สั่งย้าย 4 จนท.แก่งกระจาน ชุดจับกุมคดี “บิลลี่” ปี 57

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 4 คน ชุดจับกุมคดี “บิลลี่” เมื่อปี 2557
  • อธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยัน “การย้ายครั้งไม่ได้หมายความว่า พาดพิงหรือปรักปรำใคร ทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์”

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เซ็นคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 4 คนชุดที่เคยปฏิบัติงานในช่วงปี 2557 และเป็นชุดที่เคยอยู่ในช่วงที่จับกุมคดีครอบครองน้ำผึ้ง ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย

ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจของทุกภาคส่วน และเปิดทางให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนสอบสวนคดีบิลลี่ ที่มีหลักฐานการพบว่าเสียชีวิตแล้ว

การย้ายครั้งไม่ได้หมายความว่าพาดพิงหรือปรักปรำใคร ทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์

นายธัญญา กล่าวว่า การสั่งย้าย 4 เจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ได้แก่

  • นายเกษม ลือฤทธิ์ หน.หน่วยพิทักษ์เขามะเร็ว (หน.เขาดอกไม้-อช.แก่งกระจาน)
  • นายไพฑูรย์ แช่มเทศ (แก่งกระจาน)
  • นายกฤษณพงศ์ แช่มเทศ (ลาออก)
  • นายบุญแทน บุษราคัม (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรฯ)

ซึ่งย้ายเข้ามาส่วนกลางกรมอุทยานฯ 1 คน จ.สุราษฎร์ธานี 1 คน และนครสวรรค์ 1 คน

นายธัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งปัจจุบันเป็น ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) และอยู่ในชุดจับกุมบิลลี่ในปี 2557 เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเรื่องจากดีเอสไอ ว่าจะขอสอบสวนใครหรือเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ดังนั้นทุกคนยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์

นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน กล่าวว่า เบื้องต้นไม่ทราบเรื่องและยังไม่เห็นหนังสือคำสั่ง เพราะอาจต้องผ่านระบบส่วนกลางก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน คือ นายเกษม และนายไพฑูรย์ ก็ยังไม่ทราบว่าถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการในพื้นที่อื่น

ช่วงเช้าวันนี้ นายมานะ ได้เรียกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มารับมอบแนวทางการทำงาน หลังถูกสังคมจับจ้อง โดยให้กำลังใจพร้อมเน้นย้ำให้ทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องคนอยู่ร่วมกับป่า

ดอนเมืองชี้แจง อุบัติเหตุรองเท้าผู้โดยสาร ติดทางเลื่อน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีชายคนหนึ่งโพสต์เตือนภัยว่า ถูกบันไดเลื่อนบดรองเท้า
  • ทางท่าอากาศยานดอนเมือง ออกมาชี้แจง ที่ผ่านมามีการซ่อมบำรุงรักษา มีการตรวจสอบสถานการณ์ทำงานของอุปกรณ์ทางเลื่อน 8 รอบต่อวัน
  • ล่าสุดหลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว มีมาตรการดูแลเพิ่มเติม

จากกรณีที่มีผู้ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ได้เดินทางมาจากเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เที่ยวบิน XJ 611 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เวลา 03.30 น. ที่ผ่านมา ได้ประสบอุบัติเหตุรองเท้า (รองเท้ายางยี่ห้อ CROC) ติดอยู่กับ ทางเลื่อนหมายเลข I-MS15 ซึ่งติดตั้งใช้งานอยู่บริเวณ เส้นทางผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ (ด้านทิศเหนือ) อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 และทางเลื่อนได้ดูดรองเท้าเข้าไปด้านใน

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ผู้โดยสารดังกล่าวได้ดึงเท้าออกจากรองเท้าและไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ทดม.เมื่อได้รับแจ้งเหตุแล้วพนักงานช่างเดินทางมาถึง ณ จุดเกิดเหตุเวลา 03.45 น.และทำปิดทางเลื่อนเพื่อตรวจสอบสาเหตุ พร้อมทั้งนำรองเท้าของผู้ใช้บริการคนดังกล่าวออกจากทางเลื่อน อีกทั้งดำเนินการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดและทดสอบการใช้งานทางเลื่อนทันที เพื่อให้สามารถเปิดให้ใช้งานตามปกติในเวลา 04.39

นายศิโรตม์ ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันและตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ลิฟต์ บันไดเลื่อน และทางเลื่อน

ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ โดย ทอท.ได้ว่าจ้างบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทยของผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อควบคุม ตรวจสอบและบำรุงรักษา

โดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบสถานการณ์ทำงานของอุปกรณ์ทางเลื่อน 8 รอบต่อวัน เพื่อเฝ้าระวังหรือตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ อีกทั้งเนื่องจากกรณีดังกล่าว ทดม.ได้มีมาตรการเพิ่มเติม ดังนี้

1.การเพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาให้มากยิ่งขึ้น
1.1 เพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนสำหรับการซ่อมบำรุงตามแผนงาน (preventive maintenance)
1.2 เพิ่มความละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจสอบอุปกรณ์ตามวงรอบในแต่ละวัน หากพบว่าหวีบันไดเลื่อนและ

2.จัดหาอะไหล่สำรองที่ชำรุดบ่อยให้เพียงพอต่อการซ่อมบำรุงรักษาประจำปี

3.จัดทำป้ายสติ๊กเกอร์คำเตือนการใช้งานให้คลอบคลุมทุกหัวข้อตามคำแนะนำของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) และติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางเลื่อนที่ติดตั้งใช้งาน ณ ทดม.ทุกชุด ได้ติดตั้งเสาสัญญาณเสียง-สัญญาณไฟไว้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของผู้โดยสาร สำหรับเตือนการใช้งานก่อนการเข้าใช้และระหว่างการใช้งานก่อนสิ้นสุดทางเลื่อน เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เตรียมตัวก่อน

นายศิโรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่สวมใส่รองเท้าแตะ รองเท้ายาง หรือรองเท้าที่อ่อนนุ่ม เพิ่มความระมัดระวังเมื่อใช้บริการทางเลื่อนหรือบันไดเลื่อน

โดย ทดม.อยู่ระหว่างจัดทำป้ายสติ๊กเกอร์รูปแบบใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยติดตั้งบริเวณก่อนทางเข้า ทางออก และทั้ง 2 ข้างของทางเลื่อน จำนวน 21 ชุด

รวมทั้งบริเวณบันไดเลื่อน จำนวน 46 ชุด เพื่อให้ผู้โดยสารสังเกตและเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ทางเลื่อนและบันไดเลื่อน

รมว.น้องชายนายกฯ อังกฤษลาออกปม “เบร็กซิต”

ประเด็นน่าสนใจ

  • น้องชายนายกฯ อังกฤษ ประกาศลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี
  • ก่อนหน้านี้ ส.ส. ประท้วงปม “เบร็กซิต” ที่ยังคงยุ่งเหยิงในยุคการบริหารของพี่ชายตนเอง

นายโจ จอห์นสัน น้องชายของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ลาออกจากการเป็น ส.ส. และตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม โดยเขาได้กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขารู้สึกแตกสลายระหว่างความรักที่มีต่อครอบครัว และผลประโยชน์ของชาติ เขากล่าวด้วยว่า ตำแหน่งของเขาเป็น “ความตึงเครียดที่ไม่สามารถคลี่คลายได้”

นายจอห์นสัน เป็น ส.ส. เขตออร์พิงตันมานาน 9 ปี และการทำประชามติโหวตให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ เบร็กซิท เมื่อปี 2559 นายโจ จอห์นสัน ได้โหวตให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน โหวตให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป

เมื่อปีที่แล้ว เขาได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อประท้วงข้อตกลงเบร็กซิทในยุคอดีตนายกฯ เทเรซ่า เมย์ และได้กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง เมื่อพี่ชายของเขาเป็นนายกฯ

สำหรับความคืบหน้าเบร็กซิท สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้โหวตผ่านร่างกฎหมายป้องกันเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง ไปเมื่อวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาสูงอังกฤษ

โดยหากร่างดังกล่าวผ่านสภาสูง จะเป็นผลทำให้นายกฯ อังกฤษต้องไปเจรจากับสหภาพยุโรป เพื่อขอเลื่อนเส้นตายเบร็กซิทออกไปจากกำหนดการเดิมวันที่ 31 ตุลาคม

อย่างไรก็ตาม นายกฯ อังกฤษไม่พอใจต่อการโหวตผ่านร่างดังกล่าว และต้องการความเห็นชอบจากสภาเพื่อประกาศเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 15 ตุลาคม และให้รัฐบาลใหม่เจรจาแก้ไขปัญหาเบร็กซิทต่อไป แต่ดูเหมือนว่า เขาจะไม่มีเสียงในสภามากพอที่จะสนับสนุนให้ประกาศเลือกตั้งได้สำเร็จ