พบ 7 พื้นที่ กทม.-ปริมณฑล ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 28-62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 7 พื้นที่
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 28-62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.

โดยพบเกินเกณฑ์มาตรฐาน 7 พื้นที่ บริเวณแขวงทุ่งวัดดอน เขตสาธร 51 มคก./ลบ.ม. ริม ถ.เพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 55 มคก./ลบ.ม.

แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ 51 มคก./ลบ.ม.ริม ถ.พหลโยธิน เขตบางเขน 51 มคก./ลบ.ม.แขวงแขวงทุ่งสองห้อง

เขตหลักสี่ 53 มคก.ลบ.ม. ริม.ถ.จรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด 56 มคก.ลบ.ม. และ ต.มหาชัย อ. เมือง จ.สมุทรสาคร 62 มคก./ลบ.ม.

เนื่องจากยังคงได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศที่ปกคลุมประเทศไทย คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

พร้อมแนะเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานานควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นไปตามหลักการป้องกันไว้ก่อน

นักธุรกิจภูเก็ต เตือนภัย! ถูกทนายความ ตุ๋นซื้อที่ดินสูญเงินกว่า 80 ล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นักธุรกิจดังแฉขบวนการทนายความ ตุ๋นซื้อที่ดิน สูญเงินกว่า 80 ล้าน
  • พฤติกรรม ของทนายความพร้อมพวก แอบอ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สามารถดำเนินการออกโฉนดที่ดินได้
  • ตัวเองกลับถูกจับกุมข้อหาบุกรุกที่

นายชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา นักธุรกิจสังหาริมทรัพย์ เข้าร้องเรียนต่อนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพอาชญากรรม และสื่อมวลชน เพื่อแฉพฤติกรรม ของทนายความพร้อมพวก หลอกลวง ต้มตุ๋น และแอบอ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สามารถดำเนินการออกโฉนดที่ดิน บนเกาะนาคาน้อย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2559 เพื่อครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์

นายชาญวิทย์ ได้เปิดเผยว่า ทนายคู่กรณี เข้ามาตีสนิทและอ้างว่า รู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และผู้มีอำนาจ ที่ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งเป็นใบ ภบท.5 แต่ต้องแลกกับค่าดำเนินการ ซึ่งผู้เสียหายก็หลงเชื่อ และให้ดำเนินการให้

ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา เสียเงินไปแล้วรวมกว่า 80 ล้านบาท โดยมีการนำผู้เสียหาย พบพลตำรวจเอกนายหนึ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือกับผู้เสียหาย ว่าสามารถดำเนินการได้ แต่กลับไม่มีการลงพื้นที่รังวัด

หรือดำเนินการจากสำนักที่ดินอำเภอถลาง จนกระทั่งมีหนังสือจากสำนักงานที่ดินอำเภอถลาง ลงในเดือน พฤศจิกายน 2561 โดยอ้างว่า ขอเลื่อนการรังวัดไปก่อน จนมาทราบที่หลังว่า เป็นเอกสารปลอม

ความแตกในเดือนธันวาคม 2561 เพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่พาไปพบในตอนแรก ลงพื้นที่มาจับกุมตนเองในข้อหา บุกรุกพื้นที่ป่า เกาะนาคาน้อย จึงรู้ว่าทนายคู่กรณีกับพวก ร่วมกันหลอกลวง

ซึ่งพลตำรวจเอกนายดังกล่าวไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย และยังสั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน ติดตามกลุ่มทนาย หลังตนเองไปแจ้งความ ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี ได้อนุมัติหมายจับในข้อหาฉ้อโกงแล้ว

นายชาญวิทย์ ได้ฝากเตือนไปยังประชาชน ที่มีความคิดจะออกโฉนดในลักษณะเดียวกันกับตนเอง ให้ระมัดระวังขบวนการของนายณรงค์ฤทธิ์และพวก เพราะเชื่อว่า อาจไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกับตนอีก

บิ๊กป้อม ยืนยัน! งบประมาณของกองทัพ ไม่ได้เพิ่มมากขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประวิตร ยืนยัน ว่า งบประมาณของกองทัพไม่ได้เพิ่มมากขึ้น
  • ชี้แจง ที่ผ่านมากองทัพก็ขาดแคลนงบประมาณมาโดยตลอด ย้ำต้องพัฒนากองทัพ เพราะยุทโธปกรณ์เก่ามากแล้ว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ ว่า ยืนยันว่างบประมาณของกองทัพไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ทุกอย่างเพิ่มไปตามสัดส่วนของงบประมาณ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาก็ไม่มีการเพิ่มเลย และที่ผ่านมากองทัพก็ขาดแคลนงบประมาณมาโดยตลอด

ทั้งนี้ เรามีแผนงานที่พัฒนากองทัพ โดยเฉพาะเรื่องยุทโปกรณ์ที่ของเดิมก็เก่ามากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยน ยืนยันว่าสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกองทัพไม่ได้มากจนเกินไป เพราะเรามีการจัดตั้งหน่วยใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ว่าควรนำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องบินให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนเครื่องบินทำฝนหลวงที่ตกไปนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แต่ละหน่วยงานมีงบประมาณของตนเองอยู่แล้ว เพราะทุกหน่วยงานมีการพัฒนา และงบประมาณมีจำนวนน้อย เพราะจะต้องจัดสรรกันไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถชี้แจงในวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อสภาฯ ได้