กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ “ยื่นหนังสือถึงกทม.” จี้เลิกสั่งห้ามขึ้นสะพาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน กรณีไม่อนุญาตให้รถจักรยานยนต์วิ่งบนสะพานข้ามแยกอโศก
  • พร้อมยื่นหนังสือเรียกร้องขอให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดนี้ลาออก
  • ทาง กทม.แจงคำสั่งเรื่องห้ามขึ้นสะพาน อยู่ในข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร

จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานข้ามแยกอโศก นายภีรสิทธิ์ จิระวงศ์ไพศาล แอดมินกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ และผู้ใช้จักรยานยนต์ในกลุ่มกว่า 500 คัน

เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร โดยมีนายโกสิน เทศวงษ์ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนรับหนังสือ และยืนยันว่าจะนำเรื่องไปดำเนินการตามขั้นตอน

นายภีรสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รถจักรยานยนต์สามารถขึ้นใช้งานสะพานข้ามแยกได้ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการก่อสร้างช่องทางสำหรับจักรยานยนต์ ให้สามารถใช้งานบริเวณสะพานหรืออุโมงค์ข้ามแยกได้ แต่กรุงเทพมหานครเพิกเฉย

ซ้ำยังมีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นใช้สะพานข้ามแยกอโศกและอีกหลายแห่ง ซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้ผู้ขับขี่กว่า 3 ล้าน 8 แสนคันในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก ทั้งกล่าวด้วยว่า ในเมื่อการก่อสร้างเพิ่มน้ำหนักให้รถบรรทุกสามารถขึ้นใช้สะพานข้ามแยกได้ ก็สมควรที่จะเปิดโอกาสให้รถจักรยานยนต์ได้ใช้สะพานข้ามแยกด้วยเหมือนกัน

โดยยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตหลักของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ใช่เกิดจากการขึ้นสะพาน แต่มาจากวินัยจราจรของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะการขับขี่ที่เร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดจึงควรจะไปเข้มงวดในเรื่องนี้มากกว่า

  • จึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาในเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอให้คณะกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหา โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยด่วนที่สุด

นอกจากนี้ ยังยื่นหนังสือเรียกร้องขอให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดนี้ลาออก และเปิดโอกาสให้ผู้บริหารชุดใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพได้เข้ามาทำหน้าที่แทน

หลังจากยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสร็จสิ้น กลุ่มจะไปที่สะพานข้ามแยกอโศกเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ และจะเดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจจราจรต่อไป

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้รับเรื่อง และจะตั้งคณะกรรมการการมีส่วนร่วมให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยนายธิติ ทรงเจริญกิจ รองสำนักโยธากรุงเทพมหานคร อธิบายว่า โครงสร้างเก่าตามหลักวิศวกรรมไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเลนจราจรได้

ส่วนคำสั่งเรื่องห้ามขึ้นสะพาน อยู่ในข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร ออกตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการของศาลปกครอง หากศาลมีคำสั่งให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพานข้ามแยกได้ ทางกรุงเทพมหานครก็จะดำเนินการนำป้ายห้าม รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานออก และอนุญาตให้รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานได้

*ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ คือ กลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยทางผู้สร้างกลุ่มระบุจุดประสงค์ในการจัดตั้งกลุ่มว่า เพื่อคัดค้านคำสั่งห้ามขึ้นสะพานและห้ามลงอุโมงค์ที่ไม่เป็นธรรม

กยศ. ชี้แจง กรณีลูกหนี้ยื่นหนังสือ เรียกร้องให้ยกเลิกดอกเบี้ย-เบี้ยปรับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลูกหนี้ กยศ.ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยกเลิกดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ
  • กยศ.เผยจะรับเรื่องกรณีที่ลูกหนี้เรียกร้องไปพิจารณาและส่งเรื่องเพื่อหารือปัญหาข้อกฎหมายกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอคำวินิจฉัยในแนวทางการปฏิบัติ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากกรณีที่ตัวแทนกลุ่มลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกบังคับคดี สืบทรัพย์ และยึดทรัพย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้นำฝ่ายค้านเพื่อให้หาทางช่วยเหลือในการชำระหนี้ กยศ. โดยมีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าทนายความ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ชำระเงินคืนเฉพาะเงินต้นทั้งหมดภายในเวลา 15 ปี

ยกเลิกการยึดทรัพย์ของผู้กู้และผู้ค้ำประกันทั้งหมด และกรณีผู้ที่ชำระเบี้ยปรับแล้วนั้น ขอให้นำยอดเงินส่วนนี้ไปหักลบจากเงินต้นแล้วให้ชำระคืนต่อไปตามศักยภาพของแต่ละคน รวมถึงขอขยายเวลาการชำระเงินคืน เพราะลูกหนี้ไม่ได้มีงานทำหรือมีเงินเดือนสูงทุกคน นั้น

กยศ. ชี้แจงกรณีลูกหนี้เรียกร้องให้ยกเลิกดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ

โพสต์โดย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เมื่อ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2019

กองทุนขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมากองทุนได้มีมาตรการในการช่วยเหลือผู้กู้ยืมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน กยศ. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการที่กองทุนได้ออกในช่วงที่ผ่านมา มีดังนี้

1.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80 สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

2.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

4.ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน จากอัตราปัจจุบัน (ร้อยละ 12-18 ต่อปี) เหลืออัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

5.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 ของเบี้ยปรับที่มีอยู่ ณ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล สำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2562 และให้โอกาสผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี

6.ลดหย่อนเงินต้น 3% ณ วันที่ชำระหนี้ปิดบัญชี สำหรับกลุ่มผู้กู้ยืมปกติที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้กู้ยืมชั้นดี หรือผู้กู้ยืมที่อยู่ในช่วงปลอดหนี้

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มลูกหนี้ กยศ.นั้น เป็นกลุ่มผู้กู้ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและบังคับคดี ซึ่งลูกหนี้เหล่านี้มีคำพิพากษาแล้วและมีกำหนดอายุความบังคับคดี ทำให้มีข้อติดขัดในประเด็นข้อกฎหมายในการแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม กองทุนจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาและส่งเรื่องเพื่อหารือปัญหาข้อกฎหมายกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอคำวินิจฉัยในแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ในการดำเนินการบังคับตามกฎหมายนั้น กองทุนพยายามดำเนินการด้วยความระมัดระวังและผ่อนปรน เพื่อให้โอกาสแก่ผู้กู้เสมอมา

ทั้งนี้ในรายที่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา กองทุนจำเป็นต้องใช้สิทธิในการบังคับคดีภายในอายุความ แต่ก็ให้โอกาสแก่ลูกหนี้ในการผ่อนชำระต่อได้อีกระยะหนึ่ง โดยการชะลอการขายทอดตลาดไว้ ซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้ทำความเข้าใจกับลูกหนี้ให้รับทราบและเข้าใจในสิ่งที่กองทุนดำเนินการ

ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนอยู่ระหว่างดำเนินคดีปี 2562 หากผู้กู้รายใดถูกดำเนินคดีขออย่าได้กังวลใจ และให้ไปศาลตามที่นัดหมาย เพื่อขอทำสัญญาประนีประนอม โดยกองทุนจะให้สิทธิในการผ่อนชำระหนี้ต่อได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี ขึ้นกับจำนวนทุนทรัพย์ และยังได้ลดเบี้ยปรับอีก 75% แต่หากผู้กู้ยืมผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่งในปีที่ 2 จะนำส่วนลดเบี้ยปรับกลับเข้ามาเป็นหนี้คำพิพากษา” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด

ประวิตรแนะผู้ถือบัตรคนจน ใช้เงินเพื่อการดำรงชีพอย่างเหมาะสม

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานการดำเนินงานโครงการตามนโยบายแห่งรัฐบาลของจังหวัดขอนแก่น ติดตามโครงการสวนป่าประชารัฐ พร้อมมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน มอบเอกสารสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน สปก. 4-01 มอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมอบถุงยังชีพให้ผู้แทนมารดาเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ พร้อมกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ขอให้ทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายช่วยเหลือประชาชน

สำหรับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ขอให้นำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีพอย่างเหมาะสม

พร้อมฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อชุมชน เพื่อคนในชุมชนจะได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศูนย์การเรียนรู้

ในตอนท้ายรองนายกรัฐมนตรียังกล่าวขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเพราะมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติอย่างแท้จริง

ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ทุกภาคส่วนจะต้องมีความรัก ความสามัคคี ปรองดองกัน ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และเพื่อความกินดีอยู่ดีของคนไทยทุกคน