ไทย-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้นำไทยและผู้นำเกาหลีใต้ลงนามข้อตกลง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ
  • การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี

ณ ตึกสันติไมตรี  ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวร่วมกันกับ นายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี หลังเสร็จสิ้นพิธีการลงนามข้อตกลง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ ว่า ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติ ที่ได้ต้อนรับ ประธานาธิบดีมุน แช-อิน และภริยา ในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

การเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี อีกทั้งเกิดขึ้นในปีที่ไทยเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับทั้งสองประเทศในการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างกัน ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม ตอบสนองเป้าหมาย และนโยบายของทั้งสองประเทศ รวมทั้งในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม

​ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้น ในสภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยเฉพาะจากผลกระทบของสงครามการค้า จึงควรมองหาโอกาสและเพิ่มการลงทุนระหว่างกันในภูมิภาคให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้บรรลุข้อสรุปภายในปีนี้ ตนได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะยานยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล

รวมถึงให้สำนักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนเกาหลี (KOTRA) พิจารณาจัดทำกรอบความร่วมมือระหว่างกันเพื่อรองรับการลงทุนของเกาหลีใต้ และยินดีที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำ ความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ความร่วมมือระบบราง และด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะรื้อฟื้นการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย – เกาหลีใต้ โดยจัดการประชุมภายในปีนี้

​ด้านความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง และการทหาร ทั้งสองประเทศเห็นชอบเพิ่มปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมากขึ้น และพัฒนากลไกหารือทวิภาคีทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกัน นอกจากนี้ ตนยินดีกับการลงนามความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีชั้นความลับร่วมกัน ซึ่งสะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื้อใจระหว่างสองฝ่าย

​ด้านความร่วมมือในระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อยอดความร่วมมือด้านนี้ ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงและโดดเด่นในความสัมพันธ์ไทย -เกาหลีใต้ ได้แก่ ความร่วมมือด้านภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดตั้งศูนย์ศึกษาเกาหลีในไทยและการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในไทย สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทางานในเกาหลีใต้นั้น ตนได้ย้ำกับท่านประธานาธิบดีมุนฯ ว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนให้แรงงานไทยเดินทางไปทางานในเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจจัดส่งแรงงานไปทางานในเกาหลีใต้ตามระบบจ้างแรงงานต่างชาติระหว่างสองประเทศที่มีอยู่ และไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย

​ด้านความร่วมมือในระดับภูมิภาค ยินดีที่เกาหลีใต้สนับสนุนบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทยและความเป็นแกนกลางของอาเซียน ปีนี้ครบรอบ ๓๐ ปี ความสัมพันธ์อาเซียน -เกาหลีใต้ ตนยินดีที่จะได้เป็นประธานร่วมกับท่านประธานาธิบดี ในการประชุมสุดยอดอาเซียน -เกาหลีใต้ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่นครปูซาน

​ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณประธานาธิบดีมุนฯ ในมิตรภาพและชื่นชมกับความมุ่งมั่น ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ให้มีความหมายต่อสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาคโดยรวม เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้รุดหน้าก้าวไกลต่อไป

จากนั้น นายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ได้แถลงต่อจาก พลเอกประยุทธ์ ว่า การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเปิดศักราชใหม่ความสัมพันธ์ทางหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้มีพลวัตครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีความท้าทายมากขึ้น โดยให้ความสำคัญใน 3 ประเด็น ได้แก่

  1. การส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ โดยเตรียมความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมในอนาคต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ และการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเกาหลีใต้พร้อมผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของไทยซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy –NSP) ของเกาหลีใต้
  2. การส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนให้มีความใกล้ชิดมากขึ้น โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ของประชาชนเป็นวางรากฐานของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศทั้งสอง
  3. การกระชับความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคง โดยยินดีที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันลงนามความตกลงว่าด้วยการคุ้มครอบข่าวสารทางทหารที่มีชั้นความลับร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพของคาบสมุทรเกาหลี ภูมิภาคเอเชียตะวันออก และของโลก พร้อมทั้งขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนนโยบาย NSP ของเกาหลีใต้อย่างหนักแน่น และหวังว่าจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีในการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่นครปูซาน ในเดือนพฤศจิกายนนี้

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้และภริยา ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

พ่อสายซิ่ง เมินลูกร้องห้าม เหยียบมิดไมล์ บนถนนหลวง

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปพ่อขับรถเร็วบนทางหลวง ลูกๆ ร้องห้ามแต่ไม่ฟัง
  • คนต่างไม่พอใจ หลังจากเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์
  • การขับรถลักษณะนี้เข้าข่ายประมาท หวาดเสียว มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ม.43 โทษปรับ 400-1,000 บ.

เพจ เฮียขับรถ ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะชายคนหนึ่งโชว์เก๋าขับรถซิ่งบนทางหลวง โดยไม่สนใจว่าเวลานั้นมีลูกๆ และภรรยาของเขาโดยสารมาด้วย

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าระหว่างที่เขาขับรถอยู่บนถนนนั้น เขาได้รอจังหวะและเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งออกตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงร้องห้ามปรามของลูกดังลั่นรถ แต่ไม่เป็นผลชายคนดังกล่าวก็ยังคงขับรถหวาดเสียวต่อไปจนคลิปได้ตัดไป

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกว่า 1,000 ข้อความ โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับชายคนดังกล่าวที่เอาชีวิตครอบครัวมาล้อเล่นแบบนี้เพราะหากเกิดพลาดพลั้งไปนอกจากจะเกิดความสูญเสียต่อครอบครัวแล้ว อาจทำให้คนที่ใช้รถใช้ถนนรายอื่นๆ ได้รับความเดือดร้อนจากความคึกคะนองนี้ด้วย อาทิ

ความเห็นของผู้คน หลังเห็นคลิป

การตายคนเดียวไม่ใช่ปัญหา แต่ลูกๆ จะตายไม่ได้ เพราะถ้าลูกๆ ตาย ใครจะบวชหน้าไฟให้พี่ล่ะครับพี่ แทนที่พี่จะส่งลูกให้ถึงบ้านก่อนโดยขับช้าๆ พาลูกชมวิว แล้วพี่ค่อยออกมาห้าวคนเดียว แต่เวลาพี่ชน พี่ชนสะพานแล้วตกน้ำนะ ได้ตายคนเดียว ไม่เดือดร้อนชาวบ้านที่ขับไปมาครับ ด้วยความหวังดี จากผู้ชายตัวน้อยๆ อย่างผม

อั๋น ฮับ น้ำยาซิ่ง นะเห้ยยยยย

อย่าขับแบบนี้ในถนนสาธารณะเลยครับ ขอร้อง ตายคนเดียวยังพอทน (เดือดร้อนกู้ภัย) แต่มันจะพาคนอื่นซวยไปด้วย อยากซิ่งเชิญในสนามแข่งครับ ถ้าเก่งจริงไปเอาแชมป์โลกมา ถ้าขับได้แค่นี้กาก ขยะสังคม ถุย

Michael Oliverpool

สะพานภูมิพล2 สะพานสูงน่าไม่ขับแบบนี้ 1.ลมแรงมากต่อไห้ช่วงล่างหลักล้าน ก็บินครับขับแบบนี้ 2.สิบล้อเยอะไม่เหมาะกับการมุดหรือขับเร็ว 3.รถชอบเปลี่ยนเลนกะทันหัน 4.มือมอไซชอบลักขึ้นบ่อย อันตรายสัสถ้าขับเร็ว ถ้ารอดก็ดี ถ้าไม่รอดก็ดีใจด้วย สงสารเด็กมีเด็กไปด้วยไม่น่าขับแบบนี้

ขออภัย ไม่ไช่พระเอก

มันไม่ได้ดูเท่ห์ ดูหล่อเหมือนหนังเรื่อง fast หรอกค่ะ ชีวิตจริงวิน ดีเซลล์เค้านั่งแบบมีคนขับให้ด้วยซ้ำ มันดูเสล่อ ไม่แปลกใจที่เมียเค้าก็เป็นแบบนี้ เพราะศีลเสมอกัน ตายกัน 2 คนน่าจะดี เพราะจะได้คัดคนมีสมองอยู่ประเทศ สงสารแต่เด็กนั่นแหละ ไม่น่าเกิดเป็นลูก 2 คนนี้เลย

Watthanachai Peerawan

การขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว มีโทษตาม พ.ร.บ. จราจร มาตรา 43 ระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาท ถึงหนึ่งพันบาท

สำหรับการขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน มีความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรา 43 ซึ่ง ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ ดังนี้

  1. ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
  2. ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
  3. ในลักษณะกีดขวางการจราจร
  4. โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
  5. ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
  6. คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
  7. บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ
  8. โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
  9. [17] ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น

ซึ่งหากผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาท ถึงหนึ่งพันบาท

ผู้ประท้วงฮ่องกงทำลายระบบขนส่งสาธารณะ สนามบินประกาศยกเลิกบางเที่ยวบิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงทำลายและปิดกั้นถนน รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่จะไปยังสนามบิน
  • ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงประกาศยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน หลังผู้ประท้วงปิดกั้นเส้นทางไปยังสนามบิน

ผู้ประท้วงฮ่องกงหลายพันคนปิดถนนทางหลวงและระบบขนส่งสาธารณะที่จะไปยังสนามบินนานาชาติฮ่องกง ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางจำนวนมาก เพื่อหวังให้นานาชาติสนใจการเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยการประท้วงในฮ่องกงรอบนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

ผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาบริเวณทางกั้นปิดถนนท่ามกลางความโกลาหล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่จับกุมผู้ประท้วง นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังปิดสถานีรถไฟใต้ดินตงชง ทุบกล้อง CCTV และโคมไฟด้วยแท่งเหล็ก และทำลายประตูกั้นทางเข้าสถานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามควบคุมสถานการณ์และจับกุมผู้ประท้วงหลายคนด้านนอกสถานีรถไฟ

การประท้วงวานนี้ เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประท้วงปะทะกันช่วงคืนวันเสาร์ล่วงเข้าวันอาทิตย์อย่างรุนแรง โดยถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังกังวลถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่กระทบเที่ยวบิน นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ บอกว่า เขากังวลอย่างมาก เพราะเที่ยวบินสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ที่เขาต้องโดยสารถูกเลื่อนเป็นเช้าวันจันทร์

ส่วนนักท่องเที่ยวอีกราย บอกว่า ผู้ประท้วงควรใช้วิธีการที่สุดโต่งน้อยลงกว่านี้ เพราะสนามบินเป็นสถานที่สาธารณะที่มีผู้คนทั่วโลกใช้ และสำคัญมากๆ ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงได้ประณามผู้ประท้วงที่ใช้การกระทำที่รุนแรงผิดกฎหมายในการประท้วง และยังคงยกระดับรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ประกาศยกเลิกเที่ยวบินอย่างน้อย 16 เที่ยว เมื่อวันที่ 1 กันยายน หลังกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงปิดกั้นเส้นทางไปยังสนามบิน ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเดินลากกระเป๋าสัมภาระเป็นระยะทางไกล เพื่อไปยังอาคารผู้โดยสาร

ขณะที่ ผู้ให้บริการรถไฟขนส่งมวลชนฮ่องกง ระงับการให้บริการรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังสนามบิน ตามคำขอของรัฐบาลและการท่าอากาศยานฮ่องกง เพื่อความสะดวกในการควบคุมสถานการณ์บริเวณสนามบิน

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนไปชุมนุม ที่บริเวณด้านนอกสถานกงสุลอังกฤษในฮ่องกง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษอยู่เคียงข้างชาวฮ่องกง และยอมให้สัญชาติอังกฤษแก่ชาวฮ่องกงที่เกิดก่อนปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน