เผยคลิปอดีตครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านโล่งลึก เคยพูดถึงข้อมูลภาพลับบิลลี่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยคลิปอดีตครูใหญ่ รร.ตชด. บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เคยให้สัมภาษณ์ไว้เหมือนปี 57 เกี่ยวกับภาพชายคล้ายเจ้าหน้าที่กำลังตัดไม้
  • พร้อมยืนยันว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตัดไม้อยู่นั้น บิลลี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะบิลลี่มีเมียอยู่ที่บ้านป่าเด็ง ห่างจากบ้านโป่งลึก-บางกลอย กว่า 100 กม.

จากกรณี นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ ‘บิลลี่ พอละจี’ แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 57 บริเวณด่านมะเร็ว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต.ห่วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่อมาทางครอบครัวได้ยื่นหนังไปยังหน่วยต่างๆ เนื่องจากยังไร้วี่แววการเจอตัวของ บิลลี่

กระทั่งปี 61 ทางดีเอสไอได้รับเรื่องของ ‘บิลลี่ พอละจี’ ไว้เป็นคดีพิเศษ ต่อมาในช่วง พ.ค.62 ดีเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเจอถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร และชิ้นส่วนกระดูก โดยจากการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นของ ‘บิลลี่’ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม

ภายหลังมีการแชร์ภาพข้อมูลลับจากแฟลชไดฟ์ของบิลลี่ ซึ่งเป็นภาพกลุ่มชายคล้ายเจ้าหน้ารัฐกำลังตัดไม้ขนาดใหญ่ ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสามารถที่ ‘บิลลี่ พอละจี’ ถูกอุ้มฆ่าในครั้งนี้

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีรายงานข่าวจาก สำนักข่าวอินทรีสยาม ได้เปิดเผยคลิปสัมภาษณ์ของ ร.ต.อ.ไสว อัครพันธ์ อดีตครูใหญ่ รร.ตชด. บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (ตำแหน่ง ณ ขณะนั้น) ซึ่งเป็นคลิปที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อฯไว้เมื่อช่วง มิ.ย. ปี 2557 ภายหลังจากที่ ‘บิลลี่ พอละจี’ หายตัวไป

ซึ่งภายในคลิปสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ไสว ระบุว่า ภายหลังการหายตัวไปของบิลลี่ มีการนำเสนอข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ตำแหน่ง ณ ขณะนั้น) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง โดยระบุว่าภาพการตัดท่อนไม้นั้น เป็นไม้เก่าที่ถูกตัดเหลือทิ้งมาจากการขอสัมปทานป่าแก่งกระจาน จุดดังกล่าวเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา

โดยท่อนไม้ได้ลอยมาติดริมตลิ่งหลังโรงเรียน ตชด.บ้านโป่งลึก เมื่อเดือน ก.ค.54 ตนจึงได้ขออนุญาตนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เพื่อนำไม้ที่พบมาใช้ประโยชน์กับทางโรงเรียนและในพื้นที่ส่วนรวม ซึ่งนายชัยวัฒน์ ได้อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์ได้ ตนจึงร่วมกับชุดอาสา ชาวบ้าน มาช่วยกันตัดไม้เพื่อนำไปทำเป็นโรงอาหารให้กับเด็กนักเรียน ป้ายชื่อโรงเรียน และป้ายชื่อโครงการพระราชดำริ

ร.ต.อ.ไสว ยืนยันอีกว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตัดไม้อยู่นั้น บิลลี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะบิลลี่มีเมียอยู่ที่บ้านป่าเด็ง ห่างจากบ้านโป่งลึก-บางกลอย กว่า 100 กม. โดยตนมีภาพเป็นหลักฐานชัดเจนในการใช้ไม้ดังกล่าวในการแปรรูปไม้ และนำไปใช้ประโยชน์

ที่มา : สำนักข่าวอินทรีสยาม

‘อัจฉริยะ’ ร้อง ปคม. อดีตเจ้าอาวาสข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ บก.ปคม. เอาผิดอดีตเจ้าอาวาส ข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
  • ปคม. ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม หลังตำรวจเจ้าของพื้นที่อ้างไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากปัจจุบันเหยื่ออายุเกิน 18 ปีแล้ว

ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสง่า วงศ์เมือง อดีตเจ้าอาวาสวัดเมืองประดู่ ต.เมืองฝาง จ.บุรีรัมย์ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ และข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี หลังก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.เอ นามสมมติ ตั้งแต่อายุ 13 ปี จนปัจจุบันอายุ 18 ปี และตั้งครรภ์ 5 เดือน

โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันนายสง่า ได้ถูกจับสึกขาดจากการเป็นพระไปแล้ว หลังจากก่อเหตุกระทำการข่มขืน น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) พร้อมมีการถ่ายคลิปไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับผิด โดยคดีนี้ทางตำรวจเจ้าของพื้นที่ สภ.หนองสองห้อง อ้างว่าไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากเด็กอายุเกิน 18 ปี และสามารถยอมความได้

ซึ่งนายสง่า ได้จ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวเหยื่อไป จำนวน 150,000 บาท ก่อนผู้เสียหายจะยอมถอนแจ้งความกันไป แต่เนื่องจากเด็กถูกข่มขืนมาตั้งแต่อายุ 13 ปี จึงไม่อาจยอมความได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว คดีนี้มีอายุความเกิน 10 ปี จึงอยากขอให้ ปคม. รับเรื่องไปตรวจสอบ

ทางด้าน พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า ทาง ปคม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่ามีประเด็นข้อกฎหมายใดที่ถูกมองข้ามไปหรือไม่ เพื่อขจัดความค้างคาใจของสังคม

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ กกต. ประชาชนปฏิรูป ‘สิ้นสภาพ’ พรรคการเมือง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กกต. ให้พรรคประชาชนปฏิรูปซึ่งมี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เป็นอดีตหัวหน้าพรรค สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองแล้ว
  • ก่อนหน้านี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้มีมติยุบเลิกพรรคตัวเอง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เรื่อง พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 นั้น

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิรูป ครั้งที่ 10/2562 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรคประชาชนปฏิรูปตามข้อบังคับ พรรคประชาชนปฏิรูป พ.ศ.2561 ข้อ 122

กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2562 ลงนามโดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง