิงรุกในชุมชน ส่งข้อมูลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อส่งเข้ารับการบำบัดรักษาตามระบบในสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข

ซึ่งโรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมรับการคัดกรองและบำบัดรักษาผู้มีปัญหาจากสุรา โดยมีกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต สนับสนุนด้านวิชาการ และการบริหารจัดการตามมาตรฐาน Service plan สาขายาและสารเสพติด เพื่อลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการดื่มสุรา