‘จากคนบาปสู่รัฐมนตรี’ หัวข้อที่สื่อดังออสซี่ใช้แฉ “ธรรมนัส” เคยติดคุก 4 ปีคดียาเสพติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • สื่อดังของออสเตรเลียออกมายืนยัน “ธรรมนัส” เคยติดคุกจริง เป็นเวลานาน 4 ปี จากคดียาเสพติด
  • ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยออกมาระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องบังเอิญที่ตนเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยขณะนี้คดีถึงที่สุดแล้วตนเองได้รับโทษจำคุก 8 เดือน
  • ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวว่า ว่าตนรับทราบและอ่านข่าวแล้ว แต่ไม่ขอชี้แจงอะไรในวันนี้ และคงไม่ตอบโต้อะไร เพราะเขาไม่เข้าใจระบบ

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ ของประเทศออสเตรเลีย เสนอข่าวโดยมีการกล่าวถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังประชารัฐ โดยรายงานพิเศษมีหัวข้อระบุว่า“จากคนบาปสู่รัฐมนตรี” ( From Sinister to Minister) หลังจากก่อนหน้านี้ร.อ.ธรรมนัสเคยออกมาชี้แจงกรณีการถูกดำเนินคดีเรื่องยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า เป็นตนไม่ได้เป็นผู้นำเข้า ผู้ผลิตหรือผู้ขายยาเสพติดแต่คดีที่ถูกต้องโทษเป็นเพียงการรู้เห็นการซื้อขายยาเสพติดแต่ไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

ทั้งนี้เจ้าตัวเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องบังเอิญที่ตนเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น โดยขณะนี้คดีถึงที่สุดแล้วตนเองได้รับโทษจำคุก 8 เดือน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติในประเทศไทย ไม่ใช่การกลับมารับโทษ พร้อมยืนยันว่า ในประเทศไทยตน ไม่มีคดีที่ค้างอยู่ในศาล เพราะได้รับการล้างมลทินในปี 2551 ส่วนยศร้อยเอก ได้รับการเลื่อนยศมาเมื่อปี 2541

นอกจากนี้ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งร.อ.ธรรมนัส เคยกล่าวว่า สื่อสามารถไปสอบถามศาลนครซิดนีย์ได้เลยว่าตนพูดความจริงหรือไม่ โดยหลังจากนั้นนายไมเคิล รัฟเฟิลส์ และนายไมเคิล อีแวนส์ ผู้สื่อข่าวของซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ และผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ ดิ เอจ ในออสเตรเลีย จึงได้ไปติดต่อขอรายละเอียดในคดีดังกล่าวมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ อ้างว่าจากรายละเอียดของคดีทั้งหมดที่ได้จากบันทึกคดี, คำให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรายงานการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่เปิดปฏิบัติการจับกุมในครั้งนั้น โดยใช้ชื่อรหัส “โอเปอเรชัน โดรเวอร์” ชี้ว่าร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้ถูกกล่าวหาในคดีเล็กน้อย ตามที่กล่าวอ้าง

นอกจากนี้ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ยังระบุอ้างอีกด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่า ร.ท.มนัส โบกพรหม ที่เป็นบุคลลสำคัญของปฏิบัติการลักลอบนำเข้ายาเสพติดชนิดเฮโรอีน น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม มูลค่าในออสเตรเลีย 4.1 ล้านเหรียญออสเตรเลีย ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 86.16

รวมไปถึงมีการกล่าวอ้างจากสื่อดังกล่าวว่า ร.ท.มนัส เป็นผู้จัดหาวีซ่า , ตั๋วเครื่องบิน , ให้กับหญิงผู้ถือยาเสพติดนำยาเสพติดเข้ามาในออสเตรเลีย โดยมีการบันทึกเสียงจากการดักฟัง ได้ความว่าเป็นคนที่ปรากฏตัวอยู่กับผู้หญิงรายนี้ขณะที่กำลังจัดกระเป๋าบรรจุยาเสพติด รวมถึงยังเป็นผู้ช่วยเหลือในการนำส่งกระเป๋าใบนั้นไปยังจุดซึ่งนัดหมายกับผู้ซื้ออีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ยังมีการอ้างว่า จากสาเหตุนี้เอง ทำให้ศาลนครซิดนีย์ พิพากษาลงโทษจำคุก ร.ท.มนัส โบกพรหม เป็นเวลา 9 ปี มีระยะเวลาห้ามบรรเทาโทษ 4 ปี ทำให้ ร.ท.มนัส หรือ ร.อ.ธรรมมนัส ถูกจำคุกอยู่จนถึง 14 เมษายน ปี 2540 จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวและถูกเนรเทศกลับประเทศทันที โดยรายงานยังชี้ว่าหลังจากนั้นร.ท.มนัส ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธรรมนัส พรหมเผ่า ก่อนจะกลับเข้ารับราชการในกองทัพบก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า ตนรับทราบและอ่านข่าวแล้ว แต่ไม่ขอชี้แจงอะไรในวันนี้ และคงไม่ตอบโต้อะไร เพราะเขาไม่เข้าใจระบบ ส่วนการประชุมครม.วันที่ 10 ก.ย.นี้ จะมีนักข่าวมาสอบถามในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ก็ว่ากันไป

สุดอลังการ!! แฟชั่นโชว์ ‘ผ้าไหมไทย’ โดย 4 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • งาน “Thailand InnoCreative Silk 2019” แฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย
  • โดย 4 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ภายใต้แนวความคิดการเชื่อมโยงภูมิปัญญชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
  • นิทรรศการแสดงชุดแฟนชั่นเครื่องแต่งกาย และนวัตกรรมผ้าไหมไทย ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2562 ไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน 2562 นี้

แฟชั่นโชว์ ”ผ้าไหมไทย” สุดอลังการ ในงาน “Thailand InnoCreative Silk 2019” โดย 4 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ภายใต้แนวความคิดการเชื่อมโยงภูมิปัญญชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อสืบสาน และต่อยอดงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ สู่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน

ไฮไลต์ในงาน Thailand InnoCreative Silk 2019 คือแฟชั่นโชว์จากงานวิจัยเชิงนวัตกรรม และการสร้างสรรค์ผลงานจากโครงการพัฒนาผ้าไหมสวมใส่สบาย และง่ายการดูแล CoolMode Thai Silk และโครงการวิจัย และพัฒนาลวดลายผ้าบาติกไหมไทยภาคใต้ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดทีเกิดจากการวิจัยร่วมกันระหว่างกรมหม่อนไหม และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Community Commerce”

ภายในงานประกอบไปด้วย ดารา นางแบบ ละนายแบบแถวหน้า นำทีมโดย แนท อนิพรณ์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ร่วมด้วย มิเรียม ศรพรหมมาศ รองอันดับหนึ่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์ส 2019 และเหล่า young model จากรายการ The Face Thailand พร้อมด้วยพระเอกดาวรุ่งจากช่อง ONE กระทิง ขุนณรงค์ มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ สร้างสีสันในชุดไหมไทยสุดอลังการ

ทั้งนี้งาน “Thailand InnoCreative Silk 2019” จะมีการจัดนิทรรศการแสดงชุดแฟนชั่นเครื่องแต่งกาย และนวัตกรรมผ้าไหมไทย ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2562 ไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน 2562 นี้ เวลา 10.00-21.00 น. ชมฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ บริเวณลาน A ชั้น G สิงห์ คอมเพล็กซ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

สสว. ร่วมกับ SCB จัดงาน SME ONE FEST 2019 ครั้งที่ 8

สสว. ร่วมกับ SCB จัดงาน SME ONE FEST 2019 ครั้งที่ 8 นำผู้ประกอบการกว่า 232 บู๊ธ โชว์ศักยภาพ หวังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

สสว. ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ นำผู้ประกอบการร่วมออกบู๊ธกว่า 232 บู๊ธเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการจัดแสดงสินค้าภายในงาน SME ONE FEST 2019 ครั้งที่ 8 ณ อาคารมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 9 – 13 กันยายน นี้โชว์ศักยภาพ หวังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาความสามารถ พร้อมยกระดับผู้ประกอบการ SME สู่สากล

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมออกร้านทั้งสิ้น 232 บู๊ธ ครอบคลุมหมวดหมู่ต่างๆ อาทิ อาหาร ได้แก่ ข้าวก้องงอก เครื่องแต่งกาย ได้แก่ผ้าทอมือไหมแกมฝ้าย

เครื่องประดับ ได้แก่ เครื่องเงินชมพูภูคาน่าน เครื่องประดับหินสีณัฐพัชร์ เครื่องดื่ม และของใช้ อีกมากมาย พร้อมกล่าวว่า SMEs ไทยในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการยอมรับสินค้าสู่ตลาดสากล เราจึงได้จัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคัดเลือกผู้ประกอบการ Sme จากโครงการต่าง ๆ มาเข้าร่วมออกบูธภายในงาน SME ONE FEST 2019 เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้

ซึ่งครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ จาก ธนาคารไทยพาณิชย์

“การร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่าง สสว. กับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้สมาชิกร้านค้าได้รับประโยชน์จากการเพิ่มช่องทางการจ่ายเงิน ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเป็นการลดภาระการจัดการเงินสด โดยเฉพาะร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่สามารถรับเงินโดยตรงเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารได้เลย แถมช่วยให้ร้านค้าบริหารจัดการเงินสดและทำบัญชีได้ง่ายขึ้น เรียกว่าเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกทั้งตัวผู้ประกอบการเองและผู้บริโภคด้วย” นายสุวรรณชัย กล่าว

สำหรับ งาน SME ONE FEST 2019 ครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ จัดขึ้นที่ MBK AVENUE Zone A and C ระหว่างวันที่ 12 – 15 กันยายน นี้