“วิว อาร์สยาม” ยืนยัน ติดเชื้อจากอาหารทะเลแช่ฟอร์มาลีน

ประเด็นน่าสนใจ

  • วิว ชัชวาล นักร้องลูกทุ่งค่ายอาร์สยาม ออกมาโพสต์เตือน หลังจากแพ้อาหารอย่างหนัก
  • ตั้งข้อสงสัยว่าอาจทานอาหารทะเลที่มีฟอร์มาลีนปนเปื้อน
  • ผ่านมาสัปดาห์กว่า แต่ยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายธงรบ ประมงค์ หรือ วิว อาร์สยาม เล่าประสบการณ์การแพ้อาหารอย่างรุนแรง หลังจากที่ไปทานยำไข่แมงดา ที่ริมชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ในตอนแรกมีอาการท้องเสียหลายครั้ง จึงตัดสินใจจะขับรถกลับมากรุงเทพฯ แต่ขับกลับมาไม่ไหว จึงแวะพักที่รีสอร์ตในจังหวัดชลบุรี

ช่วงเย็นวันเดียวกันเริ่มมีอาการวิงเวียน และมีอาการเจ็บที่แก้มข้างขวา ใบหน้าเริ่มบวมขึ้น แต่ก็ยังไม่เอะใจ วันรุ่งขึ้น ก็ไปกินยำไข่แมงดาบริเวณร้านเดิมอีก 2 จาน ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ใบหน้าเริ่มบวมจนเบียดตาข้างขวา ปิดสนิท มีอาการเคืองตา และยังคงท้องเสีย อาเจียนร่วมด้วย จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ทันที

โดย วิว อาร์สยาม ตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นเพราะยำไข่แมงดาที่รับประทานไป อาจจะมีสารฟอร์มาลีน ที่แช่เพื่อช่วยถนอมอาหารปนเปื้อนอยู่ ส่วนตัวไม่เคยแพ้อาหารทะเล เพราะเป็นคนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มักจะรับประทานอาหารทะเลอยู่แล้ว โดยไม่เคยมีอาการแพ้

ตอนนี้วิว อาการดีขึ้น แต่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพล แพทย์วินิจฉัยว่าน่าจะเกิดจากอาการแพ้สารบางอย่าง จนทำให้อักเสบรุนแรง ตอนนี้ได้ผ่าตัดใส่ท่อไว้ในใบหน้า เพื่อถ่ายเอาหนองที่ติดเชื้ออยู่ด้านในออก และให้ยาฆ่าเชื้อทุกวัน ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฉีดหน้าเสริมความงาม เพราะส่วนตัวเคยเสริมจมูกและคางเท่านั้น

ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าไม่ถือโทษโกรธแม่ค้าพ่อค้าที่ขายอาหารแต่อย่างใด แต่อยากจะให้ศึกษาแหล่งที่มาของวัตถุดิบว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอาหารทะเลอย่างเข้มงวด ว่ามีอะไรปะปนมาในอาหารหรือไม่ เพราะอาจอันตรายถึงชีวิตได้

ย้อนชมภาพเหตุการณ์ 9/11 ครบรอบ 18 ปี วินาศกรรมก้องโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 18 ปี เหตุการณ์ช็อคโลก 9/11 เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมครั้งประวัติศาสตร์
  • ครั้งนั้นผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ จนกระทั่งถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิต กว่า 3,000 คน

เมื่อย้อนเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้โลก ได้รู้จักและให้ความสนใจต่อ”กลุ่มก่อการร้าย”มากขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปี แต่ขณะนี้ผู้คนทั่วโลกยังคงจดจำเหตุการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

วันที่ 11 กันยายน 2544 ในขณะที่ประชาชนชาวนิวยอร์กกำลังใช้ชีวิตกันตามปกติ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ชาวโลกต้องบันทึกไว้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก เมื่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน 4 ลำ และบังคับให้เครื่องบิน 2 ลำ พุ่งชนตึกแฝด “เวิร์ลเทรดเซนเตอร์” และอาคาร”แพนดากอน” ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาคารที่สำคัญของสหรัฐ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์พังทลายลง โดย โศกนาฎกรรมครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต กว่า 3,000 คน รวมทั้ง เหยื่ออีก 1,000 รายที่สูญหายไม่พบแม้กระทั่งศพ

หน่วย FBI เผยแพร่ภาพกลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจี้เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ ก่อนจะบังคับเครื่องให้พุ่งชนตึกบังคับให้เครื่องบิน 2 ลำ พุ่งชนตึกแฝด “เวิร์ลเทรดเซนเตอร์” และอาคาร”แพนดากอน” ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯที่นำโดย จอร์จ ดับเบิลยู บุชในขณะนั้น ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มก่อการร้าย “อัลกออิดะฮ์”นำโดย นาย “อุซามะฮ์ บิน ลาดิน” ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาในครั้งแรก และยอมรับข้อกล่าวหาในเวลาต่อมาว่าสาเหตุของเหตุวินาศกรรมดังกล่าวมาจากการสนุบสนุนอยู่เบื้องหลังของสหรัฐฯที่มีต่ออิราเอล และการตั้งฐานทัพในตะวันออกกลาง ทั้งนี้มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯไม่รอช้าที่จะประกาศ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย”และในปี 2554 บิน ลา ดิน ถูกพบตัวและถูกสังหารในเวลาต่อมา เหตุการณ์ครั้งนั้นสหรัฐฯต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างรุนแรงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ จนทั่วโลกได้รับผลกระทบกันไปตามๆกัน

ขณะนี้กลุ่ม อัลกออิดะฮ์ ยังคงหยัดยืนอยู่ในเวทีโลกในฐานะของกลุ่มก่อการร้ายที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ซึ่งเปรียบได้กับกลุ่มพี่กลุ่มน้อง ระหว่าง “กลุ่มไอเอส” ซึ่งแม้ภายหลังมานี้ ทั้งสองกลุ่มจะมีอุดมการณ์ที่ไม่ลงรอยกันนักก็ตาม  อีกทั้งกลุ่มอัลกออิดะฮ์  ที่นำโดย นายไอมาน อัล-ซาวาฮีรี ในขณะนี้ ได้ประกาศผ่านคลิปวิดีโอว่า กลุ่มอัลกออิดะห์ได้ตั้งขบวนการหัวรุนแรงกลุ่มใหม่ ซึ่งจะเคลื่อนไหวต่อสู้ใน 3 ประเทศ คือ อินเดีย พม่า และบังกลาเทศ เพื่อฟื้นฟูระบบคอลีฟะห์ในดินแดนของชาวมุสลิม

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อใกล้ถึงวันครบรอบก็มีการเฝ้าระวังว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องบินพาณิชย์ กว่า 11 ลำในลิเบียได้ถูกกลุ่มก่อการร้ายในลิเบียยึดไป หลังบุกสนามบินชานกรุงตริโปลีเมื่อปี 2014 ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าพวกก่อการร้ายอาจนำมาใช้ก่อเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่ในปีนั้น

ขณะนี้เรื่องราวในเหตุการณ์ 9/11 ได้ถูกบรรจุลงในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยที่เด็ก ๆ ในสหรัฐฯ จะได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ครั้งนี้ได้จากตำราเรียน ซึ่งบทเรียนของเหตุการณ์นี้ จะขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ และแต่ละเขตการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 18 ปีของเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ประชาชนหลายพันคนในสหรัฐฯ จะมารวมตัวกันในนิวยอร์ก ซิตี้, กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเมืองแชงค์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน

โดยในนิวยอร์ก ซิตี้ พิธีจะจัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 9/11 หรือ ไนน์ อีเลฟเว่น ซึ่งจะมีประชาชนจำนวนมาก รวมทั้งญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต เข้าร่วมเป็นประจำทุกปีตั้งแต่เกิดเหตุโจมตี โดยจะมีการอ่านรายชื่อเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ทั้งในปี 2536 และ 2544

หนุ่มกราบขอโทษ หลังเข้าชกพระ เพราะตีระฆังเสียงดัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุหนุ่มหัวร้อน บุกเข้าไปก่อเหตุชกหน้าพระถึงในวัด
  • เจ้าตัวอ้าง
  • เข้ากราบขอโทษพระแล้ว อ้างอารมณ์ชั่ววูบ เผยเข้าใจผิดคิดว่า พระตีระฆังแบบประชด

เกิดเหตุพระเป็นพระลูกวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม ถูกหนุ่มหัวร้อนชกเข้าที่ใบหน้า หลังไม่พอใจที่พระตีระฆังเสียงดัง

พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม พระลูกวัดแม่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงตีระฆังตามปรกติ แม้ถูกชาวบ้านข้างวัดต่อยเข้าที่ใบหน้า เนื่องจากไม่พอใจที่ตีระฆังเสียงดัง

ก่อนหน้านี้ พระอนุศักดิ์ ฐิตธัมโม เล่าว่า ถูกนายพงพัฒน์ เสรีสมนึก บ้านอยู่ใกล้วัด เข้ามาชกที่ใบหน้าบริเวณหางคิ้วขวา 3 ครั้ง พร้อมขู่ว่าตนเองมีปืน อีก 3 วัน มาเจอกัน สร้างความหวาดกลัวให้กับอาตมา และพระในวัดทุกรูปจนไม่มีใครมากล้าขึ้นไปตีระฆัง จึงปรึกษากันภายในวัดและเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เข้ามาตรวจสอบ

ทำให้นายพงพัฒน์ ผู้ก่อเหตุได้เข้าพบพระครูสมุห์คุณากร เจ้าอาวาสวัดแม่น้ำ และพระอนุศักดิ์คู่กรณี เพื่อกราบขอโทษ

โดยนายพงพัฒน์ยอมรับว่า วันเกิดเหตุเข้าใจผิดคิดว่า พระอนุศักดิ์ ตีระฆังแบบประชดประชันตนจึงเกิดอารมณ์โมโหชั่ววูบจนขาดสติ

ส่วนพระอนุศักดิ์ ก็ยอมยกโทษให้ บอกว่า ตีระฆังในช่วงเข้าพรรษามาเป็นเวลา 6 ปี แล้ว ในเวลา 17.00 น. ก็จะขึ้นไปตีระฆังนิมนต์พระในวัดทำวัดเย็น ซึ่งต้องตี 3 ลาหรือ 3 รอบ

ชาวบ้านในชุมชนใกล้วัดแม่น้ำ ก็บอกว่าการตีระฆังเป็นกิจของสงฆ์ ทำให้ชาวบ้านทราบเวลาถือว่าเป็นปรกติ