สิ้นสุด!! คดีมหากาพย์ศึกแย่งชิง ‘เกาะปอดะ’ ที่ต่อสู้กันมากันนานกว่า 30 ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • คดีประวัติศาสตร์ ‘เกาะปอดะ’ ที่มีการต่อสู้ฟ้องร้องกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ และ ‘ชวน ภูเก้าล้วน’ ในการแย่งสิทธิการครอบครองเกาะปอดะ ที่มีการสู้คดีกันมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
  • กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นโจทก์ฟ้อง ‘ชวน ภูเก้าล้วน’ ในข้อหาบุรุกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานฯ เนื้อที่ 22 ไร่
  • ศาลฎีกาพิพากษา สั่งจำคุก นายชวน ภูเก้าล้วน 3 ปี 6 เดือน ปรับ 80,000 บาท

วันนี้ (10 ก.ย.62) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ นายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ นักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางมาที่ศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นโจทก์ฟ้องในข้อ “บุกรุกที่ดินบนเกาะปอดะ ในเขตอุทยานอุทยานแห่งชาติ-หาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี เนื้อที่ 22 ไร่ พร้อมดำเนินการกั้นรั้วลวดหนามและก่อสร้างศาลาแปดเหลี่ยม โดยอ้างสิทธิตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1)”

ล่าสุดศาลฎีกาพิพากษา สั่งจำคุกนายชวน ภูเก้าล้วน 3 ปี 6 เดือน ปรับ 80,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมคุมประพฤติ 1 ปี อีกทั้งให้ทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 30 ชั่วโมง

ที่มาที่ไปของคดีแย่งสิทธิครอบครอง ‘เกาะปอดะ’

‘เกาะปอดะ’ ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ โดยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ห่างจากอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร

ต่อมาทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อกล่าวหากับนายชวน ภูเก้าล้วน ข้อหาบุกรุกครอบครองพื้นที่ของอุทยานฯ ซึ่งมีการต่อสู้ฟ้องร้องกันมานานกว่า 30 ปี แล้ว

มหากาพย์ ‘เกาะปอดะ’ แบ่งออกเป็น 3 คดี

คดีประวัติศาสตร์ ‘เกาะปอดะ’ ที่มีการต่อสู้ฟ้องร้องกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายชวน ภูเก้าล้วน ในการแย่งสิทธิการครอบครองเกาะปอดะ ที่มีการสู้คดีกันมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี นั้น

มีการฟ้องร้องกัน 3 คดีด้วยกัน โดยคดีแรกทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาและฟ้องร้อง นายชวน ภูเก้าล้วน ข้อหาบุกรุกครอบครองพื้นที่ของอุทยานฯ หลังนายชวน ได้อ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ ที่ดิน น.ส.3ก. จำนวน 4 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 51 ไร่

ซึ่งคดีแรกนี้มีการต่อสู้กันถึง 3 ศาล สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก. ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมขับไล่นายชวน และบริวารออกจากเกาะ อีกทั้งออกหมายบังคับคดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ทั้งหมด

คดีที่ 2 นายชวน ภูเก้าล้วน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแพ่งกับทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรณีที่เข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนเกาะปอดะ

ส่วนคดีที่ 3 ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา นายชวน ภูเก้าล้วน ในข้อหาบุรุกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานฯ ได้ดำเนินการกั้นรั้วลวดหนามและก่อสร้างศาลาแปดเหลี่ยม โดยอ้างสิทธิตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1)

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้องนายชวน เนื่องจากเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวมีการทำประโยชน์มาก่อน ต่อมาศาลอุทธรณ์ ภาค 8 พิพากษากลับ ให้นายชวน มีความผิดจำคุก 3 ปี 6 เดือน เนื่องจากการพิสูจน์ภาพถ่ายทางอากาศ เมื่อปี 2510 ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช

กองปราบ รวบเจ้าของร้าน ‘แหลมเกต’ ฐานหลอกขายคูปองอาหารแล้วปิดร้านหนี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจกองปราบ บุกจับกุม เจ้าของบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของร้านบุฟเฟ่ดัง
  • ก่อนหน้านี้มีการยกเลิกโปรโมชั่นสินค้า ส่งผลให้ลูกค้าที่ซื้อโปรโมชั่นได้รับความเสียหายจำนวนมาก
  • มูลค่าความเสียหายหลักล้านบาท

ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังจับกุม นายอพิชาต บวรบัญชารักข์ หรือนายโจม พารณจุลกะ เจ้าของบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐานความผิด “ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณใน สินค้าด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ภายในซ.พหลโยธิน 11

สืบเนื่องจากบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด ซึ่งได้ประกอบกิจการร้านอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์มีอาหารหลายชนิด ได้ออกโปรโมชั่นคิดค่าอาหาร โดยจำหน่ายบัตรรับประทานอาหารทะเล อาทิโปรราชาทะเลบุฟเฟ่ต์” ขายเป็นชุดๆละ 880 บาท ตกใบหรือที่นั่งๆ ละ 88 บาท, แต่ละโปรโมชั่นและมีราคาถูกต่ำกว่าความเป็นจริง

ทำให้มีผู้สนใจสั่งซื้อจำนวนมากแต่เมื่อไปรับประทานอาหารปรากฏว่ารายการอาหารไม่ตรงตามที่โฆษณา และบังคับให้จ่ายเพิ่ม ก่อนจะยกเลิกโปรโมชั่นดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยในเบื้องต้นผู้ต้องหา ขอให้การในชั้นศาล ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการคัดค้านการประกันตัว

ผู้กอง “ธรรมนัส” จ่อฟ้องกลับสื่อนอก หลังขุดปมขนยาเสพติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียตีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยติดคุกที่ซิดนีย์ในข้อหา ลักลอบขนเฮโรอีน
  • ล่าสุดร.อ.ธรรมนัส รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้สั่งให้ทีมกฎหมายเตรียมฟ้องกลับแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ ของประเทศออสเตรเลีย เสนอข่าวเกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส เกี่ยวพันในคดียาเสพติดว่า

รับทราบและอ่านข่าวแล้ว แต่ไม่ขอชี้แจงอะไรในวันนี้ และคงไม่ตอบโต้อะไร เพราะเขาไม่เข้าใจระบบ ส่วนการประชุมครม.วันที่ 10 ก.ย.นี้ จะมีนักข่าวมาสอบถามในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ก็ว่ากันไป

สำหรับกรณีนี้ สืบเนื่องจาก หนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ตีพิมพ์รายงานพิเศษ “จากคนบาปสู่รัฐมนตรี” เกี่ยวเนื่องกับกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังประชารัฐ เคยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2536

แต่ ร.อ.ธรรมนัส ได้เคยชี้แจงแล้วว่า เป็นการจับกุม เนื่องจากตนเองบังเอิญไปปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เดียวกันกับผู้ต้องหาที่ลักลอบนำเข้า จนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมไปด้วยและถูกจำคุกอยู่เพียงสองสามเดือนก็ได้รับอิสระ ไม่ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ายาเสพติดแต่อย่างใด

แต่ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ อ้างว่า เป็นบุคลลสำคัญในคดี ก่อนศาลนครซิดนีย์ พิพากษาลงโทษ 9 ปี ห้ามบรรเทาโทษ 4 ปี จึงได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ แล้วถูกเนรเทศกลับ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ล่าสุด ผู้กองธรรมนัสได้ ให้ทีมกฎหมาย รวบรวมหลักบานเตรียมฟ้องกลับแล้ว