สพฐ. จีทูจี ม.ศิลปากร อบรม Active Learning เชิญ ผูเชี่ยวชาญจาก พว.เสริมความรู้

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เปิดเผยว่า จากการอบรมโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง “การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะครูในศตวรรษที่ 21

โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 28-29 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อเดินตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ที่เน้นให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้เป็นแบบ Active Learning

ซึ่ง พว.ได้ดำเนินการมานานแล้ว จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมสร้างความเข้าใจให้ครูปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน ว่า การสอนแบบ Active Learning เป็นวิธีที่ไม่ยากถ้ามีความเข้าใจ และไม่ต้องใช้เวลาหรือการลงทุนมาก แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแนวตั้งแต่ระดับอนุบาลขึ้นมา ซึ่งเริ่มได้ทันที

Active Learning เป็นกระบวนการสร้างความรู้ที่สอดคล้องกับเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทั้งของยูเนสโก และโออีซีดี ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ถึง ปี 2030 ว่า การเรียนรู้นั้นเด็กจะต้องสร้างองค์ความรู้เองในมิติของ ความรู้ ค่านิยม คุณค่า และ ทักษะ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นครูซึ่งมีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนอยู่แล้ว เมื่อมีความเข้าใจและสามารถปรับเปลี่ยนวิธีสอนได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพของผู้เรียนได้ทันที

“จากที่ พว.ร่วมทำการวิจัย กับ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ พบว่า เวลาเพียง 2 ปี สามารถแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพผู้เรียนได้จริง

เด็กเป็นนวัตกร สามารถสร้างผลงานได้มากมายตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เป็นการสร้างห้องเรียนแบบใหม่ และยังแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้

เราสามารถเป็นผู้นำการศึกษาได้ ถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนและเดินได้ถูกวิธี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำขณะนี้ คือ ต้องทำให้ครูเข้าใจจริง ๆ ว่า Active Learning คืออะไร และต้องเดินแบบไหน

ซึ่งในการอบรมนอกจากทำความเข้าใจแล้วเราต้องพาครูทำเพื่อให้ครูได้เห็นวิธีการจัดกิจกรรม เพราะการที่เราจะอบรมครูให้ไปสอนเด็กด้วยกระบวนการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning

ครูต้องผ่านการอบรมด้วยกระบวนการ Active Learning ด้วย หมายความว่าครูก็ต้องลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริงและจะได้สามารถนำไปต่อยอดได้” ดร.ศักดิ์สินกล่าว

ผศ.ดร.มาเรียม นิลพันธุ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)กรุงเทพมหานคร เขต 1 และ สพม.กทม.2

ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) และ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู เนื่องจากเราตระหนักว่า ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ต้องเปลี่ยนแปลง

โดยเป้าหมายสำคัญ คือ ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเองได้ สร้างนวัตกรรมได้ คิดแก้ปัญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ สื่อสารได้ ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้กระบวนการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนด้วย

โดยครูเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงการสอน และในการเปลี่ยนแปลงการสอนวิธีหนึ่งที่สำคัญ คือ การเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งหลายคนอาจจะเรียกว่าการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ การเรียนการสอนเชิงรุก การเรียนการสอนแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง

“เป้าหมายสำคัญของเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การออกแบบการจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยครูต้องปฏิบัติด้วย

นอกจากนี้บทบาทของครูที่เป็นผู้สอนก็จะกลายเป็นผู้โค้ชหรือผู้ให้คำปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง เป็นเมนเตอร์ แต่ทั้งนี้ครูต้องมีความเข้าใจในการออกแบบการสอน หรือ นำเทคนิควิธีการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการสอนมาใช้เพื่อการสร้างนวัตกรรม มีทักษะอาชีพ มีทักษะการแก้ปัญหา

ซึ่ง ณ วันนี้ครูส่วนใหญ่มีความเข้าใจ Active Learning แล้ว เพราะครูปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ครูอาจไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร และอาจจะไม่รู้ว่าจะนำเทคนิคเล่านี้ไปบูรณาการการสอนอย่างไรเท่านั้น” ผศ.ดร.มาเรียมกล่าว

แบมแบม GOT 7 บริจาค 100,000 ช่วยเด็กๆ ประสบภัยน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี

ทวิตเตอร์ขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย @UNICEF_Thailand เปิดเผยว่า แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินหนุ่มชาวไทย หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี กับยูนิเซฟ

โดยยูนิเซฟจะดำเนินการสนับสนุนเงินให้แก่เด็กๆ และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพื่อให้พวกเขาสามารถซื้ออาหาร ยารักษาโรค อุปกรณ์การเรียน หรือการใช้จ่ายที่จำเป็น

สำหรับ GOT7 คือกลุ่มนักร้องชายจากเกาหลีใต้ สังกัดค่าย JYP มีสมาชิกด้วยกัน 7 คน ประกอบไปด้วย เจบี, มาร์ก, แจ็กสัน, จินย็อง, ย็องแจ, แบมแบม และยู-กย็อม

View this post on Instagram

#GOT7

A post shared by BamBam (@bambam1a) on Jun 16, 2019 at 6:44am PDT

View this post on Instagram

아가새 항상 고마워❤️

A post shared by BamBam (@bambam1a) on Jan 6, 2019 at 9:44am PST

ศาลสั่งจำคุกแก๊งโจ๋งานบวช 2ด.-19ปี คดีบุก รร.มัธยมวัดสิงห์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 24 ก.พ.62 กลุ่มวัยรุ่นบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ พร้อมทำร้ายอาจารย์และนักเรียน
  • เนื่องจากไม่พอใจที่ทางโรงเรียนเตือนขอให้งดใช้เสียงขณะร่วมงานบวชเพื่อน
  • ศาลมีคำสั่งจำคุกแก๊งโจ๋งานบวช ตั้งแต่ 2 เดือน ถึง 19 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย

ศาลอาญาธนบุรี นัดฟังคำพิพากษาคดีที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ และผู้เสียหาย 17 คน เป็นโจทก์ฟ้องจำเลย 22 คน ในข้อหา ร่วมกันกระทำความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด และจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.พ.62 เวลาประมาณ 14.30 น. ขณะที่มีการสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ จําเลยทั้งหมดร่วมกันบุกรุกเข้าไปภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ก่อนจะเข้าไปทำร้ายอาจารย์และเด็กนักเรียน พร้อมทำลายทรัพย์สินภายในโรงเรียน เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกทางโรงเรียนเตือนขอให้งดใช้เสียงขณะร่วมงานบวชเพื่อน

โดยศาลได้สืบพยานโจทก์ทั้งหมด 33 ปาก สืบพยานจำเลยรวม 18 ปาก และสืบพยานผู้ร้อง 4 ปาก โดยมีจำเลย 6 คน ได้รับสารภาพบางข้อกล่าวหาในการทำร้ายร่างกาย และทรัพย์สินจริง ส่วนจำเลยอีก 10 คน รับสารภาพเพียงในข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แต่ศาลพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้ว จำเลยทั้ง 16 คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้ชิดกัน ต่างกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 16 คน เป็นตัวการร่วมกัน ดังนี้ เมื่อตัวการคนใดคนหนึ่งไปกระทำความผิด ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย

ทั้งนี้จำเลยแต่ละรายได้รับโทษจำคุกไล่เรี่ยกันตั้งแต่ 2เดือน – 19 ปี โดยจำเลยที่ 17 ได้รับโทษมากที่สุด จำคุก 19 ปี 3 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมทั้งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1.8 แสนบาท ให้แก่ผู้เสียหาย