พยากรณ์อากาศ วันนี้ ( 9 ก.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรุงเทพ-ปริมณฑล มีฝน มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
  • ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
  • ภาคใต้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

คนพิการจอดรถเข็นกลางสายฝน รอผู้ใช้ จยย. ลงจากทางเท้า ก่อนขึ้นไป

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาพคนพิการจอดรถเข็นกลางสายฝนรอจังหวะคนขี่จยย.ลงจากทางเท้า
  • คนต่างไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาด
  • การขี่รถบนทางเท้า มีดทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท

เพจ ข่าวชาวบ้าน – Thai TV Social ได้มีการแชร่ภาพสุดเศร้าต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thummanit Phuvasatien ที่เผยให้เห็นว่าผู้พิการนั่งรถเข็นรายหนึ่ง ต้องหยุดรถของตัวเองอยู่ท่ามกลางสายฝน เพื่อเปิดทางให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ขี่รถลงมาจากทางเท้าให้หมดก่อน ก่อนที่ตัวเองจะเข็นรถไปบนทางเท้าได้

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า เห็นคาตา ความไร้สำนึกขี่รถบนทางเท้า คนพิการก็รอตากฝน จะใช้ทางเท้าก็ไม่ได้ จากสันดานคนเอาเปรียบนับได้สิบกว่าคันที่ต่อกันมาเป็นสาย เเละปล่อยให้คนที่ด้อยกว่า ต้องหยุดรอเพื่อหาจังหวะที่จะเข็นล้อรถของตนขึ้นบนฟุตปาท

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นใจคนพิการที่ถูกคนปกติะรรมดาเอารัดเอาเปรียบในครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็พากันดจมตีคนขี่จยย.บนทางเท้าดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการทำผิดกำจราจรในครั้งนี้ด้วย เพื่อจะได้เป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้มีคนกล้ากระทำผิดอีก

สำหรับการขี่รถบนทางเท้าถือมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ซึ่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (7) ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 157 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43(7) มีโทษปรับ 400-1000 บาท

ขณะเดียวที่พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17(2) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า มาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5000 บาท

การบินไทย ยันไล่ออก แอร์โฮสเตส ลอบขนแบรนด์เนมเลี่ยงภาษี

ประเด็นน่าสนใจ

  • แอร์โฮสเตสสายการบินไทยถูกจับ เหตุลอบนำสินค้าแบรนด์เนมซ่อนตามตัว เพื่อเลี่ยงภาษีเข้าไทย
  • จากเหตุการณ์นี้ การบินไทยได้แจ้งศุลกากรตรวจสอบ หลังพบพนง.มีพฤติกรรมต้องสงสัย จนนำไปสู่การจับกุม
  • โทษของพนง.ลอบขนสินค้าแบรนด์เนมสูงสุดคือไล่ออก

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏภาพของ แอร์โฮสเตส ของสายการบินไทย ลอบนำสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ เพื่อเลี่ยงภาษีเข้ามายังไทย ด้วยการซ่อนไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ก่อนจะสวมเสื้อทับปิดไว้นั้น

นายสุธีรัชต์ ศิริพลานนท์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริการบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีนโยบายที่จะป้องปรามและปราบปรามพนักงานที่มีพฤติกรรมนำสินค้าผิดกฏหมาย และนำสินค้าเกินจำนวนที่ศุลกากรกำหนดเข้าประเทศไทยและเลี่ยงการเสียภาษีให้หมดจากการบินไทย

โดยบริษัทฯ ได้มีการติดตามดูพฤติกรรมของพนักงานที่น่าสงสัย และประสานงานกับศุลกากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยแจ้งเบาะแสให้ศุลกากรทราบเพื่อตรวจจับ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามมาตรการของบริษัท

เมื่อพบว่ามีพนักงานต้องสงสัยจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าตรวจสอบก่อนจะนำมาซึ่งการจับกุมดังกล่าว ซึ่งบทลงโทษของมาตรการนี้คือ ไล่ออกสถานเดียว

นอกจากนี้ทางกรมศุลกากร ได้ระบุโทษการขนของหนีภาษีเอาไว้ด้วยว่า การนำของซุกซ่อนมากับของที่สำแดงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรสำหรับของซุกซ่อน

โทษสำหรับผู้กระทำความผิด คือ ปรับ 4 เท่าของอากรที่ขาดกับอีก 1 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยที่ขาด (ถ้ามี) และให้ยกของที่ซุกซ่อนมาเป็นของแผ่นดิน

ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นเท่ากับว่า แอร์โฮสเตสคนนี้อาจจะต้องเสียค่าปรับมากกว่าค่าปรับ 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากรด้วย